xs
sm
md
lg

มีชัย-สนช.ย้ำกม.ลูกเสร็จ ห่วงปัญหาถูกยื่นตีความ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

“มีชัย” ประสานเสียง "สนช." ขานรับแผนเลือกตั้ง "บิ๊กตู่" มั่นใจร่างกฎหมายลูก 10 ฉบับ เสร็จตามกำหนดแน่นอน ด้าน กกต.ห่วงปัญหาตีความส่งผลยืดเยื้อ

นายมีชัย ฤชุพันุธ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีออกมากำหนดเวลาว่าจะประกาศเลือกตั้งในเดือน มิ.ย. 2561 และเลือกตั้งในเดือน พ.ย. 2561 นั้น ตนคิดว่านายกรัฐมนตรี คงจะพูดตามกำหนดเวลาที่ได้กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญ สำหรับการทำงานของ กรธ.นั้นไม่มีความกดดันแต่อย่างใด เชื่อว่าจะทำงานร่างกฎหมายลูกได้ทันตามกรอบเวลาอย่างแน่นอน

ส่วนเรื่องการปลดล๊อกพรคการเมืองนั้น ตนเห็นว่าควรจะถามทางรัฐบาลดีกว่า ทั้งนี้ตนเชื่อว่าอีกไม่นาน ตนคงได้คุยกับนายกรัฐมนตรี และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อจะได้เข้าใจในเรื่องของกรอบเวลาตรงกัน ขอเรียนว่าอย่าพึ่งไปห่วงอะไรเลย โดยเฉพาะกรณีว่ากร่างฎหมายจะถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คว่ำ หรือไม่ เพราะเหมือนกับว่าเรากำลังจะเดินทางไปแต่งงาน แต่กลับกลัวรถคว่ำเสียอย่างนั้น

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 กล่าวว่า กระบวนการจัดทำ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 10 ฉบับนั้น สนช.ยืนยันว่า จะดำเนินการให้เสร็จภายในเดือนมิ.ย.61 แน่นอน ไม่ใช่เพียงแค่ ร่าง พ.ร.ป.เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับเท่านั้น เพื่อให้สอดคล้องตามโรดแมป

ส่วนกรณีที่มีบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการขาดคุณสมบัติของกรรมการสรรหา คณะกรรมการการเลืกตั้ง (กกต.) บางราย นายสุรชัย กล่าวว่า กระบวนการสรรหา กกต. ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเปิดรับสมัคร ตามที่คณะกรรมการสรรหาได้กำหนดเอาไว้ ส่วนที่อาจมีกรรมการสรรหา กกต. บางคนมีคุณสมบัติไม่ครบนั้น เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบโดยตรงของ สนช. เนื่องจากที่มาของคณะกรรมการสรรหา มาจาก 2 ทางได้แก่ 1. กรรมการสรรกหาที่มาโดยตำแหน่ง เช่น ประธาน สนช. ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครอง เป็นต้น 2. กรรมการสรรหาที่มาจากการคัดเลือกขององค์กรอิสระ ซึ่งในส่วนหลังนี้ ต้องเป็นหน้าที่ขององค์กรอิสระในการต้องหาบุคคลที่มีคุณสมบัติตรงตามรธน.กำหนดอยู่แล้ว ไม่ใช่หน้าที่ของ สนช. ในการเข้าไปตรวจสอบแต่อย่างใด

เลือกตั้งเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับสนช.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวว่า การเลือกตั้งอาจจะเร็ว หรือช้ากว่าที่คิด ซึ่งต้องดูการพิจารณากฎหมายลูกที่เหลืออยู่ หาก สนช. ผ่านกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ภายใน 60 วัน และไม่มีองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง ยื่นคัดค้านว่าขัดกับรธน. ไม่ต้องมีการตั้งกมธ.ร่วม รวมขั้นตอนทางธุรการต่างๆ ก่อนนายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯ จะใช้เวลา 3 เดือน หลังจาก 1 ธ.ค. 60 คือ สามารถทูลเกล้าฯได้ ประมาณ 1 มี.ค.61 จากนั้นในขั้นการลงพระปรมาภิไธย ถือเป็นพระราชอำนาจ ซึ่งมีกรอบระยะเวลา 90 วัน หากประมาณการโดยเฉลี่ยของการลงพระปรมาภิไธยในอดีต ประมาณ 1 เดือนครึ่ง ก็อาจเป็นไปได้ว่า อาจสามารถประกาศในราชกิจจาฯ ระหว่าง 15 ถึง 30 เม.ย.61

ต่อจากนั้น จะเริ่มต้นนับ 150 วัน เพื่อต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ โดยกกต.ต้องเป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการไม่ถูกร้องคัดค้านภายหลังว่า จัดการเลือกตั้งขัดรธน. ซึ่งในเวลาที่ดำเนินการ 150วัน ควรกำหนดวันเลือกตั้งให้อยู่ในช่วงประมาณ วันที่ 90-100 เพื่อให้สามารถประกาศผลได้ทันใน 150 วัน และด้วยเหตุนี้การเลือกตั้งทั่วไป จึงอาจเกิดขึ้นได้เร็วกว่าที่คิด คืออาจมีขึ้นในเดือนส.ค.61

อย่างไรก็ตาม หากการพิจารณากฎหมายลูกล่าช้า สนช.ลงมติไม่รับหลักการ ในร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. หรือ ส.ว. ฉบับใดฉบับหนึ่ง กรธ.ต้องนำประเด็นที่เป็นเหตุ ไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อนำเสนอ สนช.ใหม่ โดยเป็นการแก้ไขบางส่วน ไม่ใช่ร่างใหม่ทั้งฉบับ ในขั้นตอนนี้น่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน และสนช. มีกรอบเวลาอีก 60 วัน ในการพิจารณากฎหมายที่เสนอมาใหม่ และหากไม่มีการตั้งกมธ.ร่วม รวมขั้นตอนทางธุรการต่างๆ ก่อนนายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯ จะใช้เวลา 3 เดือน หากเกิดเหตุในลักษณะนี้ การเลือกตั้งอาจเกิดขึ้นช้ากว่าที่คิด คือต้องบวกไปอีก 5 เดือน ก็อาจเกิดการเลือกตั้งขึ้นในเดือน ม.ค. 62
กำลังโหลดความคิดเห็น...