xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

หักมติกรธ.เซฟเก้าอี้ “บิ๊กกุ้ย” วางคนกุมสภาพหลังเลือกตั้ง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - หางโผล่แล้ว! ว่า ทำไมทั้งที่มีคดีอยู่ในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ยังกระเสือกกระสนมานั่งเป็น 1 ในกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ฉบับที่ พ.ศ. …

สำหรับ “บิ๊กป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) น้องรักของ “พี่ป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ทั้งที่ถูกคนนินทาหมาดูถูกว่า...มันน่าเกลียด

ที่แท้มีจุดมุ่งหมายอย่างที่หลายคนคาดการณ์เอาไว้ ที่ชัวร์ๆ ก็เรื่อง “รีเซต” กรรมการป.ป.ช. บางคนที่คุณสมบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จนจะหลุดเก้าอี้จำนวน 7 ราย หลังกระเซ็นกระสายว่า มีขบวนการหักมติคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ของ “ซือแป๋” มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ที่ให้กรรมการป.ป.ช.ที่คุณสมบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญต้องกระเด็นออกจากตำแหน่งโดยทันที 
            
   โดยต้องการเปลี่ยนแปลงเจตนาเป็นให้ คณะกรรมการป.ป.ช.ชุดนี้ อยู่ทำหน้าที่ต่อไป

นินทากันดังออกมานอกรัฐสภาว่า ขบวนการล้มมติกรธ.เรื่องนี้ เป็นทีมงานของ “น้องป๊อด” และ “พี่ป้อม” อีกแล้ว โดยทำกันแบบเนียนๆ เพื่อไม่ให้คนจับได้ไล่ทัน ให้ตัวที่มีชื่อชั้นพอเชื่อถือได้อย่าง กล้านรงค์ จันทิก อดีตกรรมการ ป.ป.ช. และ นรนิติ เศรษฐบุตร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2 สมาชิกสนช. ที่จะทำหน้าที่เป็น “หัวหอก” คอยเดินเครื่องลบเนื้อหาที่ กรธ.ปรุงสรรปันแต่งมาอย่างดีในชั้นของสนช.

“กล้านรงค์” นั้นแม้จะเป็นอดีตกรรมการป.ป.ช. ที่ได้รับการยกย่องเรื่องการปราบโกง แต่อย่าลืมว่า นี่คือ คนที่มีความสนิทชิดเชื้อกับ “บิ๊กป้อม” มากๆ เพราะเป็นศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียลเหมือนกัน เข้าๆ ออกๆ “บ้านวงษ์สุวรรณ” อยู่เสมอ

ขณะที่ “นรนิติ” แม้ จะไม่ได้แนบชิดอะไรมาก แต่เป็นนักวิชาการที่มักจะมีตำแหน่งในยุคทหารเสมอ ตั้งแต่คราวที่แล้ว ที่ได้เป็นประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ มายุคนี้แม้ไม่ค่อยได้ตำแหน่งใหญ่โต แต่ถือว่า เป็นนักกฎหมายที่โน้มน้าวพรรคพวกได้

ขณะที่ “บิ๊กป๊อด” ที่มา เป็นกรรมาธิการเอง ครั้งนี้จะเล่นบทหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ออกตัวอะไร เพราะรู้อยู่แล้วว่า ตัวเองเป็นสายล่อฟ้า ถ้าออกมาเล่นเรื่องนี้พวกจับได้ไล่ทันว่า เป็นตัวการ ถึงขนาดว่า เวลา วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป.ป.ช. ซึ่งเป็น 1 ในกรรมาธิการวิสามัญมาประชุม น้องรักของ “บิ๊กป้อม” จะหลบหน้าอย่างเดียว

โดยซุบซิบกันว่า ต้องส่งคนมาเช็กกับเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกันทีเดียวว่า “วิชา” มาหรือเปล่า เพื่อเลี่ยงพบหน้ากัน

เพราะรู้ว่า เรื่องนี้ถ้า “วิชา” รู้อย่างไรก็คงไม่ยอม เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ได้เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม ว่าเป็นน้องของผู้มีอำนาจในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่อย่างใด แต่ถึงอดีตกรรมการป.ป.ช. รายนี้ จะล่วงรู้ก็คงทำได้แค่เฉย และประจานให้สังคมทราบ เพราะเมื่อเหลือบไปมองรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้แล้ว เกือบทั้งหมดเป็นคนของ “พี่ใหญ่” ที่ทำงานอยู่ในสนช. ทั้งนั้น

ไม่มีประเภทเปิดหน้าแลกเลย จะมีแค่ มานะ นิมิตรมงคล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ที่พอจะเชื่อถือได้เอาเฉพาะตัวประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญก่อน ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น พล.ต.อ.ชัชชาลย์ สุขสมจิตร์ ที่สมัยรับราชการได้ดิบได้ดีในยุคของ คสช. ขึ้นสูงสุดยันปลัดกระทรวงยุติธรรม กฎหมายอะไรสำคัญๆ ของรัฐบาลถูกตั้งให้เป็นกรรมาธิการวิสามัญแทบทั้งนั้น

ถัดมาเป็น “บิ๊กกุ้ย” พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช. ที่อย่างไรต้องช่วยให้ตัวเองได้นั่งในเก้าอี้ต่อ แม้จะแสดงสปิริตก่อนหน้านี้ว่า ถ้าเรื่องไหนมีส่วนได้เสีย จะออกจากที่ประชุมก็ตาม เช่นเดียวกับ สุวณา สุวรรณจูฑะ 1 ใน 2 กรรมการป.ป.ช. ที่ถูกส่งมาเป็นกรรมาธิการวิสามัญ ก็เป็นคนที่ “พี่ใหญ่” ผลักดันจนเป็นกรรมการป.ป.ช.

ดังนั้น รู้อยู่แล้วว่า 2 กรรมการป.ป.ช. จะยกมือฝั่งไหน ส่วนคนอื่นๆ ที่เหลือเห็นชื่อแล้วรู้เลยทั้งนั้นว่า “เด็กใคร” ไล่เรียงกันชัดๆ ตั้งแต่ พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิชย์ ซี้ย่ำปึ้กของ “บิ๊กป๊อด” แถมยังมีคดีความในสำนักงานป.ป.ช. เหมือนกัน พล.ต.อ.อำนวย นิ่มมะโน พล.ต.ท.ปัญญา เอ่งฉ้วน เหล่านี้สายกากี ที่ล็อกกันมาทั้งนั้น

นอกจากนี้ ยังมีข้าราชการประจำที่ไม่กล้าหักน้องรักนายแน่ แม้แต่ในราย ประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)

ด้านคนที่เหลือก็นายทหารฝั่งใกล้ชิดผู้มีอำนาจทั้งนั้น ดูท่าแล้วน่าจะช่วยกันคว่ำมติกรธ.ในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ไม่ยาก แล้วไปร่วมด้วยช่วยกันในชั้นสนช. ที่เป็นเหมือนสภาฝักถั่ว รอรับสัญญาณ หรือคำสั่งจากผู้มีอำนาจว่าจะยกมือข้างไหนกันดี ซึ่งงานนี้ไม่ยากหรอก เพราะ “บิ๊กป๊อด” น้อง “บิ๊กป้อม” ทำได้สบาย

จุดยืนน้อง ก็คือจุดยืนพี่
           
   เหตุที่ต้องเซฟเก้าอี้ “บิ๊กกุ้ย” และกรรมการป.ป.ช.ชุดนี้เอาไว้ ด้วยการหักกับกรธ. ส่วนหนึ่งก็เพราะต้องการจะใช้คณะกรรมการป.ป.ช.ชุดนี้เป็น 1 ใน ยุทธศาสตร์การต่อยอดทอดอำนาจไปยังรัฐบาลชุดหน้า เพื่อกุมสภาพการเมืองไทยต่อ โดยมีองค์กรอิสระที่ชี้เป็นชี้ตาย อยู่ในคอลโทรล นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมคดีที่พรรคพวกตัวเองมีเรื่องร้องเรียนอยู่ในสำนักงานป.ป.ช.ได้ด้วย

ซึ่งที่ผ่านมา “บิ๊กกุ้ย” ทำให้เห็นแล้วว่า ป.ป.ช.ชุดนี้ สามารถแสดงอภินิหารต่างๆ ได้เสมอ เพราะกรรมการคนอื่นๆ ที่เหลือก็มาจากสรรหาในยุคคสช.ทั้งนั้น ทั้งในราย สุวณา สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร วิทยา อาคมพิทักษ์ พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ นี่คือ เสียงข้างมากที่กุมสภาพคดีต่างๆ ในมือป.ป.ช.แทบทั้งสิ้น

การให้อยู่ต่อไป แม้ภายภาคหน้ารัฐบาลอาจสั่นคลอน แต่ป.ป.ช.ถือ เป็นองค์กรที่มีอำนาจอย่างสูงทางการเมืองไทย เพราะสามารถตัดสินชะตาชีวิตนักการเมืองได้ไม่ยาก โดยเฉพาะพวกที่ชนักปักหลัง หรือพวกที่มีคดีความ มีสิทธิ์ปิดเทอมทางการเมืองไทยได้เลย

ดังจะเห็นคดีสำคัญๆ ในอดีต อย่างคดีละเว้นไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวจนก่อให้เกิดความเสียหาย ของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ที่สั่นสะเทือนจากดุลอำนาจทางการเมืองเปลี่ยนไป หลังถูกชี้มูลเพียงพริบตา

นอกจากนี้ หลังคสช.หมด อำนาจ พวกที่จ้องจะตามเช็กบิลบรรดาท็อปบูตมีจำนวนมาก หากปล่อยไว้ในมือคนอื่น ต้องบอกว่า เสี่ยงทีเดียว เพราะไม่สามารถแทรกแซงได้เหมือนคนกันเอง ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ “น้องป๊อด” แต่ “พี่ป้อม” ก็น่าจะรู้ และเห็นด้วยกับการหักมติกรธ.

ซึ่งน่าจะเป็นองค์กรอิสระเดียวที่สนช. ปกป้องเพื่อให้ได้อยู่ต่อ ต่างจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่พร้อมใจกันยกมือให้หลุด เพื่อเลือกคนของตัวเองเข้ามาทำหน้าที่แทนในภายหลัง  
         
    นี่จึงป็นการวางคนที่ขยายไปถึงองค์กรอิสระ เพื่อเป็นฐานของตัวเองในการเมืองหลังเลือกตั้งปี 61


กำลังโหลดความคิดเห็น...