xs
sm
md
lg

365 วัน แห่งความคิดถึง "พระราชาในดวงใจ" ตลอดกาล

เผยแพร่:


ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา คือประวัติศาสตร์คราบน้ำตา ที่หลั่งไหลออกมาจากหัวใจพสกนิกรชาวไทย หลัง "พ่อหลวงรัชกาลที่ ๙" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสู่แดนสรวงท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัย... แต่ด้วย "คำพ่อสอน" หลากหลายประการที่ได้ทรงฝากไว้ ลูกของแผ่นดินจึงมีแรงลุกขึ้นสู้ใหม่ ด้วยรับรู้ว่าพระองค์ยังสถิตย์อยู่ในดวงใจ ทรงเป็นมิ่งขวัญแก่ชาวไทยไปตราบนานเท่านาน...

กราบลา “พ่อของแผ่นดิน” เป็นครั้งสุดท้าย

เวลากว่า 365 วัน ตั้งแต่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนได้เข้ามาถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ได้มีประชาชนหลั่งไหลจากทั่วสารทิศเข้ามาส่งในหลวง ร.๙ ที่ปวงชนทุกคนเทิดทูนพระองค์ดั่ง “พ่อ” เพื่อน้อมถวายความจงรักภักดีเป็นครั้งสุดท้าย ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 59 จนถึงวันที่ 5 ต.ค. 60 รวมระยะเวลากว่า 337 วันนั้น

สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวม 337 วัน มีจำนวนทั้งสิ้น 12,739,531 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน ทั้งสิ้น 889,545,100.01 บาท

โดยประชาชนคนสุดท้ายที่ได้มีโอกาสเข้าไปกราบสักการะพระบรมศพในหลวง ร.๙ ในค่ำคืนวันที่ 5ต.ค. 60 คือ คุณแม่ท่านหนึ่งที่อุ้มลูกชายวัยไม่กี่ขวบเนื้อตัวเปียกฝนวิ่งออกมาจากประตูในวังพร้อมน้ำตาไหลด้วยความตื้นตันที่ได้เข้ากราบพระบรมศพเป็นคนสุดท้าย โดยคุณแม่ได้บรรยายความรู้สึกว่า

“คนไทยรู้สึกทุกคนแหละค่ะ ขอให้ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มากราบ” พร้อมบอกที่มาช้าเพราะรถติดเป็นชั่วโมง ตนเองและลูกชายเดินทางมาจากบ้านที่สุวรรณภูมิโดยรถแท็กซี่

รวมถึง คุณป้าแสงจันทร์ กรรธานนท์ ชาว จ.สมุทรปราการ เป็นอีกหนึ่งคนที่โชคดีเพราะคุณป้าท่านนี้ได้เข้ากราบพระบรมศพทุกวัน รวมแล้วทั้งสิ้นกว่า 1,319 ครั้ง โดยมากที่สุดในการเข้ากราบคือ 9 รอบ ใน 1 วัน เพราะรักและอาลัยต่อการจากไปของในหลวง ร.๙ เป็นอย่างมาก โดยหลังจากนี้พระบรมฉายาลักษณ์และรูปพระบรมโกศ ในหลวง ร.๙ ที่ได้ทำการเก็บไว้ทุกใบ จะนำไปบูชา และจะเล่าเรื่องราวของพระองค์ให้ลูกหลานฟังต่อไป

ความรักความภักดีที่พสกนิกรชาวไทยมีให้กับในหลวง ร.๙ มีมากล้นจนหาที่สุดมิได้ เพราะนอกจากประชาชนมากมายที่เดินทางมาร่วมถวายความอาลัยแล้ว โดยรอบบริเวณสนามหลวงยังมี “จิตอาสา” ขอทำความดีเพื่อพ่อหลวง ทั้งบริการแจกอาหาร บริการขับรถรับส่งฟรี บริการให้ยืมเครื่องแต่งกายเข้าถวายสักการะพระบรมศพ รวมถึง จิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่ทุกคนต่างพร้อมใจกันมาช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้พี่น้องชาวไทยด้วยกันอย่างไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะใดๆ ทุกคนที่มาต่างมาทำดีเพื่อพ่ออยู่หัวด้วยหัวใจจริงๆ

ตลอดเวลา 1 ปีที่ผ่านมา จะเห็นทั้งนักธุรกิจ เซเลบ ดารา ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ และคนธรรมดาทั่วๆ ไป ตั้งมั่นเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจิตอาสา ดังเช่น แฮค ชวนชื่น ที่เรียกได้ว่าน้อมนำคำสอนของในหลวง ร.๙ ในการเป็น “ผู้ปิดทองหลังพระ” ทำความดีโดยไม่หวังผล ในการเป็นจิตอาสาคอยจัดระเบียบการเข้าแถวทั้งหมดในโซนถนนหน้าพระธาตุแทบทุกวันโดยไม่เคยรู้สึกเหนื่อยที่ต้องทำ รวมถึงพระเอกหนุ่ม อาร์ต-พศุตม์ ที่ว่างจากคิวงานในวงการบันเทิงก็มาช่วยดูแลอำนวยความสะดวกประชาชน ทั้งขับรถรับส่งฟรี ช่วยแจกอาหาร ช่วยอุ้มคนเป็นลมไปส่งรถพยาบาล

นอกจากนี้ยังมี โดม ปกรณ์ ลัม และแฟนสาว เมทัล สุขขาว ก็ได้นำเสื้อยืดและรองเท้าผ้าใบสีดำ รวมถึงยาดมและภาพพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.๙ มาแจกจ่ายให้แก่ประชาชน อีกทั้ง จุ๋ย-วรัทยา ก็ได้นำชุดไทยจิตรลดาบริจาคประชาชนด้วยเช่นกัน

หากยังจำกันได้ในช่วงแรกๆ ยังมี ชมพู่ อารยา ที่ฝังตัวอยู่ที่โรงงานย้อมผ้า คอยย้อมเสื้อดำส่งต่อคนที่ขาดแคลน รวมถึงเซเลบริตี้อย่าง อัครรัฐ วรรณรัตน์ จาก MOTIF นำร่ม 500 คันมาแจก , อณิชา อรรถสกุลชัย ทายาทพีทาเก้น นำนมเปรี้ยวบีทาเก้นมาแจก ส่วน จิน ธรรมวัฒนะ เปิ้ล จริยดี และ เจย์ สเปนเซอร์ ได้นำข้าวเหนียวหมูทอดมาแจกให้แก่ประชาชน เป็นต้น


ผู้นำต่างชาติเข้าถวายราชสักการะพระบรมศพ

ในช่วงที่คนไทยทั่วแผ่นดินกำลังอยู่ในภาวะเสียใจ ผู้นำต่างประเทศที่ทราบข่าวการสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากได้มีการร่วมลงนามแสดงความอาลัย ณ สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศต่างๆ แล้วยังมีผู้นำบางประเทศได้เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อถวายราชสักการะพระบรมศพด้วยตนเอง

ดังเช่น สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก, นายหลี่ หยวนเฉา รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน , นายโทนี่ ตัน เคง ยัม ประธานาธิบดีสิงคโปร์ และนางเมรี ตัน ภริยา, นายโจโค วิโดโด ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย และนางอิเรียน่า วิโดโด ภริยา , นายไมตรีปาละ สิริเสนา ประธานาธิบดี แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา, สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 แห่งเลโซโท, นายรอดริโก ดูเตอร์เต ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ และนายติน จ่อ (U HtinKyaw) ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เป็นต้น

และในวันที่ 26 ต.ค. 60 ซึ่งเป็น “วันถวายพระเพลิง” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพจ Royal World Thailand ได้โพสต์พระนามผู้นำต่างประเทศที่ได้แจ้งความประสงค์เดินทางมาเพื่อร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวง ร.๙ อาทิ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ เจ้าฟ้าชายโฮกุน มกุฎราชกุมารแห่งนอร์เวย์ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ , สมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระราชินีแม็กซิม่า เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ , สมเด็จพระราชินีมาธิลด์แห่งเบลเยียม จะเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ สมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิปป์

รวมถึง สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุกแห่งภูฏาน จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรไทย ระหว่างวันที่ 25-27 ต.ค. 60 และเจ้าชายอะกิชิโนะ พระราชโอรสพระองค์ที่สอง ในสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ กับสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ พร้อมด้วยเจ้าหญิงคิโกะ พระชายา เตรียมเสด็จเยือนประเทศไทยในวันที่ 26-27 ต.ค. 60 เป็นเวลา 2 วัน เพื่อร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เจ้าชายอะกิชิโนะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ เคยเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชหลายครั้ง

สมพระเกียรติ พระเมรุมาศ ร.๙ วิจิตรศิลป์ตราตรึงใจ

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดตั้ง “จิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ” ขึ้น เพื่อเป็นการรวมพลังความรักอันมีค่า รวมพลังน้ำใจ ของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่จะน้อมถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนเสด็จสู่สวรรคาลัย ได้เปิดรับสมัครจิตอาสาเฉพาะกิจ ระหว่างวันที่ 1-30 ก.ย. 60 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 4,006,825 คน แบ่งเป็น ผู้ที่ลงทะเบียนสมัคร ณ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ 93 แห่ง จำนวนรวม 8,603 คน , ผู้ที่ลงทะเบียนสมัคร ณ สำนักงานเขต 50 เขต ของกรุงเทพมหานคร จำนวนรวม 311,894 คน, ผู้ที่ลงทะเบียนสมัคร ณ สนามเสือป่า มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 52,085 คน, ผู้ที่ลงทะเบียนสมัคร ณ ที่ว่าการอำเภอ 874 แห่ง ในต่างจังหวัดทั่วประเทศ
มีจำนวนรวม 3,634,423 คน

ในส่วนของ พระเมรุมาศ เป็นรูปทรงบุษบกตามแบบตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แต่พระเมรุมาศครั้งนี้มี 9 ยอด ยิ่งใหญ่โอฬารกว่าที่ผ่านมา จากข้อมูลพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระมหากษัตริย์ครั้งล่าสุด คือเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2493 คือ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 และตลอดรัชสมัยที่ผ่านมาก็มีเพียงงานพระเมรุของสมเด็จพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่

ทั้งนี้ ร.๑๐ พระราชทานพระราชานุญาต ให้สร้างพระเมรุมาศจำลอง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยทรงให้ออกแบบอย่างงดงามและสมพระเกียรติเช่นเดียวกับพระเมรุมาศจริง และจัดซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ในสถานที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และต่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่แห่งใดสามารถร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยถวายดอกไม้จันทน์และร่วมส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สู่สวรรคาลัย ได้อย่างทั่วถึง

สำหรับถนนหน้าพระลาน หน้าพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาต ให้สำนักพระราชวังจัดทำซุ้มประดิษฐาน พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร บริเวณริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ระหว่างประตูวิเศษไชยศรี และประตูมณีนพรัตน์ เพื่อให้ประชาชนได้ถวายสักการะต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

รวมถึง ซุ้มประดิษฐาน พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นั้นเป็นซุ้มสีฟ้าสลับสีทอง โดยสีฟ้านั้นเป็นสีคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ในรัชกาลที่ ๙ ตรงกลางประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ ด้านบนประดับพระมหาพิชัยมงกุฎ และปรมาภิไธย ภปร และด้านข้างประดับด้วยพุ่มทองทั้ง 2 ฝั่ง และด้านล่างประดับด้วยดอกดาวเรือง

แม้วันนี้ในหลวง ร.๙ จะทรงจากปวงชนชาวไทยไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ แต่ทุกคำสอนและเรื่องราวที่พระองค์ท่านทรงทุ่มเททำเพื่อประชาชนของพระองค์ยังคงตราตรึงฝังลึกในใจของทุกคนไปอีกนานแสนนาน.

ขอบคุณจากภาพนิทรรศการโดยช่างภาพ : สมัชชา อภัยสุวรรณ















10 จากทั้งหมด 19 รูป
กำลังโหลดความคิดเห็น...