xs
sm
md
lg

จิตอาสาเฉพาะกิจฯ รวมพลังชาวไทยน้อมอาลัยรัก ถวายแด่พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย

เผยแพร่:


เสียงสะอื้นร่ำไห้ปานจะขาดใจและภาพน้ำตาที่ไหลมาท่วมแผ่นดินในวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 หลังจบการประกาศของนายกรัฐมนตรี ถึงเรื่องการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ยังเป็นภาพที่อยู่ในห้วงความทรงจำในหัวใจของปวงพสกนิกรชาวไทยอย่างไม่รู้ลืม ถึงความสูญเสียครั้งใหญ่หลวงในชีวิต ภาพแห่งความอาลัยรักความจงรักภักดี และความศรัทธาเทิดทูนของปวงพสกนิกรชาวไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นศูนย์รวมของดวงใจชาวไทยทั้งชาตินั้น ได้ประจักษ์ต่อสายพระเนตรพระกรรณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาโดยตลอด

โดยทรงรับรู้จากพระราชหฤทัยของพระองค์ถึงพลังน้ำใจ พลังความรัก อันประเสริฐสุดของประชาชนชาวไทยนับตั้งแต่วันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตตราบจนทุกวันนี้ และเพื่อทรงสนองตอบต่อความรัก และน้ำใจอันประเสริฐสุดของปวงพสกนิกรผู้มีจิตใจภักดิ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงได้พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ให้แก่ประชาชนทุกภาคส่วน ได้มีส่วนร่วมถวายความอาลัยรัก น้อมส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 ด้วยการจัดตั้ง "จิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ” ขึ้น เพื่อเป็นการรวมพลังความรักอันมีค่า รวมพลังน้ำใจ ของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่จะน้อมถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก่อนเสด็จสู่สวรรคาลัย ยังความปลาบปลื้มปิติอย่างหาที่สุดมิได้แก่พสกนิกรชาวไทย



กิจกรรมจิตอาสาเฉพาะกิจนั้น เป็นการสานต่อพระราชดำริของโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” อันเป็นโครงการที่พสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศได้ทำความดีร่วมกับ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ปฏิบัติภารกิจมาโดยตลอด ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยทรงเริ่มจากจุดเล็กๆ ก่อน ด้วยการทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยราชการในพระองค์ หน่วยราชการต่างๆ และประชาชน ผู้มีจิตอาสา ร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่รอบเขตพระราชฐานอันเปรียบเสมือนบ้านของพระองค์ท่าน
ก่อนที่จะขยายพื้นที่บรรเทาความเดือดร้อนและแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วมในเขตชุมชน ปัญหาการจราจร และอื่นๆ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ

และครั้งนี้ก็จะเป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่งของการรวมพลังแห่งความจงรักภักดีของปวงพสกนิกรชาวไทยที่พร้อมใจกัน น้อมถวายแด่พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย กับกิจกรรมจิตอาสาเฉพาะกิจงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกจิตอาสาเฉพาะกิจฯ ทั่วโลกรวมแล้วกว่า 4 ล้านคน โดยทุกคนต่างพร้อมใจที่จะปฏิบัติกิจกรรมจิตอาสาทั้ง 8 ประเภท ในระหว่างวันที่ 18-31 ตุลาคม เพื่อน้อมถวายส่งเสด็จพระราชาผู้เป็นที่รักยิ่งกว่าชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย



ที่สำคัญโครงการจิตอาสาเฉพาะกิจฯ นี้นอกจากพสกนิกรชาวไทยทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการถวายความอาลัยรักและความจงรักภักดีแด่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 แล้วทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงรับรู้จากพระราชหฤทัยของพระองค์เองว่า ปวงพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่านั้นมีความรักและเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เหนือสิ่งอื่นใด

นางสาวมณฑา สมทรัพย์ ประชาชนจิตอาสาเฉพาะกิจฯ วัย 77 ปี ที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ มาก่อน และเมื่อทราบข่าวว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณให้ประชาชนทุกภาคส่วน ได้มีส่วนร่วมถวายความอาลัยรัก น้อมส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ กับกิจกรรมจิตอาสาเฉพาะกิจ จึงมีความตั้งใจเกินร้อยที่จะมาสมัครเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีครั้งประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ โดยครั้งนี้ตนเลือกที่จะเป็นจิตอาสาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพราะเป็นงานที่ถนัดที่สุด



"ก่อนหน้านี้ก็ไปทำกิจกรรมจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจเกือบทุกครั้ง โดยหน้าที่หลักของเราคือทำครัวปรุงอาหารให้จิตอาสาคนอื่นได้กินกัน แต่มาครั้งนี้เลือกประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์เพราะมีความชำนาญด้านเย็บปักถักร้อยอยู่แล้ว ป้ารู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นล้นพ้นที่ได้พระราชทานพระราชานุญาตให้คนไทยทุกหมู่เหล่าได้มีส่วนร่วมน้อมส่งเสด็จในหลวง รัชกาลที่ 9 สู่สวรรคาลัยในรูปแบบของจิตอาสา ที่สำคัญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทำให้คนแก่วัยเกษียณที่ไม่มีงานทำนอกจากอยู่บ้านไปวันๆ ได้ทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อตนประเทศชาติและส่วนร่วม อันนำมาซึ่งการสร้างคุณค่าให้ตัวเอง" นางสาวมณฑา กล่าว

ส่วน นางบุญส่ง คล้ายดวง อายุ 70 ปี ประชาชนชาว จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า พอทราบข่าวว่ามีการเปิดรับสมัครจิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เธอไม่รอช้ารีบมาสมัครในทันที โดยตั้งแต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ตนก็มาเป็นจิตอาสาแจกอาหารและเครื่องดื่มบริเวณสนามหลวงเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะตนอยากทำเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9



"ป้ารักในหลวง รัชกาลที่ 9 มาก พูดแล้วก็อยากจะร้องไห้ พระองค์ทรงทำทุกอย่างให้ประชาชน โดยไม่เคยทอดทิ้ง ป้าภูมิใจมากที่มีในหลวงที่ทรงรักประชาชนเหลือเกิน แม้ว่าพระองค์จะจากไปแล้ว แต่ป้าก็จะสอนให้ลูกหลานทุกคนเทิดทูนพระองค์ไว้เหนือเศียร และเดินตามรอยพระยุคลบาท"

นางบุญส่งกล่าวต่อว่า ส่วนตัวได้น้อมนำพระราชดำริ และพระราชจริยวัตรของพระองค์มาใช้ในการดำเนินชีวิต โดยตั้งคติไว้ว่าจะรักษาความดีให้เหมือนเกลือรักษาความเค็ม จะเป็นคนซื่อสัตย์ รวมถึงใช้ชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง



นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของน้ำพระราชหฤทัยอันกว้างใหญ่ไพศาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชปรารถนาอยากเห็นคนไทยอยู่ร่วมกันบนผืนแผ่นดินเกิดอย่างยั่งยืน และมั่นคงตลอดไป ด้วยทรงมีพระราชปณิธานที่จะสืบสานและต่อยอดสิ่งที่สมเด็จพระบรมราชชนกนาถ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้ทรงทำไว้ให้ผืนแผ่นดินไทยเจริญงอกงามตราบดังเช่นทุกวันนี้ เปรียบประดุจดั่งเมล็ดพันธุ์ที่เพาะกล้าลงปลูกในแผ่นดินรัชกาลที่ 9 และจะเบ่งบานในแผ่นดินรัชกาลที่ 10
กำลังโหลดความคิดเห็น...