xs
xsm
sm
md
lg

การแก้ปัญหาของ “ทรัมป์บ้า” ยิ่งแก้-ยิ่งยุ่ง

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

โดนัลด์ ทรัมป์
ไหนๆ เมื่อวาน...ได้พูดถึงเรื่องการเตรียมพร้อมเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 ของคุณพ่ออเมริกา ระดับตลอด 24 ชั่วโมง อันถือเป็นการเตรียมพร้อมครั้งแรก นับตั้งแต่หลังยุคสงครามเย็นเป็นต้นมา วันนี้เลยคงต้องขออนุญาตลากต่อไปอีกซักนิด เนื่องจากคงไม่ใช่เฉพาะแต่การเตรียมพร้อมเครื่องบินทิ้งระเบิด เพื่อคิดจะเอาไปหย่อนใส่หัวกบาล “คิมน้อย” หรือหัวใครต่อใครก็แล้วแต่ เพราะโดยคำพูดที่หลุดจากปากของ “ทรัมป์บ้า” ระหว่างให้สัมภาษณ์โทรทัศน์ Fox News การเตรียมพร้อมที่ว่านั้น ไปไกลถึงขั้น... “ถ้าหากคุณได้เห็นว่าเราเตรียมพร้อมเบ็ดเสร็จไปถึงระดับไหน คุณอาจช็อกเอาเลยก็ได้...”

ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่า...เป็นคำพูดเพื่อก่อให้เกิดความมั่นอก มั่นใจต่อศักยภาพแห่งเครื่องจักรสงครามของสหรัฐฯ หรือเพื่อเอาไว้ขู่ใครต่อใครแบบเคยขู่ๆ มาโดยตลอด แต่เอาเป็นว่า...การเตรียมพร้อม หรือการพร้อมรบคราวนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางห้วงระยะเวลาแห่งการ “ซ้อมรบ” ระหว่างกองทัพสหรัฐฯ-เกาหลีใต้-และญี่ปุ่นที่เริ่มต้นขึ้นในวันอังคารที่ 24 ตุลาคม ไปจนถึงวันพุธที่ 25 ตุลาคม หลังจากที่ปฏิบัติการซ้อมรบตามระหัส “MCSOFEX” ระหว่างวันที่ 17-20 ตุลาคมได้สิ้นสุดลงไปแล้ว อันถือเป็นการซ้อมรบที่มีลักษณะพิเศษโดยเฉพาะ คือเป็นการซ้อมรบเพื่อที่จะทดสอบการประสานงานของระบบป้องกันขีปนาวุธของกองทัพเรือทั้ง 3 ประเทศ ที่ล้วนแล้วแต่มีระบบโล่ป้องกันขีปนาวุธแบบ “เอกิส” (Aegis Conbat System) เอาไว้ในมือด้วยกันทั้งสิ้น...

ระบบโล่ป้องกันขีปนาวุธที่ว่านี้...ก็คือระบบที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัทค้าอาวุธอย่าง “Lockheed Martin” ที่ไม่เพียงแต่เอาไว้ป้องกันการโจมตีทางอากาศจากขีปนาวุธฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น แต่ยังสามารถตรวจหา ติดตาม ทำลาย และโจมตีโต้กลับ ด้วยระบบเรดาร์ที่สุดแสนจะก้าวล้ำนำหน้า ชนิดที่ทำให้มหาอำนาจเก่าอย่างรัสเซีย เคยต้องออกมาโวยวายเมื่อมีการส่งเรือติดตั้งระบบเอกิสเข้าไปประจำการในยุโรปมาแล้ว และด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำนำหน้าเช่นนี้ เรือพิฆาตของกองทัพเรือสหรัฐฯ อย่างเรือ “USS Stethem” ซึ่งกำลังแล่นฉวัดเฉวียนอยู่ในคาบสมุทรเกาหลี เรือพิฆาตของกองทัพเรือญี่ปุ่นอย่างเรือ “JDS Kirishima” และเรือพิฆาตของกองทัพเรือเกาหลีใต้ อย่างเรือ “ROKN” ซึ่งต่างติดตั้งระบบเอกิสเอาไว้ประจำเรือด้วยกันทั้งสิ้น จึงถูกลาก ถูกเข็นให้มาร่วมซ้อมรบคราวนี้กันโดยเฉพาะ อันทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองระหว่างประเทศและบรรณาธิการบริหารเว็บไซต์ “The Duran” อย่าง “นายอเล็กซานเดอร์ เมอร์คูริส” (Alexander Mercouris) ถึงได้ออกมาสรุปไว้แบบตรงไป-ตรงมาว่า การซ้อมรบเช่นนี้...ถือเป็น “การส่งสาส์นโดยตรง” ถึงเกาหลีเหนือกันโดยเฉพาะนั่นเอง หรืออาจถือเป็นคำอธิบายถึง “ตัวเดียว-อันเดียว” หรือ “สิ่งเดียว” ที่ผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” ได้เคยเอ่ยเป็นปริศนาถึงกรรมวิธีในการจัดการกับ “คิมน้อย” เอาไว้ก่อนหน้านี้...

พูดง่ายๆ ว่า...ถือเป็นการผนึกกำลังของกองทัพเรือทั้ง 3 ประเทศ หลังจากที่รัฐมนตรีกลาโหมของประเทศทั้ง 3 ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ว่าด้วย “ภัยคุกคามร้ายแรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน” ของเกาหลีเหนือเมื่อไม่กี่วันมานี้ หรือไม่ต่างอะไรไปจากการ “ยกระดับการใช้มาตรการทางทหาร” ซึ่งยังถูกวางเอาไว้บนโต๊ะ ในฐานะ “ทางเลือก” อีกทางหนึ่ง นอกเหนือไปจากทางเลือกอื่นๆ ซึ่งยังคงยักตื้นติดกึก-ยักลึกติดกักอยู่จนตราบเท่าทุกวันนี้...

อย่างไรก็ตาม...การผนึกกำลัง “ทางทหาร” ของประเทศทั้งสาม จะช่วยป้องกัน ติดตาม ทำลาย และโจมตีตอบโต้ขีปนาวุธแต่ละลูกของ “คิมน้อย” ได้มาก-น้อยแค่ไหน อันนั้น...คงขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของระบบป้องกันขีปนาวุธ “เอกิส” ว่าจะสามารถรับมือกับการถล่มแบบ “รัวเป็นชุดๆ” ที่ “คิมน้อย” ขู่เอาไว้ก่อนหน้านี้ได้หรือไม่ อย่างไร แต่สำหรับ “ทางการเมือง” แล้ว อย่างที่อดีตนักวิเคราะห์ซีไอเอ “นายจอห์น คิเรียคู” (John Kiriakou) ได้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้น่าคิด น่าสนใจมิใช่น้อย นั่นก็คือ...ความร่วมมือทางทหารอย่างใกล้ชิดระหว่างสหรัฐฯ-เกาหลีใต้-และญี่ปุ่น ย่อมกลายเป็นการเปิดช่อง เปิดโอกาสให้ญี่ปุ่นสามารถเพิ่มบทบาททางทหารของตัวเองให้สูงเด่นยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ชนิดแทบไม่ต่างอะไรไปจากการส่งสัญญาณว่า “ญี่ปุ่นกำลังจะกลับมา” สู่ความเป็นมหาอำนาจทางทหารในเอเชียได้อีกครั้ง และนั่นเท่ากับกลายเป็นตัวกระตุ้นให้ไม่ว่าชาวเกาหลีใต้ หรือเกาหลีเหนือ ต่างต้องหันไป “ทบทวนประวัติศาสตร์” ถึง “ภัยคุกคามญี่ปุ่น” ที่เคยสร้างความเจ็บแค้นแน่นอก ต่อบรรดาผู้ที่ได้ชื่อว่าชาวเกาหลีทั้งหลาย ชนิดยังไม่หาย “แค้นตาแม้น” อยู่จนตราบเท่าทุกวันนี้...

ความพยายาม “แก้ปัญหา” ของ “ทรัมป์บ้า” จึงแทบไม่ต่างไปจากการ “สร้างปมปัญหา” ใหม่ๆ ให้ต้องยุ่งยาก ยุ่งเหยิงยิ่งไปกว่าเดิม ปานประดุจความพยายามแก้หนวดแขกออกจากฝอยขัดหม้ออะไรประมาณนั้น อีกทั้งความพยายามขู่แล้ว ขู่เล่า พยายามสร้างแรงกดดันครั้งแล้ว ครั้งเล่าต่อเกาหลีเหนือให้หนักขึ้นๆ ยังอาจนำไปสู่สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง National Security Program แห่งมหาวิทยาลัย New Haven “ศาสตราจารย์โฮเวิร์ด สตอฟเฟอร์” (Dr.Howard Stoffer) ท่านเรียกว่า “อันตรายที่แท้จริงจากการคาดการณ์ผิดๆ” (A Real Danger of Miscalculation) ที่อาจนำมาซึ่ง “การจุดชนวนสงครามโลกครั้งที่ 3” ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้!!!
กำลังโหลดความคิดเห็น...