xs
xsm
sm
md
lg

เพลิงเดือดโหมกระหน่ำ ทำเนียบทรัมป์

เผยแพร่:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร

<b>มิชต์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา, ส.ว.พรรครีพับลิกัน</b>
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ปธน.ทรัมป์เรียกประชุมด่วนที่แคมป์เดวิด ประกอบด้วย ครม.และผู้นำสภาสูงและสภาล่างบอกว่า เพื่อวางแผนการทำงานสำหรับปีใหม่ 2018

เมื่อจบการประชุม ได้เปิดการแถลงข่าวใหญ่โต มีครม.ยืนเรียงกันเป็นตับ แล้วนายทรัมป์ก็แถลงถึงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ในการผ่านกม.ที่เขาเรียกเสียใหญ่โตว่า “ปฏิรูปภาษี” ครั้งแรกในรอบ 30 ปี โดยพ่วงกับการจ้างงาน (ทั้งๆ ที่เป็นกม.แค่ลดภาษีครั้งมโหฬารให้กับเหล่าเศรษฐีเช่นเดียวกับตัวเขา โดยเฉพาะภาษีด้านรายได้จากกิจการอสังหาริมทรัพย์ที่นายทรัมป์และตระกูลของเขาทำอาชีพอยู่ และลดภาษีฮวบฮาบให้กับกิจการยักษ์ๆ ของสหรัฐฯ แทนที่การลดภาษีให้ผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อย)

นายทรัมป์แถลงถึงความร่วมมือร่วมใจระหว่างฝ่ายบริหารที่ทำเนียบขาว (รวมทั้งกระทรวงต่างๆ ภายใต้การบริหารของทำเนียบขาว) กับสภาทั้งสอง ว่าจะดำเนินไปด้วยดีตลอดปี 2018 นี้

ตามมาด้วยผู้นำเสียงข้างมากในสภาสูงคือ วุฒิสมาชิกหลายสมัยจากรัฐเคนตั๊กกี้ชื่อ มิชต์ แมคคอนเนลล์ (ซึ่งมีภรรยาเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายจีน และดำรงตำแหน่งที่คุมงบประมาณสูงสุดคือ กระทรวงคมนาคมที่จะทุ่มงบสร้างและซ่อมใหญ่ถนน, สะพาน, ท่าเรือ, ท่าอากาศยาน ฯลฯ) ได้ออกมาชื่นชมนายทรัมป์ว่า ทำงานใหญ่สำเร็จเรื่องการคลอดกม.ปฏิรูปภาษี และพร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการดำเนินงานเพื่อประเทศชาติ

เมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง นายทรัมป์ได้กล่าวบริภาษนายมิชต์ แมคคอนเนลล์ ว่าไร้น้ำยาโดยสิ้นเชิง ทั้งๆ ที่เป็นฝ่ายนำของพรรครีพับลิกัน แต่ไม่สามารถผลักดันกม.ภาษีให้ผ่านสภา ถึงขนาดโพล่งออกมาว่า นายแมคคอนเนลล์ ไม่น่าอยู่เป็นผู้นำเสียงข้างมากในสภาสูงอีกต่อไป เรียกว่า ไม่ให้เกียรติอะไรเหลืออยู่อีก ซึ่งนายแมคคอนเนลล์โกรธมาก แต่เมื่อเมียเป็นรมต.กระทรวงสำคัญ (เหมือนเป็นตัวประกัน) ก็เลยต้องกล้ำกลืนตากหน้าต่อไป ยอมก้มหัวงุดๆ เพื่อพยายามเกลี้ยกล่อมบรรดาวุฒิสมาชิกให้หันมาสนับสนุนกม.ภาษีของนายทรัมป์ให้ผ่านสภาสูงให้ได้ โดยมีการประชุมแก้เนื้อหาของกม.หลายครั้ง จนในที่สุดก็ทำสำเร็จปลายปีที่ผ่านมาเรียกว่า มีการต่อรองกันสุดๆ สำหรับ ส.ว.ที่เดิมทำเป็นเสียงแข็ง ไม่เห็นด้วยกับร่างกม.ภาษี แต่เมื่อได้ดังใจ เช่น กดดันให้ลดภาษีมหาศาลแก่ธุรกิจที่ตนประกอบอาชีพอยู่ เช่น อุตสาหกรรมก่อสร้าง, อสังหาริมทรัพย์, เหมืองแร่ เป็นต้น ก็จึงยอมโอนอ่อนกลับมายกมือให้ร่างกม.ผ่านไปได้

หลังจากคำกล่าวชื่นชมทรัมป์จากนายแมคคอนเนลล์แล้ว ก็เป็นตาของนายพอล ไรอัน ประธานสภาล่าง ก็เช่นเดียวกับนายแมคคอนเนลล์ ที่ออกมาชื่นชมผลงานกม.ภาษีของนายทรัมป์ และพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลเป็นอย่างดี

นายพอล ไรอัน เคยระมัดระวังตนเองมาก ในช่วงที่นายทรัมป์กำลังหาเสียง โดยนายพอลเคยปฏิเสธไม่เปิดช่องให้นายทรัมป์เข้าพบเพื่อขอแรงสนับสนุน ขณะที่นายทรัมป์ยังไม่ค่อยมีใครในพรรคให้การสนับสนุน เรื่องนี้นายทรัมป์เจ็บใจนัก แต่ต่อมาเมื่อนายทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง นายพอล ไรอัน ก็เปลี่ยนมาช่วยนายทรัมป์เรื่องกม.ภาษี
<b>พอล ไรอัน ประธานสภาผู้แทนฯ ส.ส.พรรครีพับลิกัน</b>
นักวิเคราะห์ทางการเมืองหลายคนมองว่า ทั้งนายแมคคอนเนลล์ และนายไรอัน คงกระพือปีกเมื่อเป้าประสงค์ของทั้งสองผ่านสภาไปแล้วก็คือ กม.ลดภาษีอย่างฮวบฮาบแก่คนรวย (ฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน) และทั้งสองไม่ค่อยชอบกิริยาท่าทางท่าทีของนายทรัมป์อย่างหนัก เพราะบอกว่า นายทรัมป์ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของพรรครีพับลิกัน เป็นพวกแปลกปลอมที่ไว้ใจไม่ได้ เดี๋ยวเป็นเดโมแครต เดี๋ยวเป็นรีพับลิกัน และชอบเอาแต่ใจตนเอง พูดจาไม่คงเส้นคงวา รวมทั้งการพูดจาปากเปราะเราะรายคนอื่นๆ

ก็เมื่อกม.ลดภาษีผ่านสภาไปอย่างหวุดหวิดและรีบเร่ง-ก่อนที่ว่าที่ ส.ว.พรรคเดโมแครตจากรัฐอลาบามาจะสาบานตน-ต่อไปนี้ ฝ่ายนำของพรรครีพับลิกันอาจไม่ต้อง “ใช้” นายทรัมป์ต่อไป และอาจ “โละ” ทรัมป์ทิ้งไปก็ได้...นั่นคือ การดำเนินการสอบสวนโดยคณะกรรมาธิการในสภา ซึ่งอาจนำสู่การถอดถอนปธน.

อย่างที่เคยเกิดขึ้นกับอดีตปธน.นิกสัน เมื่อ ส.ส., ส.ว.ฝ่ายรีพับลิกันพลิกมาร่วมมือกับ ส.ส., ส.ว.ของพรรคเดโมแครต เพื่อเดินหน้าถอดถอนนิกสัน กรณีมีส่วนรู้เห็น (หรือถึงขนาดออกคำสั่ง) ให้จนท.ของพรรครีพับลิกันบุกเข้าไปหาข้อมูลลับของพรรคเดโมแครต ที่สนญ.ของพรรคเดโมแครตที่อาคารวอเตอร์เกต และรวมถึงการที่นิกสันสั่ง “ลบเทป” บันทึกคำพูดของเขาบางเรื่องวอเตอร์เกต

จนนิกสันไม่มีทางออก เมื่อจะถูกถอดถอน-รีบลาออกเสียก่อนนั่นเอง

กรณีของนายทรัมป์ ถ้าเขาจะจนมุมการสอบสวนในคณะกรรมาธิการต่างๆ ของ 2 สภา รวมทั้งอัยการพิเศษโรเบิร์ต มอลเลอร์ เขาก็อาจลาออก เมื่อเสียงสนับสนุนในสภาของเขาน้อยกว่าฝ่ายสนับสนุนเขา...เพื่อไม่ต้องถูกถอดถอน

แล้วพรรครีพับลิกันก็มีรองปธน.ไมค์ เพนซ์ ยืนเด่นเป็นสง่ารอคอยอยู่ ซึ่งเป็นคนที่ฝ่ายนำรีพับลิกันสนับสนุนเต็มที่ ว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่ไว้วางใจของรีพับลิกัน

ฉากการหอบเอาครม. รวมทั้งผู้นำ 2 สภามายืนเข้าแถวออกแรงเปล่งวาจาสนับสนุนทรัมป์ที่แคมป์เดวิดในสุดสัปดาห์นี้ เป็นวิธีการของทรัมป์ที่จะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เพราะมีหนังสือเล่มใหม่ออกมาเมื่อวันที่ 5 นี้เอง (เดิมว่าจะออกมาวันที่ 9...แต่รีบออกมาให้เร็วกว่าวันที่ 9) เป็นหนังสือที่สะท้อนให้เห็นถึงความไร้วุฒิภาวะของนายทรัมป์ รวมทั้งความปราศจากสมรรถภาพในการบริหารบ้านเมืองโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำเนียบ

ผู้เขียนเป็นนักเขียนประจำวารสารผู้หญิงชื่อ แวนนิตี้แฟร์ และได้หมกตัวอยู่กับทีมหาเสียงของทรัมป์ตั้งแต่ช่วงปลายหาเสียงจนไปฝังตัวอยู่ 1 ปีกับทีมทรัมป์ในทำเนียบ ได้นำเสนอเรื่องราวน่าอับอายของทรัมป์, ภรรยา, ลูกชายและลูกสาว, ลูกเขย ผ่านการสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ ถึง 200 คนที่มีความเห็นต่อทรัมป์ชนิดเยาะเย้ยดูถูก

นายทรัมป์มอบให้ทนายความส่งจดหมายถึงนายไมเคิล วูลฟ์ ผู้เขียนเรื่องไฟเดือดในทำเนียบขาว (Fire and Fury; Inside the Trump White House...) เพื่อห้ามไม่ให้วางขายหนังสือ แต่นายวูลฟ์รีบวางจำหน่ายตัดหน้า และกำลังขายดิบขายดี

นายทรัมป์ก็เลยจัดแถลงข่าว โดยนำเอา ครม.และผู้นำสภามาออกแรงสนับสนุนเขาเต็มที่

ยังไม่แน่ชัดว่า นายทรัมป์จะอยู่ได้นานอีกเท่าใด ก่อนจะถูกฝ่ายนำรีพับลิกันเขี่ยตกจากอำนาจ?


กำลังโหลดความคิดเห็น...