xs
xsm
sm
md
lg

ส่งออก ก.ย.ทุบสถิติ โวทั้งปีโตทะลุเป้า8% ตลาดหุ้นร่วง24จุด คาดกังวลปม“คาตาลัน”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

"พาณิชย์"เผยยอดส่งออกเดือนก.ย. มูลค่า 21,812.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนยอดรวม 9 เดือนเพิ่มขึ้น 9.3% ขยายตัวสูงสุดในรอบ 6 ปี "อภิรดี" มั่นใจทั้งปีจะขยายตัวมากกว่า 8% เกินเป้าล่าสุดที่ประเมินไว้ที่ 7% ด้าน SET ปิด 1,683.43 จุด ลดลง 24.10 จุด เหตุกังวลการเมืองสเปนจากแคว้นกาตาลุญญาแยกตัว

วานนี้ (19 ต.ค.) นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า มูลค่าการส่งออกในเดือน ก.ย.2560 มีมูลค่า 21,812.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมูลค่าดังกล่าวเป็นมูลค่าการส่งออกที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการจัดทำตัวเลขการส่งออกมา โดยขยายตัวเพิ่มขึ้น 12.22% เป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 18,454.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.73% และเกินดุลการค้ามูลค่า 3,358.2 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วนการส่งออกรวม 9 เดือนของปี 2560 (ม.ค.-ก.ย.) มีมูลค่า 175,435.2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.3%เป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 6 ปี การนำเข้ามีมูลค่า 163,203.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 14.75% โดยเกินดุลการค้ามูลค่า 12,231.4 ล้านเหรียญสหรัฐ

“การส่งออกที่ขยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการขยายตลาดส่งออกอย่างหนักที่ได้ดำเนินการมาต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยมีการออกไปเจาะตลาดทั่วทุกภูมิภาค ทั้งขยายตลาดให้กับสินค้าและสินค้าเกษตร ทำให้การส่งออกปรับตัวดีขึ้น” นางอภิรดีกล่าว

นางอภิรดีกล่าว่า แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลืออีก 3 เดือนของปีนี้ จะยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าหากส่งออกได้เฉลี่ยเดือนละ 1.8-1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จะทำให้การส่งออกรวมทั้งปีขยายตัว 8% ขึ้นไป เพิ่มจากเป้าหมายที่ประเมินไว้ล่าสุดที่ 7% โดยปัจจัยที่สนับสนุนการส่งออก มาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก การค้าโลก และเศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญ การฟื้นตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันมีเสถียรภาพ ซึ่งส่งผลดีต่อสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ประกอบกับกระทรวงพาณิชย์มีกิจกรรมที่จะผลักดันการส่งออกในช่วง 3 เดือนที่เหลืออีกว่า 35 กิจกรรม ซึ่งจะช่วยผลักดันการส่งออกให้เพิ่มขึ้น

สำหรับเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ประเมินว่าไม่มีผลกระทบต่อการส่งออกในปีนี้ เนื่องจากคำสั่งซื้อได้มีการโค้ดราคากันไว้เหมดแล้วจนถึงสิ้นปี แต่ก็ต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนธ.ค.2560 ซึ่งจะมีผลต่อเงินบาท หากปรับขึ้นก็จะทำให้บาทอ่อนค่าลง โดยผู้ส่งออกจะต้องมีการทำประกันความเสี่ยงไว้ด้วย

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์กำลังอยู่ระหว่างการประเมินและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการส่งออก เพื่อจัดทำเป้าหมายการส่งออกในปี 2561 ซึ่งเดิมจะมีการจัดประชุมร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) และภาคเอกชนในช่วงปลายปีนี้ แต่ได้เลื่อนการจัดออกไปเป็นเดือนม.ค.2561 แทน และในระหว่างนี้ จะมีการหารือร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นการภายในก่อน

** หุ้นร่วงหนัก24.10จุด

วันเดียวกัน มีรายงานจากตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า ดัชนีปิดที่ 1,683.43 จุด ลดลง 24.10 จุด (-1.41%) มูลค่าการซื้อขาย 79,755.23 ล้านบาท โดยดัชนีฯแตะจุดสูงสุดที่ 1,712.52 จุด และแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,681.00 จุด ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 342 หลักทรัพย์ ลดลง 1,217 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 238 หลักทรัพย์

ทั้งนี้เป็นไปตามกระแสตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เคลื่อนไหวทั้งในแดนลบ เช่นเดียวกับตลาดในยุโรปต่างติดลบ อันเนื่องมาจากความกังวลสถานการณ์การเมืองในสเปนเกี่ยวกับการแยกตัวของแคว้นกาตาลุญญา แม้ว่าจะเป็นเรื่องภายในประเทศ แต่ก็ทำให้ตลาดยุโรปติดลบและเป็นผลทางจิตวิทยาทางลบต่อตลาดในเอเชียและตลาดไทย.
กำลังโหลดความคิดเห็น...