xs
xsm
sm
md
lg

รายได้และภูมิภาคนิยมในการเลือกตั้งของไทยและสหรัฐอเมริกา

เผยแพร่:   โดย: อาจารย์ ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์

อาจารย์ ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
ผู้อำนวยการศูนย์คลังปัญญาและสารสนเทศ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
และ
นางสาวรัชนีพร จันทร์สา
นักศึกษาปริญญาโทสาขาวิชา Business Analytics and Intelligence
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์


เราถกเถียงกันมานานว่ารายได้ของประชาชนมีความสัมพันธ์กับผลการเลือกตั้งหรือไม่ ในสหรัฐอเมริกามีการศึกษาเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง ในหนังสือชื่อ Red State, blue state, rich state, poor state โดย Professor Andrew Gelman ศาสตราจารย์สาขาวิชาสถิติและรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย พบว่ามีความย้อนแย้งดังนี้

1. ประชาชนอเมริกันที่มีฐานะร่ำรวยมีแนวโน้มจะเป็นสีแดงหรือโหวตให้พรรค Republican ดังแสดงในรูปด้านล่างนี้ ที่พบว่าประชาชนที่มีรายได้สูงมีสัดส่วนที่จะโหวตให้ประธานาธิบดี Bush ในการเลือกตั้งในปี 2004 สูง

แต่กลับเกิดความย้อนแย้งว่า รัฐที่มีรายได้เฉลี่ยเฉลี่ยสูงมีแนวโน้มจะโหวตให้ Bush ลดลง ทำไมเมื่อวิเคราะห์ผลเป็นรัฐกับวิเคราะห์ผลเป็นรายบุคคล กลับพบความย้อนแย้งเช่นนี้ การวิเคราะห์จากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งพบว่ามีความสัมพันธ์ทางบวกระหว่างรายได้กับสัดส่วนการเลือกพรรค Republican แต่เมื่อวิเคราะห์เป็นรัฐ มี unit of analysis หรือหน่วยการวิเคราะห์เป็นรัฐกลับพบความสัมพันธ์ในทางตรงกันข้าม กล่าวคือรัฐที่มีรายได้เฉลี่ยสูงมีแนวโน้มจะเลือกพรรค Republican น้อยมากเช่น รัฐ Connecticut ส่วนรัฐที่มีรายได้ต่ำมากมีแนวโน้มจะเลือกพรรค Republican ต่ำมีแนวโน้มจะเลือกพรรค Republican สูงมาก เช่น Utah

Andrew Gelman ได้อธิบายว่าแท้จริงแล้วรายได้ มีความแปรปรวนระหว่างรัฐ (Between state variance) น้อยกว่าความแปรปรวนภายในรัฐ (Within state variance) หมายความว่าความแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจนไม่ได้ขึ้นอยู่กับการที่เขาอยู่ในรัฐไหนมากเท่ากับการที่เขาทำมาหากินอะไร มีการศึกษามีการงานอาชีพอย่างไร

เมื่อทดลองวิเคราะห์โดยให้เฉพาะคนรวยมีสิทธิเลือกตั้งจะพบว่าพรรค Republican ชนะเลือกตั้งแทบจะทุกรัฐ ในขณะที่เมื่อทดลองวิเคราะห์ให้เฉพาะคนยากจนมีสิทธิเลือกตั้งจะพบว่าพรรค Democrat จะชนะเลือกตั้งแทบทุกรัฐดังรูปข้างล่างนี้

สำหรับประเทศไทย มูลนิธิเอเชีย ได้ดำเนินการสำรวจ Protestor profile ในช่วง Bangkok Shutdown แล้วพบว่า กปปส. มีรายได้สูงกว่าคนที่มาชุมนุมร่วมกับ นปช. คำถามคือรายได้เกี่ยวข้องกับการแบ่งขั้วทางการเมือง (Political polarization) หรือไม่

การวิเคราะห์ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนชาวไทยต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2554 การเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 (ก่อนการเลือกตั้ง) ซึ่งดำเนินการสำรวจโดยสถาบันพระปกเกล้าพบว่า ประชาชนที่ตั้งใจจะเลือก ส.ส. แบ่งเขตพรรคประชาธิปัตย์มีรายได้มากกว่า 4,000 บาทต่อเดือนร้อยละ 82.3 และประชาชนที่ตั้งใจจะเลือก ส.ส. แบ่งเขตพรรคเพื่อไทยมีรายได้มากกว่า 4,000 บาทต่อเดือนร้อยละ 71.3 ซึ่งเมื่อวิเคราะห์เป็นรายบุคคลก็ยังพบความสัมพันธ์อยู่ดีว่ารายได้ค่อนข้างสัมพันธ์กับผลการเลือกตั้งหรือการแบ่งขั้วทางการเมืองแม้ว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวจะไม่สูงมากนักก็ตาม

คำถามคือถ้าเราวิเคราะห์เป็นเขตเลือกตั้ง จะเกิดความย้อนแย้งกับผลการวิเคราะห์ระดับบุคคลอย่างที่พบในสหรัฐอเมริกาหรือไม่ เรามาลองพิจารณา ผังภาพการกระจาย (Scatter plot) แสดงความสัมพันธ์ระหว่างสัดส่วนการลงคะแนนเสียงเลือกพรรคเพื่อไทย (แบบแบ่งเขต-ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง) และระดับรายได้เฉลี่ยของประชาชน (ข้อมูลจากฐานข้อมูลการสำรวจสถานะทางสังคมเศรษฐกิจของประชาชนโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ) ในเขตเลือกตั้งนั้นๆ ในปี 2554 (ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งล่าสุด)

เราพบว่าเขตเลือกตั้งที่ประชาชนมีรายได้ต่ำมีแนวโน้มจะเลือกพรรคเพื่อไทยมากกว่าเขตเลือกตั้งที่ประชาชนมีรายได้สูง

ถ้าเขตเลือกตั้งใดประชาชนมีรายได้ดี เขตเลือกตั้งนั้นมีแนวโน้มที่ประชาชนในเขตเลือกตั้งนั้นๆ จะไม่เลือกพรรคเพื่อไทย

เรา overlay ภูมิภาคด้วย marker และสี ยังพบความเป็นภูมิภาคนิยมในการเลือกตั้ง

และแต่ละเขตเลือกตั้งคือหนึ่งจุดในแผนภาพการกระจายนี้ซึ่ง label ด้วยรหัสจังหวัดสามตัว

โดยพบว่า marker ที่เป็นสี่เหลื่ยมผืนผ้าคือเขตเลือกตั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มจะเลือกพรรคเพื่อไทยสูงมาก เขตเลือกตั้งที่มีสัดส่วนเลือกพรรคเพื่อไทยสูงสุดในประเทศไทยคือ เขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดร้อยเอ็ด และเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดอุดรธานี ซึ่งแม้ว่าจะไม่ใช่เขตเลือกตั้งที่ประชาชนมีรายได้เฉลี่ยต่ำสุดในประเทศไทยก็ตามแต่ก็มีรายได้เฉลี่ยของประชาชนในเขตนั้นค่อนข้างต่ำมาก

marker ที่เป็นวงกลมนั้นแทนเขตเลือกตั้งในภาคเหนือ มีแนวโน้มจะเลือกพรรคเพื่อไทยสูงเช่นกันแต่ไม่เท่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในขณะที่ marker ที่เป็นสี่เหลื่ยมข้าวหลามตัดอันจิ๋วคือเขตเลือกตั้งในภาคใต้มีแนวโน้มที่จะมีสัดส่วนในการเลือกพรรคเพื่อไทยต่ำมาก เช่น เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช มีสัดส่วนการลงคะแนน ส.ส. เขต พรรคเพื่อไทยต่ำที่สุดในประเทศ เป็นเขตที่มีรายได้เฉลี่ยของประชาชนค่อนข้างดี

สิ่งที่น่าสนใจคือ เขตเลือกตั้งที่ 8, 15, 12, และ 21 ของกรุงเทพมหานครที่มีประชาชนมีรายได้ค่อนข้างสูงมากกลับเลือกพรรคเพื่อไทยสูงถึงประมาณร้อยละ 40 รายได้อาจจะมีความสัมพันธ์กับผลการเลือกตั้งไม่มากนัก โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครที่ประชาชนส่วนมากย้ายถิ่นที่อยู่มาจากต่างจังหวัดทำให้อิทธิพลของภูมิภาคนิยมยังคงมีอยู่

อย่างไรก็ตาม หากคสช หรือ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่อยากจะให้พรรคเพื่อไทยหวนกลับมาได้ในการเลือกตั้ง ก็ต้องพัฒนาเศรษฐกิจและปากท้องให้ประชาชนในเขตเลือกตั้งนั้นๆ มีเศรษฐฐานะดีขึ้น ลืมตาอ้าปากได้จริงๆ น่าจะทำให้โอกาสที่พรรคเพื่อไทยชนะในเขตเลือกตั้งนั้นๆ ลดลงไปได้

การพัฒนาการเมืองต้องเริ่มจากการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะปากท้องของประชาชน

ขอฝากให้ช่วยกันคิดเพื่อประเทศไทย

กำลังโหลดความคิดเห็น...