xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

หวยล็อก ออกแน่ ผู้ว่า กยท. “บิ๊กฉัตร” จ่อเชือดเซ่นม็อบยาง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)
ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ดูท่าคราวนี้ นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) คงไม่รอดถูกเชือดเซ่นม็อบยางแน่ เผลอๆ อาจจะไม่ใช่แค่ผู้ว่าฯกยท. เพราะกระแสที่เหล่าแมงเม้าท์แมงโม้ลือกันให้แซ่ดนั้นอาจหลุดกันทั้งยวง ตั้งแต่เจ้ากระทรวง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ “เพื่อนลุงตู่” นั่นเลยทีเดียว

จะถึงขนาดเป็นไฟล์บังคับให้จำต้องลุกเพื่อปรับลุคคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ ไม่ให้พรึ่บพรั่บไปด้วยบิ๊กทหาร หรืออาจจะเพื่อสางปมปัญหาเดิมที่ค้างคาใจกันอยู่กับหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี คุมฝ่ายเศรษฐกิจ ที่มีผลงานเข้าตาเข้าเป้ามากกว่า “เพื่อนนายกฯ” หากการเขย่าคราวนี้เอาคนที่เข้าขากับหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเข้ามาเสียบ ก็อาจจะช่วยดันคะแนนนิยมที่ต่ำตมของรัฐบาลให้กระเตื้องขึ้นมาก่อนไปกันต่ออีก

แต่ไม่ว่าจะตายเดี่ยวหรือตายยกรัง ท่าทีของบิ๊กฉัตร ก็ชัดเจนว่าเตรียมตัดสายชนวน หวังดับไฟม็อบชาวสวนยางไม่ให้เกิดระเบิดตายยกกระทรวงเสียชื่อยี่ห้อสายเหนียวเพื่อนตู่ โดยขานรับข้อเรียกร้องของชาวสวนยางให้ปลดผู้ว่า กยท. แบบทันใจดีเหลือหลาย

ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 14 พ.ย. 2560 พล.อ.ฉัตรชัย ซึ่งเจอนักข่าวล้อมหน้าล้อมหลังถามไถ่เอาอย่างไรกับข้อเรียกร้องของชาวสวนยาง ทั้งการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำและขอให้ปลดผู้ว่า กยท. ก็ตอบชัดว่า ลงนามในคำสั่งให้ พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) กยท. ไปตั้งคณะกรรมการสอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของนายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการกยท. ภายใน 7 วัน แล้ว

คำสั่งสอบคราวนี้ครอบคลุมตามข้อเรียกร้องของชวนสวนยางที่กล่าวหาผู้ว่า กยท. ทั้งล้มเหลวในการบริหาร กยท. ทั้งไม่มีความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งการทำให้ราคายางตกต่ำ เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มพวกพ้องตัวเอง ทั้งการซื้อปุ๋ยให้เกษตรกรในราคาที่แพงกว่าท้องตลาด จนถึงการจัดตั้งบริษัท ร่วมทุนยางพาราไทย จำกัด กับบริษัทส่งออก 5 เสือการยาง ซึ่งอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนบางกลุ่ม

สำหรับกระบวนการหลังการออกคำสั่งแล้ว เมื่อคำสั่งถึงมือประธานบอร์ด กยท. ก็คงมีการเรียกประชุม เพราะอำนาจในการพิจารณาเป็นเรื่องของบอร์ด กยท.ที่จะว่ากันไป ทั้งนี้ในการสิ้นสุดการปฏิบัติของผู้ว่าการกยท. มีการระบุไว้ตามกฎหมาย พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย 2558คือ 1.ตาย 2.ลาออก 3.สิ้นสัญญา และ 4.ไม่ผ่านการประเมินของบอร์ด

ดูข้อกล่าวหาทั้งหมดแล้วหากมีหลักฐานมัดแน่นก็คงรอดยาก เว้นแต่ว่าจะปั่นกระแสหาเรื่องเปลี่ยนตัวหัวเรือ กยท. นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่อดใจรอไม่นานเพียงแค่ 7 วัน ก็คงรู้ว่าออกหัวออกก้อย แต่แนวโน้มดูทรงแล้วคงรอดยาก

หากพิจารณาจากการทำการบ้านของบิ๊กฉัตร พบว่า ข้อเรียกร้องของชาวสวนยางที่ยื่นหนังสือร้องเรียนเข้ามาหลายกลุ่มที่ตรงกันก็คือ การให้ตรวจสอบการทำงานของบอร์ด กยท. ที่ใช้บริษัทร่วมทุนเข้าไปซื้อยางว่า การกระทำเช่นนี้เกษตรกรได้รับผลประโยชน์ทั่วถึงหรือไม่ และบริษัทร่วมทุนได้ปฏิบัติตามกฎหรือไม่ และยางที่ซื้อมามีการเก็บดีหรือไม่ รวมถึงการให้ยกเลิกบริษัทร่วมทุน และให้กยท.ดำเนินการจัดซื้อยางเองทั้งหมด โดยดึงเอาเกษตรกรมาร่วมทุนด้วย และขอให้ผู้ว่าฯ การยางแห่งประเทศไทย ออกจากตำแหน่งด้วย

ก่อนที่จะเซ็นคำสั่งให้ประธานบอร์ด กยท.ตั้งคณะกรรมการสอบผู้ว่ากยท.นั้น บิ๊กฉัตร ได้เรียกผู้ว่า กยท. และบอร์ดการยางเข้าพบเพื่อให้รับทราบข้อเรียกร้องของชาวสวนยาง ทั้งยังสั่งให้ปลัดกระทรวงฯ ทำหนังสือสรุปข้อร้องเรียนทั้งหมด ซึ่งหลังจากมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน จากนั้นจะมีการรายงานให้รัฐมนตรีรับทราบ

“.... ที่ผ่านมาปัญหาราคายางจะตกต่ำและเป็นปัญหามายาวนาน ปัจจุบันราคายางแผ่นดิบยังอยู่ที่กิโลกรัมละ 41 บาท ถือเป็นราคาที่ทรงตัว แต่ขอยืนยันว่าตนไม่ได้ปกป้องผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทยแต่อย่างใด แต่จะต้องรอผลสอบสวนให้ได้ข้อสรุปก่อน และหากพบว่าผิดก็พร้อมดำเนินการตามกฎหมายและปลดออกจากตำแหน่ง...” พล.อ.ฉัตรชัย ยืนยันหนักแน่น

ยังมีสัญญาณปลดผู้ว่า กยท. จากการตั้งข้อสงสัยในราคายางที่ต่ำกว่าปกติจากการให้สัมภาษณ์ของพล.อ.ฉัตรชัย หลังการเรียกนายธีธัช เข้าชี้แจงราคายางที่ปรับตัวลดลงในช่วงนี้มีความผิดปกติด้วยว่าเกิดจากสาเหตุอะไร

ถึงแม้นายธีธัช อธิบายว่า ราคายางปรับลดลงเนื่องจากปัจจัยจากต่างประเทศ แต่พล.อ.ฉัตรชัย ก็เห็นว่าราคายางปรับตัวลดลงผิดปกติเพราะช่วงนี้เป็นฤดูฝน ยางกรีดไม่ได้ซึ่งราคายางต้องสูงขึ้นแต่ราคากลับปรับตัวลดลง เชื่อว่ามีคนทำให้ราคาตกต่ำลง เพราะมีพ่อค้ารายหนึ่งไปขายยางในต่างประเทศไว้ในราคาต่ำ เมื่อถึงเวลาส่งมอบก็มากดราคายางในประเทศให้ต่ำลงเพื่อจะได้ไม่ขาดทุนจากการขายล่วงหน้าไว้

เรื่องราคายางไม่อยากพูดมาก เพราะเดี๋ยวนักข่าวก็เอาไปเขียนเองอีก ราคายางที่ตกต่ำเพราะมีเอกชนบางรายตั้งใจกดราคายางในประเทศ” พล.อ.ฉัตรชัย บอกเป็นนัยๆ

ไม่เป็นที่เปิดเผยแน่ชัดว่า ผลสรุปการลงทุนของบริษัท ร่วมทุนยางพาราไทย จำกัด ที่บริษัทมีการซื้อขายยางในตลาดจริงเป็นจำนวนเท่าไหร่ จากวงเงินที่ร่วมทุนระหว่าง กยท. กับ 5 เสือส่งออก รวมมูลค่า 1,200 ล้านบาท ส่วนการลงทุนในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งลงทุนไป 2 เดือนขาดทุนไปแล้ว เกือบ 7 ล้านบาท โดยการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ยางแผ่นรมควันชั้น 3 เพื่อการส่งมอบสินค้า (RSS3D Futures) ในเดือน ก.ย.2560 จำนวน 112 สัญญา โดยปิดสถานะ RSS3DG18 (Fed) ราคาเฉลี่ย 64.65 บาท และปิดสถานะ RSS3DG18 (Mar) ราคาเฉลี่ย 65.62 บาท มีกำไรสุทธิในรอบเดือนก.ย. จำนวน 507,547 บาท

ส่วน เดือนต.ค. ลงทุน 184 สัญญา ทำโรลโอเวอร์ (Roll Over) ปิดสถานะ RSS3DH18 (Mar) ราคาเฉลี่ย 58.61 บาท และปิดสถานะ RSS3DH18 (Apr) ราคาเฉลี่ย 60.36 บาท มีผลขาดทุน 6,978,630 บาท หรือปิดสถานะ 2 ครั้งขาดทุน 6,471,083 บาท ทั้งนี้สรุปการลงทุน 1 พ.ย. มูลค่าพอร์ต 21,560,196.67 บาท เงินคงเหลือในการเปิดสถานะ 14,461,896.67 บาท มาสถานะซื้อ 239 สัญญา ยางจำนวน 1,195 ตัน และอยู่ระหว่างทยอยซื้อเพิ่มอีก 161 สัญญาให้ครบ 400 สัญญา หรือ 2,000 ตัน

ก่อนหน้าที่จะมีม็อบชาวสวนยางฮึ่มฮั่มขึ้นมานั้น นายธีธัช ได้ชี้แจงเหตุผลที่ราคายางตกต่ำว่า เป็นเพราะทั่วโลกปลูกยางเพิ่มขึ้นโดยประเทศต่างๆ ขยายพื้นที่ปลูกยางมากขึ้นกว่าร้อยละ 50 มากถึง 12 ล้านไร่ เนื่องจากปี 2554 ราคายางพุ่งมากที่สุด จึงเกิดปรากฎการณ์ยางฟีเวอร์ โดยในปี2559 ประเทศผู้ปลูกยางรายใหม่มีผลผลิตเพิ่มมากขึ้น เช่น กัมพูชา ร้อยละ 33 อินเดีย ร้อยละ 21 และเวียดนาม ร้อยละ 11 ทำให้ยางล้นตลาด

ดังนั้น กยท.จึงวางแผนขับเคลื่อนโครงการในปีหน้า 2561 เพื่อสร้างเสถียรภาพของราคา เช่น ลดพื้นที่ปลูกยางในพื้นที่ไม่เหมาะสมตามเป้าหมายปีละ 4 แสนไร่ เพิ่มรายได้ชาวสวนยางด้วยระบบปลูกยางแบบผสมผสาน ฯลฯ เพิ่มการใช้ยางในประเทศ ฯลฯ

"สถานการณ์ราคายางในประเทศระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา ระดับราคายางมีการปรับตัวในทิศทางเดียวกันราคายาง 3 ตลาดของต่างประเทศ ทั้งโตเกียว เซี่ยงไฮ้ ไซคอม ที่มีการปรับลดทุกตลาด ซึ่งมาจากปัจจัยพื้นฐานโดยรวมของโลกและการซื้อขายทำกำไรในตลาดล่วงหน้า” ผู้ว่า กยท. อธิบายความ

สำหรับ กยท.ทำหน้าที่ลดความผันผวนของราคาในมาตรการบูรณาการระหว่างรัฐและเอกชน โดยจัดตั้งบริษัทร่วมทุนยางพาราไทย เป็นกลไกแก้ปัญหานำมาใช้ครั้งแรก เข้าซื้อยางในราคาชี้นำในตลาดกลาง กยท.ทั้ง 6 แห่ง พร้อมกับมาตรการสร้างเสถียรภาพยางโดยเพิ่มกำลังซื้อและบริหารจัดการตลาดเปิดประมูล ไม่สูงหรือต่ำกว่าราคากลางเกิน 2 บาทต่อกก. ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ยางพารา

นอกจากนั้น ยังมีโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร วงเงิน 6.4 พันล้านบาท โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกร เพื่อรวมรวมยาง 10,000 ล้านบาท โครงการสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการยาง วงเงิน 10,000 ล้านบาท กยท.ยังเสนอขอขยายเวลาการรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการกิจการผลิตภัณฑ์ยาง 15,000 ล้านบาท ทั้งหมดรัฐชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ 3 ซึ่งจะเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ในเดือนพ.ย.นี้

แผนการสร้างเสถียรภาพราคายางและสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรชาวสวนยางและอุตสาหกรรมการยางของประเทศ ให้สมกับวิสัยทัศน์ที่ว่า “กยท. เป็นองค์กรชั้นนำระดับโลกในการบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบ” สุดท้ายอาจเป็นเพียงฝันค้างของผู้ว่าการยางคนแรก เพราะดูทรงแล้วคงไม่ได้อยู่ในตำแหน่งต่อเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย

ทั้งที่จะว่าไปโปรไฟล์ของนายธีธัช ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรนัก ที่จ่อถูกเชือดเซ่นกระแสม็อบส่วนหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพราะแรงกดดันจากการเมือง เรตติ้งรัฐบาลตกต่ำเลยช่วยซ้ำเติม

เช่นนี้ก็ถือเสียว่ามาเพราะการเมืองก็ไปเพราะการเมือง แถมยังเป็นการเสียสละเพื่อให้ “บิ๊กฉัตร” ไปต่อได้ในการปรับครม. “ประยุทธ์ 5” ได้อีกต่างหาก


กำลังโหลดความคิดเห็น...