xs
xsm
sm
md
lg

มองจีน มองสื่อลุ่มน้ำโขง

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน
ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ผมได้ไปร่วมประชุมสุดยอดของตัวแทนสื่อมวลชน 6ประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง โดยมีหนังสือพิมพ์เดอะพีเพิล เดลี่ ซึ่งเป็นองค์กรสื่อของพรรคคอมมิวนิสต์จีน รับเป็นเจ้าภาพ เป็นการประชุมครั้งแรก วางรากฐานเพื่อความร่วมมือในกลุ่มสื่อมวลชน

พลาดโอกาสที่จะรับความสุขจากอากาศหนาวเย็นเป็นพิเศษในปีนี้สำหรับกรุงเทพฯ แต่มาเจอกับอากาศหนาวเย็นกว่าในอุณหภูมิติดลบ 5-7 องศา เย็นเยียบเข้าถึงกระดูก แต่ยังดีไม่มีปัญหาหมอกควันพิษ พายุทะเลทรายหรือหิมะตก มีปัญหาเหมือนบ้านเราคือการจราจร รถติดหนักโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนเช้า บ่าย เย็น

คนจีนมีเงิน ก้าวเร็วไปพร้อมกับเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง ภายใต้ 1 ประเทศ 2 ระบบคือการปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์ แต่บริหารเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรี ใครมีปัญญาค้าขาย กอบโกยรวยได้รวยไป ดังนั้นจึงมีมหาเศรษฐีจีนแจ้งเกิดทุกปี

แต่ยุคนี้ต้องทำมาหากินอยู่ภายใต้กฎหมายกฎเหล็กของผู้นำซึ่งกำหนดมาตรฐานสำหรับประเทศ ภายใต้ผู้นำสี จิ้นผิง

มหานครปักกิ่งยังขยายตัวไม่หยุด รัฐบาลได้พัฒนาด้านต่างๆ เพื่อความพร้อมในการเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลกและด้านอื่นๆ เป็นชาติมหาอำนาจของแท้โดยปราศจากข้อสงสัย

มาช่วงนี้ไม่มีสีเขียวให้เห็น ต้นไม้มีแต่สีเทาก่อนฤดูหนาวมาเยือนพร้อมหิมะ ใบไม้ร่วงเหลือโครงต้นสีเทา ดูแล้วไม่สดชื่น

มองย้อนกลับไปเพียง 30 กว่าปี ตอนนั้นคนจีนแต่งชุดน้ำเงิน หมวกแก๊ป ขี่จักรยานทั้งประเทศ มีแต่ขาดแคลน ผลิตสินค้าคุณภาพต่ำเงินหยวนแทบไร้ค่านอกประเทศ ใครแลกไว้ต้องรีบใช้ให้หมด

ทุกวันนี้จีนคือความมั่งคั่ง การพัฒนาก้าวไปทุกด้าน ตึกสูงใหม่ๆ ผุดขึ้นทุกเมืองเกือบทั่วประเทศ ถนนหนทางกว้างใหญ่เร่งปลูกต้นไม้ สร้างพื้นที่สีเขียวในทะเลทรายทุกอย่างเป็นการก้าวกระโดดต่อเนื่อง แม้แต่ฝรั่งยังงง

จะเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจแทนสหรัฐฯ ในอีกไม่นาน แทนสหรัฐฯ ในการจัดการรณรงค์ปัญหาโลกร้อน ขยายเครือข่ายการค้า ความสัมพันธ์ด้วยเงินหยวนไปหลายประเทศ

เริ่มปีหน้าสัญญาการค้าเสรีกับเราจะเป็นผลมีสินค้าจีนกว่า 700 รายการเข้าไทยเสียภาษี 0-5 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเรายังเป็นอย่างนี้ มิตายหยังเขียดหรือ

ปัจจุบัน จีนได้ประกาศว่าเป็นเจ้าของเทคโนโลยีหลายอย่าง โดยเฉพาะด้านรถไฟความเร็วสูงอย่างเต็มความภาคภูมิหลังจากพัฒนาจากการซื้อมาจากโลกตะวันตก รถไฟจีนทำความเร็วสูงที่สุดในโลกที่ 530 กม.ต่อชั่วโมง จดทะเบียนสิทธิบัตรเรียบร้อย

ช่วงนี้จีนได้จัดงานปักกิ่งเอ็กซ์โปโชว์ความก้าวหน้าทุกด้าน เป็นงานแสดงความสำเร็จของประธานสี จิ้นผิงล้วนๆ 

ชื่อของงานเอ็กซ์โป 5 ปีต่อจากนี้ จีนแสดงความก้าวหน้าการพัฒนาการสื่อสาร การขนส่งงานอวกาศ สำรวจใต้ทะเลลึก ทวีปแอนตาร์กติกา การทวงพื้นที่สีเขียวจากทะเลทราย งานพัฒนาเกษตร ฯลฯ

เอาเป็นว่าครอบคลุมทุกวงการ งานนี้ให้ประชาชนคนจีนได้ชม ใต้ภาพไม่มีภาษาอังกฤษกำกับ แต่มีไกด์พาชมพูดอังกฤษได้คล่องแคล้ว

เดินเกือบ 2 ชั่วโมงยังแค่ชมผิวเผิน ผลงานเยอะ ในอาคารขนาดใหญ่เน้นแสง สี เสียงมองไปทางไหน เห็นภาพท่านผู้นำทุกทิศ

จะเป็นผู้นำประเทศระดับสูงสุด หรือมหาบุรุษนั่นเลย หรือ Paramount Leader อีกคนแล้ว

ที่จีนทำอย่างนี้ได้คือการมีผู้นำประเทศที่มีฝีมือ ความสามารถและเอาจริงเอาจังกับการปราบการทุจริต คอร์รัปชันด้วยมาตรการเด็ดขาด ส่วนใหญ่ประหารชีวิต ไม่ว่าจะมีตำแหน่งใหญ่โต มีอิทธิพล ร่ำรวยแค่ไหนก็ไม่รอด

ไม่ได้คุยโวเสียงดังว่าจะปราบคอร์รัปชันด้วยลมปาก ละเว้นเพื่อนพ้องน้องพี่ที่มีปัญหามือไม่สะอาด!

ว่านอกเรื่องมายืดยาว วกเข้ามางานสื่อหน่อยนะครับคือ การประชุมสุดยอดของสื่อหรือ “มีเดียซัมมิต” กลุ่มประเทศลุ่มน้ำล้านช้าง-แม่โขง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายเดียวกัน แต่เรียกชื่อต่างกันช่วงที่ผ่านจีนตอนล่างและลาว

มีตัวแทนสื่อจากกัมพูชา ลาว พม่า ไทย เวียดนาม และจีน เข้าร่วมในงานนี้ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือระดับรายงานข่าว การร่วมแถลงการณ์ และการกล่าวสุนทรพจน์ต่อการประชุมว่าด้วยความสำคัญและเป้าหมายของการตกลง

สื่อไทยมี 3 คน มีผมและตัวแทนเดอะเนชั่น และบางกอกโพสต์ พม่า, ลาว และกัมพูชามาทีมละ 10 กว่าคน เวียดนามมี 3 คนเช่นกัน

อันที่จริง เขาเชิญแต่ละชาติหลายคนเพราะต้องการให้รู้จักกันเป็นเครือข่ายกว้าง แต่อาจเป็นเพราะความไม่สะดวก ก็มีเพียงแค่นี้

หนังสือพิมพ์เดอะพีเพิล เดลี่ให้ความสำคัญสำหรับงานนี้มาก รับผิดชอบด้านค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับตัวแทนสื่อ ตัวประธานองค์กรสื่อพีเพิล เดลี่มากล่าวในพิธีเปิด ย้ำถึงความจำเป็นในความร่วมมือเพื่อดำรงมิตรภาพอันยั่งยืน ความเสมอภาคและการจัดการผลประโยชน์โดยไม่เอารัดเอาเปรียบป้องกันความขัดแย้ง

จัดในอาคารของสำนักงาน ซึ่งมีศูนย์ “สื่อใหม่” พร้อมเทคโนโลยีเพียบ มีการเชื่อมโยงกับบริษัทอื่นๆ เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตร

ในการประชุมครั้งนี้ถือเป็นข้อสรุปว่าด้วยความร่วมมือด้านสื่อ ตัวแทนแต่ละประเทศได้ย้ำถึงความสำคัญในการเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ โดยมีแม่น้ำโขงเป็นหลักในการร่วมชะตากรรมของทั้ง 6 ประเทศ

เอาเป็นว่าทุกฝ่ายพูดจากันด้วยภาษาโลกสวย มีเจตนาดี และประกาศเจตนารมณ์ที่จะปฏิบัติตามคำแถลงการณ์ร่วมเพื่อก้าวไปด้วยกัน จะได้ต่อเนื่องแค่ไหนขึ้นอยู่กับการพบปะกัน ทำงานบ่อยครั้งแค่ไหน เพราะเป็นครั้งแรกสำหรับสื่อมวลชน ซึ่งแต่ละองค์กรมีภาระแตกต่างกัน

ขึ้นอยู่กับจีนว่าจะช่วยเรื่องการเงินในงานประชุมแต่ละครั้ง เพราะแต่ละฝ่ายมีความพร้อมไม่เท่ากัน โดยปีหน้าลาวรับเป็นเจ้าภาพจัดงานจะพิสูจน์ว่าไปได้ดีหรือไม่ มีการมอบป้ายสำหรับการเป็นเจ้าภาพ

ก่อนหน้านั้นมีการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศได้ข้อสรุปสำหรับความคืบหน้าด้านความสัมพันธ์เช่นกัน 

จากนี้ ต้องรอปีหน้าเพื่อประเมินว่าตั้งแต่ออกแถลงการณ์ปีนี้แล้วมีอะไรคืบหน้าบ้างหรือเป็นเพียงพิธีกรรมธรรมดาเหมือนการประชุมระดับชาติ ยืนคล้องแขนถ่ายภาพร่วมกัน
กำลังโหลดความคิดเห็น...