xs
xsm
sm
md
lg

อะไรๆ ยังเป็นแบบไทยๆ แท้ๆ…

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

"โสภณ องค์การณ์"

สถานการณ์ที่เป็นวิกฤตจะเป็นตัวทดสอบและประเมินบุคคลว่าจัดอยู่ในประเภทใด ถ้าเป็นผู้นำองค์กร ผู้นำประเทศ ท่าทีการตั้งรับแรงกดดันจะทำให้ประชาชนได้รู้ว่าหัวหน้ารัฐบาลมีความกล้าหาญ มีคุณธรรม น่าเชื่อถือ น่าไว้วางใจ หรือไม่

สังคมไทยระดับชาวบ้านทั่วไปมักไม่ใส่ใจอย่างจริงจังด้านคุณสมบัติของผู้นำการเมือง ประวัติความเป็นมา ประสบการณ์ในชีวิตการทำงาน ความพร้อมต่างๆ ด้านความรู้ ความสามารถ ศีลธรรม คุณธรรม จิตสำนึกด้านซื่อสัตย์สุจริต

มีเสียงกล่าวว่า “คนไทยไม่เคารพกฎหมาย เกรงใจ ให้การยกย่องคนรวย โดยไม่คำนึงว่าคนนั้นมีประวัติความเป็นมาอย่างไรจึงสร้างตัวเองให้ร่ำรวยได้” ด้วยเหตุนี้การเมืองแบบไทยๆ จึงมีอสุรกาย ทุรชนรวยเป็นคนเด่นดังกุมอำนาจรัฐ

ที่เจ็บปวดกว่านั้นคือคำพูดที่ว่า “คนไทยกลัวคนรวย ไม่กลัวกฎหมาย ยอมให้คนรวยย่ำยีกฎหมาย” ตามด้วยคำพูดประชดว่า “คุกมีไว้สำหรับขังคนจน” คนไม่มีเส้น ฟันเฟืองกลไกกฎหมายหมุนช้า หรือหยุดหมุนเปิดทางสู่การหมดอายุความ

คดีทุจริตบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน คดีโกงธรณีสงฆ์ คดีลูกกระทิงแดง คดีลูกโอ๊ค จึงมีความน่าอนาถในด้านคดีหมดอายุความ และไม่มีใครต้องรับผิดชอบ ทำให้อาชญากรฐานะดีย่ามใจ ยิ่งอยู่ในสภาได้รับการคุ้มครอง ก็ยิ่งย่ำยีกฎหมาย

และอสูรการเมือง ทุรชนอยู่ในสภาเป็นผู้เขียนกฎหมายปกป้องตัวเอง ปลดเปลื้องโทษภัยให้ตัวเอง เปิดทางให้โกงบ้านกินเมืองโดยสะดวก ชาวบ้านก็ยอม!

เศรษฐี คนมีเงิน จึงเข้าสู่การเมือง กุมอำนาจรัฐได้โดยง่ายเพราะคนเกรงใจคนร่ำรวยเปิดทางให้ ด้วยสโลแกน “เงินไม่มา กาไม่เป็น” เป็นสังคมการเมือง “คืนหมาหอน” ไม่มีมาตรการหรือสูตรวิเศษอะไรที่จะแก้ไขได้ ปฏิรูปก็ช่วยไม่ได้

เห็นหรือยังว่านักการเมืองประเภทอสูร ทุรชนโดนศาลสั่งยุบพรรค 2 ครั้ง โดนกองทัพทำรัฐประหาร 2 ครั้ง มีอดีตนายกฯ จากพรรคถูกกล่าวหาว่าประกอบอาชญากรรม มี 1 รายรอดคุกไปได้อย่างน่ากังขาในความพิสดารทางกฎหมาย

มี 2 อดีตนายกฯ จากพรรคเดียวกันหนีคุกอยู่ต่างประเทศ แต่ก็ยังมีข่าวน่าสะอิดสะเอียนเสมอว่า ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปพวกอสูร ทุรชนกลุ่มเดิม หน้าเดิม มีประวัติมัวหมองเน่าๆ จะชนะการเลือกตั้งอย่างแน่นอน เว้นแต่จะถูกสกัด

ต่อให้สร้างกฎอย่างไรก็ตาม ไม่มีทางที่จะสกัดไม่ให้คนเลือก ดังนั้น คนกาเบอร์เลือกตั้งนั่นแหละคือปัญหา ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ หรือกฎกติกา การปฏิรูประบบการเมืองแก้ไขไม่ได้ ตราบใดที่คนกาเบอร์ยังเป็นพวกกลุ่มเดิม คิดแบบเดิม

เป็นพวกมักง่าย เอาแต่ได้ เห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน ยอมขายตัว ขายเสียง โดยไม่สำนึกว่าการขายเสียงเลวร้ายที่สุดเพราะเป็นการขายชาติ! เป็นการมอบอำนาจให้พวกอสูรการเมือง ทุรชน โจรเสื้อนอก โจรห้าร้อยเข้าปล้นบ้านเมือง

คนในประเทศนี้ถ้ามีอำนาจ มีตำแหน่งสำคัญในองค์กรหรือระดับชาติ ไม่เคยโทษตัวเอง เมื่อมีปัญหาจะโบ้ยโยนความผิดพลาดให้ผู้อื่น เอาตัวรอด เป็นสังคมแสวงหาแพะรับบาป พฤติกรรมโดยนิสัยถาวรเช่นนี้มีอยู่ในคนทุกระดับ

เราจึงไม่เห็นคนมีตำแหน่งสำคัญในประเทศนี้มียางอาย มีจิตสำนึกในความรับผิดชอบ มีแต่นักหาแพะรับบาป ตัวอย่างที่เห็นมาคือพวกมีโทษรอลงอาญา ยังมองตัวเองว่าเป็นเหมือนคนบริสุทธิ์เพราะไม่ติดคุก ไม่ต้องรู้สึกอาย

ประเทศนี้จึงแทบไม่มีแสดงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ถ้าประเมินเรื่องอนาคตทางการเมืองที่ได้มาตรฐานประชาคมโลก “ไทยแลนด์ 4.0” จึงเป็นคำหรู โลกสวยหลอกพวกบ้องตื้น ในความเป็นจริงทุกอย่างยังเป็น “แบบไทยๆ” ของแท้

โธ่! กรณี “ปูหนี” สร้างความอับอายขายหน้าสำหรับฝ่ายความมั่นคงชนิดที่หมอไม่รับเย็บ แต่ไม่รู้สึกว่าต้องอาย ต้องรับผิดชอบ กลายเป็นเรื่องธรรมดา มีเพียงคำอธิบายแบบอ้อมๆ แอ้มๆ ไม่กล้าสู้หน้าสู้ตา สู้คำถาม กลัวตอบไม่ได้

กรณี “ป่าชุมชนกระทิงแดง” ก็ไม่มีใครรับผิดชอบ แต่มีพิธีกรรมหาเหยื่อเป็นแพะรับบาปอย่างเต็มที่ ทุกคนต่างปัดความรับผิดชอบ อ้างง่ายๆ ว่า “ไม่รู้ เพราะเสนอมาตามลำดับขั้นตอน” ไม่อายเสียอย่าง จะพูดหรือทำอะไรก็ได้

กรณีเอา ท่านพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ เป็นแพะสังเวยความขี้ขลาด เอาตัวรอด และความชั่วร้ายของพวกอลัชชีห่มผ้าเหลืองถือว่าเป็นความอัปยศหาอะไรมาเทียบชั้นได้ยาก ทำกันได้ขนาดนี้แล้วยังไม่รู้สึกว่าต้องอาย สิ้นศักดิ์ศรี สิ้นท่า

เมื่อเป็นแบบนี้ จะหวังให้ประชาชนเคารพ เชื่อมั่นศรัทธา ไว้ใจได้อย่างไร เมื่อแม้แต่ระดับผู้กุมอำนาจรัฐยังเป็นนักปัดสวะ เอาตัวรอด ไร้ความสง่างาม

ประชาชนก็ยอม ไม่ว่าอะไร บางส่วนอาจชื่นชมว่าเป็นสุดยอดของศาสตร์และศิลป์ “ในการรู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี” ก็ได้ ไม่ได้มองว่านั่นเป็น “ศรีธนญชัยศาสตร์” กะล่อนทอง มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก คนชั่วระดับเดียวกันก็ยังดูถูก

การแสดงจิตวิญญาณในด้านความรับผิดชอบไม่ได้เป็นส่วนสำคัญในวัฒนธรรมการเมืองของไทย มีแต่ความหน้าด้านในการมุ่งกอบโกยผลประโยชน์ ไม่มีจิตสำนึกว่าการกุมอำนาจรัฐคือการทำหน้าที่เพื่อบ้านเมืองส่วนรวมเท่านั้น

ไม่ใช่กิจกรรมการลงทุนการเมืองเพื่อการถอนทุนบวกกำไรหลายเท่าตัว!

ถ้าไม่มองโลกสวย หรือหลอกตัวเอง ต้องยอมรับว่าอนาคตการเมืองของประเทศไทยไม่มีความแน่นอน มั่นคง เชื่อถือได้ ตราบใดที่คนกาเบอร์ยังเป็นคนมีมุมมองความคิดเดิมๆ และอสูรกาย ทุรชนนักเลือกตั้งยังไม่ล้มหายตายจากไป

จะให้หวังว่าการเมืองจะดีขึ้นได้อย่างไร เพราะพวกที่กุมอำนาจรัฐคณะปัจจุบันยังทำท่าว่าจะจับมือกับอสูร ทุรชนการเมือง เพื่อปั้นรัฐบาลแห่งชาติหวังประสานผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ได้ถามประชาชนสักนิดว่าจะยอมรับหรือไม่

หรือพวกเขาเห็นว่า “อ้าว! ก็ประชาชนเดิมๆ ก็ต้องได้รัฐบาลเดิมซิ!” เอวัง


กำลังโหลดความคิดเห็น...