xs
xsm
sm
md
lg

สภาวะถดถอยของ ‘ทรัมป์’...

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์

<b>ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์</b>
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามโกยคะแนนความนิยมจากการเยือน 5 ประเทศในเอเชียเพื่อกระชับความสัมพันธ์ สะสางปัญหาการขาดดุลการค้าและการเผชิญหน้ากับเกาหลีเหนือ พรรครีพับลิกันพ่ายการเลือกตั้งแทบหมดสภาพ

คนอเมริกันที่ลงคะแนนแสดงให้เห็นอาการเบื่อหน่ายผู้นำประเทศหลังจาก 1 ปีที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งชิงเก้าอี้ผู้นำชาติมหาอำนาจอันดับ 1 ด้วยการเลือกผู้สมัครพรรคเดโมแครตให้เป็นผู้ว่าการรัฐ นายกเทศมนตรีและตำแหน่งอื่นๆ

ในช่วงที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง พรรครีพับลิกันได้ที่นั่งมากกว่าพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสและในวุฒิสภา สร้างความเชื่อมั่นว่าทรัมป์จะไม่มีปัญหาในการผลักดันกฎหมายและนโยบายต่างๆ ที่ได้หาเสียงเพราะความนิยมส่วนตัว

แต่ 1 ปีให้หลัง ปรากฏว่าทรัมป์ได้เป็นตัวถ่วง เป็นจุดอ่อนที่ทำให้ผู้สมัครพรรครีพับลิกันพ่ายแพ้ต่อคู่แข่งในบรรดารัฐและตำแหน่งต่างๆ ที่ครบวาระต้องให้ประชาชนกาเบอร์เลือกตั้งใหม่ ผู้สมัครที่พ่ายแพ้ต่างโทษทรัมป์ว่าเป็นต้นเหตุ

ความนิยมที่ตัวทรัมป์เองเคยได้รับ ปรากฏว่าไม่มีการถ่ายทอดผ่านไปสู่คนในพรรครีพับลิกัน ไม่มีใครได้ประโยชน์ แม้แต่การที่ทรัมป์ไปช่วยหาเสียงให้วุฒิสมาชิกพรรคเดียวกันในรัฐอลาบามา ก็ไม่ช่วยทำให้ผู้สมัครของแข่งขันชนะ

ตรงกันข้าม ทั้งโอบามาและอดีตรองประธานาธิบดี โจ ไบเดน ยังมีบารมีเหลือ ช่วยผู้สมัครพรรคเดโมแครตหาเสียงสู้ศึกจนมีชัยเหนือคู่แข่งรีพับลิกัน

ผลการเลือกตั้งได้สร้างความหวั่นไหวต่อพรรครีพับลิกันว่าเสียงข้างมากในสภาคองเกรสน่าจะเหลือไม่มาก อาจเป็นเพียงระดับปริ่มน้ำเท่านั้น และจะทำให้การขับเคลื่อนกฎหมายและนโยบายสำคัญจะยากเย็นกว่าการเข็นครกขึ้นเขา

ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์คริส คริสตี คนดังก็พ่ายแพ้ต่อคู่แข่ง น่าจะเป็นความช้ำใจซ้ำหลังจากพลาดการได้ตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลทรัมป์ ทั้งๆ ที่ได้ช่วยหาเสียง ถูกคาดการณ์ว่าอาจได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงหลัก แต่ก็ต้องกินแห้ว

พรรคเดโมแครตคึกสุดๆ หลังจากต้องยอมทนกับสภาวะตกต่ำมานานครบปี มองว่าศึกการเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะส่งผลอย่างมากในการเลือกตั้งรอบใหญ่ในปี 2018 ซึ่งถือว่าเป็นครึ่งวาระของประธานาธิบดีทรัมป์ ถ้าอยู่ได้รอดจนถึงวันนั้น

ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา พรรคเดโมแครตต่างก็โทษนั่นโทษนี่ว่าเป็นปัญหาทำให้ต้องแพ้การเลือกตั้งทั้ง 2 สภา นอกเหนือจากการช็อกที่ทรัมป์พลิกล็อกจากทุกโพล เอาชนะฮิลลารี คลินตัน ซึ่งคาดว่าจะนอนมาแน่ สุดท้ายก็นอนนิ่งสิ้นสภาพ

ชัยชนะครั้งใหม่ทำให้พรรคเดโมแครตฟื้นฟูความเชื่อมั่น ถือเป็นจุดพลิกสำคัญที่จะทำให้พรรครีพับลิกันต้องพลิกตำราหาทางแก้ไขไม่ให้แพ้การเลือกตั้งครั้งหน้า แต่จะทำได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับผลงานของทรัมป์ที่ตนเองก็มีปัญหาสารพัด

ความพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งยังไม่รู้ว่าทรัมป์ทำหน้าอย่างไรในการสบตาผู้นำชาติอื่นๆ ผลที่เข้ามาเป็นช่วงที่ทรัมป์กำลังเยือนประเทศจีน พบปะสะสางเรื่องต่างๆ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งเพิ่งประกาศตัวเป็นผู้นำโลกเปี่ยมอำนาจ

และการเยือนจีนก็ทำให้ชาวโลกได้เห็นการเปลี่ยนท่าทีของทรัมป์ จากคำพูดเผ็ดร้อนช่วงหาเสียง กล่าวหาและโจมตีจีนสารพัดว่าเป็นนักปล้น นักเอาเปรียบการค้า ค่าเงินหยวน และประกาศว่าจะจัดการจีนด้วยมาตรการเด็ดขาด

แต่ 1 ปีผ่านไป ทรัมป์ยังไม่ได้ทำอะไรกับจีน และน่าจะเป็นการดีที่ยังไม่มีเรื่องหนักอกไปคุยช่วงที่ทรัมป์อยู่ในประเทศจีน ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างเต็มที่สมเกียรติ มีเด็กนักเรียนยืนเข้าแถวโบกธงชาติจีนและสหรัฐฯ ย้ำความสัมพันธ์อันดี

มีเสียงร้องประสาน “ไอเลิฟยู” จากคณะต้อนรับให้ทรัมป์ได้ยินเต็ม 2 หู!

โดนต้อนรับน่าประทับใจเช่นนี้ ย่อมทำให้หัวใจห้าวๆ ของทรัมป์อ่อนยวบได้ และยังได้คุยฟุ้งให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าการเยือนจีนเป็นสุดยอดของความประทับใจ เป็นการย้ำให้เห็นว่าลีลาการทูตของจีนเหนือชั้นกว่าจอมโฉ่งฉ่างอย่างทรัมป์

คำประกาศว่า “อเมริกาต้องมาก่อน” ติดอยู่ในลำคอทรัมป์ พูดไม่ออก! จะว่าเป็นเสน่ห์แบบเอเชียผสมการทูตก็ว่าได้ เพราะภาษาดอกไม้นั้นคนเอเชียเปล่งได้ไม่แพ้ใคร และที่ผ่านมาทรัมป์ได้ยินแต่เสียงด่าต่อหน้าและไล่หลังรอบทิศทาง

แผนที่เตรียมจะเช็กบิลจีนเรื่องการเสียดุลการค้าต่อเนื่องนานหลายปี อาจทำได้ไม่เต็มที่ สหรัฐฯ และจีนยังต้องการบรรลุจุดยืนเดียวกันในการแก้ปัญหาเกาหลีเหนือซึ่งยังไม่ลดราวาศอกให้สหรัฐฯ แถมยังด่าทรัมป์ว่า “ไอ้หมาบ้า”

การเดาอารมณ์ของผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จองอึนได้ยากทำให้ทรัมป์เลิกแผนที่จะไปเยือนพื้นที่ปลอดทหารบนพรมแดนกั้นระหว่าง 2 เกาหลี เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ถ้าเกิดคิมห้าวอยากเอาทรัมป์เป็นเป้าทดสอบความแม่นยำของจรวด

คำพูดเสนาะโสตช่วงที่เยือนในเอเชียคงทำให้ทรัมป์เห็นความแตกต่างจากคำพูดเผ็ดร้อนในวงการเมืองสหรัฐฯ ยิ่งคนรีพับลิกันอยู่ในอารมณ์ของคนพ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งด้วยแล้ว ทันทีที่กลับบ้าน ทรัมป์ต้องหาทางออกให้ตัวเองให้สวยด้วย

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ไปเยือนญี่ปุ่นและเกาหลี ต้องปรับท่าทีและคำพูดอย่างมาก ลดความก้าวร้าว แนวกร่างตามสไตล์นักการเมืองอเมริกันที่นิยมยกตนข่มท่าน แม้แต่การเดินเหิน การปฏิบัติตัว ก็ถูกนำไปเปรียบเทียบกับบารัค โอบามา

จบจากการเยือนเอเชีย 12 วัน ทรัมป์จะยังคงห้าวแบบเดิมอีกหรือไม่?
กำลังโหลดความคิดเห็น...