xs
xsm
sm
md
lg

ฤทธิ์เดชของ “สงครามปาก”

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท


กะจะร่อนลงตรงเล้าไก่บ้านเรามาแล้วหลายพัก...แต่ก็ยังหาที่เหมาะๆ ไม่เจอจนตราบเท่าทุกวันนี้ ได้แต่ก้มลงมามองอาการเป๋ไป เป๋มา ของรัฐบาล...ด้วยความ “หวาดเสียว” ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แถมยังต้องเหนื่อยใจกับอาการขันแตก ตะบะแตก ของผู้คนในแต่ละแวดวง ที่ใช่ว่าจะเป็นแค่ระดับปุถุชนคนธรรมดาซะเมื่อไหร่ แต่ละรายเต็มไปด้วยพิษสงไม่น้อยกว่าแมงป่อง หรืองูหางกระดิ่ง ฯลฯ ไปด้วยกันทั้งสิ้น มิหนำซ้ำ...หลายต่อหลายราย ยังเคยดำรงตนเป็น “ติ่ง” ให้กับรัฐบาลมาโดยตลอด...

ด้วยเหตุนี้...คงต้องขออนุญาตอีกนั่นแหละ ขอบินไปแถบคาบสมุทรเกาหลีอีกซักรอบ เพราะแม้ว่าฉากสถานการณ์เมื่อถึง ณ ขณะนี้ ยังคงจัดอยู่ในประเภท “สงครามปาก” แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า...แต่ละปากนั้น ล้วนมีแนวโน้มที่จะแกว่งไปหาตีน อย่างเป็นเรื่อง เป็นราว และเป็นกิจการยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นปากของรัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือ ที่ป่าวประกาศท่ามกลางที่ประชุมสหประชาชาติ ว่าตราบใดที่ “คนป่วยทางจิต” อย่าง “ทรัมป์บ้า” ยังคิดทำลายล้างเกาหลีเหนือให้สิ้นซาก การยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ไปยังแผ่นดินใหญ่อเมริกา ย่อมเป็น “สิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้”...

และไม่ว่าจะป่วย-ไม่ป่วย แต่ “ทรัมป์บ้า” ก็พร้อมที่จะขยับปาก ทวิตตอบโต้ในแบบฉับพลัน-ทันที...ชนิดถ้าว่ากันแบบภาษาบ้านๆ ของเราๆ คงประมาณว่า “พวกมึงคงอยู่ได้อีกไม่นานหรอก...ไอ้มนุษย์จรวด” ทำนองนั้น แถมยังออกคำสั่งให้เครื่องบินทิ้งระเบิด “B-1B” บินวนไป-วนมาแถวๆ ฝั่งตะวันออกของน่านฟ้าเกาหลีเหนือซะอีกต่างหาก ถือเป็นสัญญาณว่าพร้อมเอาตีนลูบหน้า “คิมน้อย” ได้ทุกเมื่อ ขณะที่สำนักข่าวทางการเกาหลีเหนือ DPRK ก็ไม่ยอมเอาตีนซุกหีบไว้เฉยๆ งัดเอาวิดีโอที่สร้างสตอรี่บอร์ด สร้างฉากแอนิเมชั่นขึ้นมาโดยเฉพาะ จำลองภาพเหตุการณ์จรวดเกาหลีเหนือที่ถูกยิงจากภาคพื้นถล่มใส่เครื่องบินขับไล่ “F-35” และเครื่องบินระเบิด “B-1B” ชนิดกระจุยกระจายกลางอากาศ รวมทั้งเรือบรรทุกเครื่องบิน “USS Carl Vinson” ที่ถูกขีปนาวุธจากเรือดำน้ำเกาหลีจมลงไปใต้บาดาล แม้เป็นแค่แอนิเมชั่น ไม่ใช่เรื่องจริงแถมอิงนิยายล้วนๆ แต่อย่างน้อย...ก็น่าจะส่งผลให้ประชาชนเกาหลีเหนือนับเป็นแสนๆ ราย ที่ออกมาเดินขบวนยุให้ลงมือ ลงตีน ต่อจักรวรรดินิยมอเมริกาให้เห็นๆ จะจะกันซะที พอได้ซี๊ดๆ ซ๊าดๆ ไปบ้างตามสมควร...

เจอเข้ากับ “สงครามปาก” ในระดับนี้...บรรดาชาวโลกผู้รักสันติภาพทั้งหลาย หนีไม่พ้นต้อง “บวดหัว” ชนิดยัดยา “บวดหาย” ใส่ปากเป็นซองๆ ก็น่าจะเอาไม่อยู่ แม้แต่จีนกับรัสเซียที่พยายามเสนอทางออก ทางไป ที่เรียกๆ กันว่า “Double-Freeze” คือแช่แข็ง หรือระงับกิจกรรมของทั้งสองฝ่าย เกาหลีเหนือต้องยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์โดยสิ้นเชิง ขณะที่อเมริกาจะต้องยุติการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ อันเป็นตัวกระตุ้นต่อมระแวงเกาหลีเหนือมาตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นพ่อ ของ “คิมน้อย” โน่นเลย แต่เมื่อเจอกับการปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยของอเมริกา การแสดงอาการเฉยๆ ของเกาหลีเหนือ โดยที่ต่างฝ่ายต่างหันมาสนุกสนานเมามันซ์ซ์ซ์กับ “สงครามปาก” กันแทนที่ ไม่ว่าจีนและรัสเซีย เลยมีแต่ต้อง “อึ้งกิมกี่” ไปตามๆ กัน...

อย่างไรก็ตาม...สิ่งที่รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย “นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ” ได้กล่าวในระหว่างให้สัมภาษณ์โทรทัศน์รัสเซียเมื่อวานนี้ ก็น่าคิด น่าสนใจ มิใช่น้อย คือการสรุปเอาไว้ประมาณว่า...อเมริกาคงไม่คิดโจมตีเกาหลีเหนือโดยเด็ดขาด!!! ถ้าหากรู้แน่นอนว่า “คิมน้อย” มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในมือจริงๆ ไม่เหมือนที่อเมริกาตัดสินใจโจมตีอิรัก เพราะอันนั้น...อเมริการู้ทั้งรู้ ว่ายังไงๆ “ซัดดัม” ไม่ได้มี “อาวุธทำลายล้าง”ติดกระเป๋าอยู่เลยแม้แต่ดอกเดียว เลยพร้อมลงมือ ลงตีน โดยไม่คิดลังเลใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย แต่ก็นั่นแหละ...ไม่ว่าเกาหลีเหนือจะมีอาวุธนิวเคลียร์ซักกี่ดอกต่อกี่ดอก หรือไม่ อย่างไร แต่เมื่อไหร่ที่คาบสมุทรเกาหลีเกิดสงครามขึ้นมา รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียก็พร้อมยอมรับว่า โอกาสที่ผู้คนในเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ รวมไปถึงญี่ปุ่น จะต้องเด๊ดสะมอเร่ อิน เดอะ เท่งทึงในระดับเป็นแสนๆ ล้านๆ ย่อมเป็นไปได้เสมอๆ ภายใต้ศักยภาพทางทหารเท่าที่มีอยู่ของแต่ละฝ่าย และนั่นย่อมทำให้จีนและรัสเซีย พลอยต้อง “ซวย” ไปด้วย อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้เลย...

ทั้งจีนและรัสเซียเลยหนีไม่พ้นต้อง “บวดหัว” ชนิดยา “บวดหาย” ก็ยังเอาไม่อยู่ด้วยประการละฉะนี้...เพราะความพยายาม “สาดน้ำ” เข้าไปยังทั้งสองฝ่าย เพื่อให้เลิกแง่งๆ เห่ากันไป-เห่ากันมา ดูจะไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์โพดผลซักเท่าไหร่ แถมคุณพ่ออเมริกายังพร้อมที่จะหันมาแว้งกัดจีน รัสเซีย ด้วยข้อหาไม่เอาจริง-เอาจังในการ “แซงชั่น” เกาหลีเหนือ ตามมติสหประชาชาติซะอีกต่างหาก ด้วยเหตุนี้...แม้ว่า“สงครามจริง” จะยังไม่ได้อุบัติขึ้นมา แต่ “สงครามปาก” ระหว่าง “คิมน้อย” กับ “ทรัมป์บ้า” ก็เล่นเอาโลกทั้งโลกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ากันไปเป็นแถบๆ และบรรดาผู้ซึ่งมีสิทธิล้มตายไปก่อนล่วงหน้าย่อมหนีไม่พ้นไปจากบรรดา “แมงเม่า” ทั้งหลายนั่นแหละท่านเอ๋ยย์ย์ย์ เมื่อต้องเจอกับภาวะ “หุ้นตก ทองขึ้น น้ำมันแกว่ง” ชนิดวันละ 3 เวลาหลังอาหารไปโดยตลอด....
กำลังโหลดความคิดเห็น...