xs
xsm
sm
md
lg

รับสั่งเพิ่มพื้นที่ ให้ประชาชนร่วมชมริ้วขบวน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการรายวัน360-"สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" รับสั่งเพิ่มพื้นที่ให้ประชาชนเข้าร่วมชมริ้วขบวน และเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ด้าน กอร.พระราชพิธี เตรียมเปิดพื้นที่รอบพระบรมมหาราชวัง รองรับประชาชนได้เพิ่มอีก 18,840 คน จากเดิม171,027 คน ตำรวจพร้อมดูแลและอำนวยความสะดวก ย้ำเข้าร่วมงานต้องพกบัตรประชาชน เตรียมปิดพื้นที่ชั้นในท้องสนามหลวง 24 ต.ค. ก่อนเปิดให้เข้าผ่านจุดคัดกรองอีกครั้ง 25 ต.ค. ระบุจะเปิดให้ประชาชนถวายดอกไม้จันทน์ 2 ช่วง หรือจนกว่าประชาชนคนสุดท้ายจะได้ถวาย

วานนี้ (23 ต.ค.) สำนักพระราชวัง แจ้งหมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยวันที่ 25 ต.ค.2560 เวลา 15.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินมายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ ทรงประเคนพัดรองที่ระลึกงานออกพระเมรุ แด่สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะที่จะถวายพระธรรมเทศนาและพระราชาคณะที่จะสวดศราทธพรต 30 รูป และพระสง์ที่จะสดัปกรณ์

***รับสั่งเพิ่มพื้นที่ให้ประชาชนร่วมงาน

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีรับสั่งกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ไม่อยากให้เข้มงวดกับประชาชนที่จะเดินทางมาเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จนเกินไป จนเกิดความอึดอัด พร้อมรับสั่งให้เปิดพื้นที่เพิ่มเติมให้ประชาชนเข้าเฝ้าฯ ถวายบังคมลาในหลวงรัชกาลที่ ๙ เพิ่มขึ้นด้วย
ที่ศูนย์สื่อมวลชน หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (กอร.พระราชพิธี) จัดแถลงข่าวเรื่อง สรุปภาพรวมผลการปฏิบัติการซ้อมริ้วขบวนพระอิสริยยศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการปฏิบัติสำหรับวันที่ 26 ต.ค.2560

พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยจากการทอดพระเนตรว่าพื้นที่บริเวณด้านหน้าแพงพระบรมมหาราชวังยังว่างอยู่ ในขณะที่มีประชาชนมาชมริ้วขบวนเป็นจำนวนมาก จึงทรงมีพระราชานุญาตให้จัดพื้นที่ดังกล่าวให้ประชาชนสามารถนั่งชมริ้วขบวนในวันที่ 26 ต.ค.2560 ได้ จึงมีการเปิดให้ประชาชนนั่งรอบบริเวณกำแพงพระบรมมหาราชวัง 3 ด้าน ตั้งแต่ถนนมหาราชไปจนถึงริมกำแพงพระบรมมหาราชวังฝั่งถนนมสนามไชย รวมถึงด้านทิศเหนือของมณฑลพิธีสนามหลวง และบริเวณนอกเขตราชวัติมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมากที่สุด ซึ่งขณะนี้พบว่ามีพื้นที่เพิ่มเติมอีก 9,420 ตร.ม. หรือสามารถรองรับประชาชนได้ 18,840 คน จากเดิมรองรับได้ 171,027 คน
ส่วนการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ 4 ครั้ง ในวันที่ 7, 15, 21 และ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เก็บตกรายละเอียดและเสริมการปฏิบัติต่างๆ ซึ่ง ณ เวลานี้ ทำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ อาจมีรายละเอียดเล็กน้อยที่ต้องปรับปรุงนิดหน่อย โดยเฉพาะการดูแลความปลอดภัยประชาชนที่มาร่วมงานพระราชพิธี

สำหรับประชาชนที่จะเข้าร่วมงานพระราชพิธี ได้จัดรถชัตเตอร์บัสเข้ามาลงตามจุด 5 จุด ได้แก่ สนามม้านางเลิ้ง หน้าบ้านมนังคศิลา แยกเมอร์รี่คิงส์ แยกอรุณอัมรินทร์ และแยกวิสุทธิกษัตริย์ แล้วเดินเท้าเข้ามาตั้งแต่ 2-5 กิโลเมตร เพื่อเข้ามายังจุดคัดกรอง 9 จุด ได้แก่ ท่าเตียน ท่าช้าง แยกพระเชตุพน ถนนกัลยาณไมตรี ทางเข้าสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พระแม่ธรณีบีบมวยผม ท่าพระจันทร์ และใต้สะพานปิ่นเกล้า ถนนพระอาทิตย์ โดยเจ้าหน้าที่แต่ละจุดคัดกรองจะคอยนับจำนวนประชาชนที่เข้ามา เทียบกับพื้นที่ว่าเต็มหรือไม่ หากมาเต็มจำนวนแล้วก็จะไม่ให้เข้าไปเพิ่มอีก และจะแนะนำให้เดินไปยังจุดคัดกรองอื่นๆ ใกล้เคียง

***24ต.ค.เคลียร์พื้นที่ก่อนเปิดให้เข้าใหม่

พล.ต.อ.เดชณรงค์ กล่าวว่า สำหรับเวลา 22.00 น. ของวันที่ 24 ต.ค. เจ้าหน้าที่จะเคลียร์คนออกจากพื้นที่โดยรอบให้ไปอยู่นอกจุดคัดกรอง เพื่อตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยต่างๆ จากนั้นจะเปิดให้ประชาชนเข้าจุดคัดกรองได้ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 25 ต.ค.เป็นต้นไป และให้ปักหลักอยู่ยาวจนจบพระราชพิธี

อย่างไรก็ตาม ได้รับคำสั่งล่าสุดในการเปิดให้ประชาชนนำดอกไม้พวงมาลัยเข้ากราบสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริเวณด้านหน้าพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลานได้ตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนเดิม โดยเจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกและบริหารจัดการพื้นที่ ไม่ให้ประชาชนที่มาถวายสักการะแอบแฝงไปจับจองพื้นที่ชมริ้วขบวน

***เพิ่มจุดจราจรทางน้ำอีก 3 จุดรับประชาชน

พล.ต.ท.วิทยา ประยงพันธุ์ รักษาราชการแทนที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า ตามที่ได้ประกาศปิดการจราจรทางน้ำและงดใช้ท่าเรือบางแห่งตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค.นั้น คณะทำงานด้านการจัดการจราจรได้พิจารณาเปิดการจราจรทางน้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนใน 3 เส้นทาง ตั้งแต่สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าถึงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ได้แก่ 1.ลงเรือข้ามฟากจากท่าวังหลังข้ามมายังท่าเรือสมเด็จพระปิ่นเกล้า เพื่อเข้าสู่จุดคัดกรองใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า หรือทิศเหนือของท้องสนามหลวงได้สะดวก 2.จากท่าเรือวัดอรุณฯ ข้ามฟากมายังท่าเรือราชินีและท่าเรือยอดพิมาน เพื่อเข้ามายังถนนมหาราชบริเวณ สน.พระราชวัง ซึ่งมีระยะทางเดินเท้าไม่ไกล และ3.เปิดท่าเรือท่าช้าง สำหรับเรือด่วนเจ้าพระยาที่จะจอดรับส่งผู้โดยสาร ซึ่งทั้งหมดจะให้บริการจนถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 25 ต.ค. ก่อนจะปิด

นอกจากนี้ สตช.ยังประสานกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อการดูแลอารักขาผู้นำประเทศ กษัตริย์ ราชินี และประมุข ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศสำคัญที่จะมาร่วมในพระราชพิธีดังกล่าว โดยขณะนี้ตอบรับมาแล้ว 39 ประเทศ และอยู่ระหว่างการตอบรับอีก 3 ประเทศ และคาดว่าจะตอบรับในเร็วๆ นี้ พบว่าขณะนี้ถือว่ามีความพร้อมดี

***ปิดการจราจร-เตือนอย่านำรถเข้า

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการปิดการจราจรในระดับที่ 3 ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 26 ต.ค.เป็นต้นไป ใน 42 เส้นทาง จึงขอฝากประชาชนอย่านำรถส่วนตัวเดินทางเข้ามา แต่ให้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ รวมถึงรถชัตเตอร์บัส ซึ่งจะดูแลประชาชนตลอดงานพระราชพิธีจะเสร็จสิ้น

***ไม่พกบัตรประชาชนห้ามเข้า

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รักษาราชการแทนจเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับตำรวจทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบการเตรียมความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พล.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจมีความพร้อมทั้งหมดแล้ว โดยตำรวจจะมีการประสานบูรณาการกำลังร่วมกับกอ.รมน.จังหวัด และเจ้าหน้าที่ทหาร โดยเน้นการอำนวยความสะดวกการจราจร และดูแลรักษาความปลอดภัยพระเมรุมาศจำลอง จุดประกอบพระราชพิธี จุดวางดอกไม้จันทน์ ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธี โดยแต่ละจุดจะมีการคัดกรองบุคคลเข้าออก และตรวจตราอาวุธ สิ่งเทียมอาวุธ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งใน และนอกเครื่องแบบคอยตรวจตราอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการก่อเหตุต่างๆ ที่จะกระทบต่องานพระราชพิธี รวมถึงการสืบสวนหาข่าว

ทั้งนี้ ในการสืบสวนหาการข่าวกลุ่มคนที่จะเข้ามาสร้างสถานการณ์ ขณะนี้ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุ แต่ได้มีการเฝ้าระวังเฝ้าติดตามกลุ่มคนที่อาจจะเคลื่อนไหวไว้แล้ว

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ขอให้ประชาชนที่จะเดินทางเข้าไปยังงานพระราชพิธี ให้แต่งกายสุภาพ ปฏิบัติตามข้อแนะนำของเจ้าหน้าที่ โดยประชาชนทุกคนที่จะเข้าร่วมงานพระราชพิธี จะต้องพกบัตรประจำตัวประชาชน หากไม่มี จะไม่สามารถเข้างานได้ ส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ต้องมีสำเนารถ เพราะเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบอย่างเต็มที่ 100% ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยให้ตรวจสอบข้อมูลได้ผ่านแอปพลิเคชั่น "Zon ทำดีเพื่อพ่อ" หรือสายด่วน 1599

***งดใช้เคสโทรศัพท์สีสันฉูดฉาด

นายพรพิทักษ์ แม้นศิริ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงแนวทางปฎิบัติของประชาชนและสื่อมวลชนในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ว่า สำหรับความเรียบร้อยของประชาชนในการซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ภาพรวมประชาชนมีความเข้าใจในกฎระเบียบมากขึ้น แต่สิ่งที่พบ คือ เคสโทรศัพท์มือถือของประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะผู้หญิงที่เป็นสีฉูดฉาด เช่น สีชมพู สีแดง ส่วนนี้ขอความร่วมมือประชาชนให้ถอดออก เพราะดูไม่เหมาะสม และแตกต่างจากประชาชนผู้อื่น และในส่วนของไม้ถ่ายรูปเซลฟี่และกล้องหรือเลนส์ชนิดซูมของประชาชน ไม่อนุญาตให้นำเข้ามาในพื้นที่ เนื่องจากอาจก่อให้เกิดความรำคาญและรบกวนต่อบุคคลรอบข้าง

***เตรียมดอกไม้จันทน์ 16 ล้านดอก

นายเกรียงไกร จงเจริญ ผู้ช่วยปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ปัจจุบัน กทม. มีความพร้อมในทุกด้านในการอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมพระราชพิธี ได้แก่ การให้บริการรถไฟฟ้าฟรีช่วงส่วนต่อขยาย เรือโดยสารของ กทม. รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) ดอกไม้จันทน์บริการประชาชนตามจุดรวม 16 ล้านดอก จอแอลซีดีและโทรทัศน์เพื่อถ่ายทอดสดจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย มาตรการความรักษาความปลอดภัยด้วยการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) เพิ่มเติม 1,177 ตัวและรอบพื้นที่กรุงเทพฯ ประมาณ 53,000 ตัว

***เปิดถวายดอกไม้จันทน์ 2 รอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ www.kingrama9.net ได้แจ้งว่า รัฐบาลได้เปิดให้ประชาชนวางดอกไม้จันทน์ถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทุกพระเมรุมาศจำลองและซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ ในวันที่ 26 ต.ค.2560 ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. และเวลา 18.30-22.00 น. (จนกว่าประชาชนคนสุดท้ายได้วางดอกไม้จันทน์) แต่จะหยุดวางดอกไม้จันทน์ในช่วงเวลาการประกอบพระราชพิธีในพระเมรุมาศ

***จัดหน่วยบริการแพทย์รวม 21 จุด

นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงแนวทางบริการด้านการแพทย์ในช่วงพระราชพิธีฯ ว่า สธ.ได้จัดหน่วยบริการทางการแพทย์ทุกซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ทั่วประเทศ สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ทางสธ. ได้จัดเตรียมทุกหน่วยประจำจุดถวายดอกไม้จันทน์ต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่รอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง โดยมีจุดบริการพยาบาลซึ่งเป็นจุดส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน รวมทั้งสิ้น 21 จุด และมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ตามหน่วยย่อยรอบพื้นที่

***ช่างแทงหยวก 4 ภูมิภาคพร้อมใจถวายงาน

ที่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวัง กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง พร้อมด้วยช่างแทงหยวกท้องถิ่น 4 ภูมิภาค ได้เริ่มแทงหยวกประดับพระจิตกาธาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช เป็นวันแรก

นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม นักจัดการงานในพระองค์ชำนาญการ กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง เปิดเผยว่า วานนี้ (23ต.ค.) ช่างจากกองศิลปกรรม และช่างแทงหยวกท้องถิ่น 4 ภูมิภาค รวม 37 นาย ได้ร่วมพูดคุยหารือเกี่ยวกับการแทงหยวกประดับพระจิตกาธานกันตั้งแต่เวลา 09.00 น. ทั้งรูปแบบ ลวดลาย การจัดสรรขนาดกาบที่กำหนดไว้ รวมทั้งการประเมินทุกอุปสรรคในการแทงหยวกไว้แล้ว เช่น กรณีกาบบางไปหรือแข็งไปจะต้องแก้ไขอย่างไร ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มแทงหยวกจริง โดยฐานของพระจิตกาธานชั้นเรือนไฟ ชั้นรัดเอว เป็นการถวายงานจากช่างจากจ.สงขลา แทงหยวกลายกลีบบัวจงกล 5 ชั้น ซึ่งมีความเชี่ยวชาญการแทงหยวกระยะยาว ชั้นรัดเกล้า เป็นการถวายงานจากช่างฝั่งธนบุรี วัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร ชั้นเรือนยอด 9 ชั้น เป็นการถวายงานจากช่างเพชรบุรี ขณะที่ช่างจากจังหวัดมหาสารคามและอุบลราชธานี ถวายงานการแทงหยวกลายกระจังทิศ กระจังเจิม ซึ่งอยู่บริเวณทุกมุมของพระจิตกาธาน ส่วนลายเถาไขว้เลขเก้าไทย อาจารย์กฤษณะ เฟื่องฟู ช่างราชสำนักที่คิดลายนี้เป็นผู้รับผิดชอบโดยทุกอย่าง ซึ่งทุกกระบวนการของงานแทงหยวก จะต้องทำออกมาให้สมบูรณ์แบบถูกต้องตามโบราณราชประเพณี
กำลังโหลดความคิดเห็น...