xs
sm
md
lg

ผงะ!วัตถุโบราณล้ำค่าตกสำรวจ พิพิธภัณฑ์ฯบันทึกผิด6พันรายการ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:

สตง. เปิดผลตรวจสอบพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ พบร้อยละ 95 ขาดความเข้าใจในการบันทึกข้อมูลที่ชัดเจนรัดกุม พบรายงานการจดทะเบียนวัตถุล้ำค่าของชาติต่างกันกว่า 6 พันรายการ แถมการใช้เงิน "กองทุนโบราณคดี" ยังผิดวัตถุประสงค์

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) รายงานการตรวจสอบการดำเนินงาน การบริหารจัดการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และกองทุนโบราณคดี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยเน้นตรวจสอบ “กองทุนโบราณคดี” ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ประกอบด้วย เงินรายได้ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เงินผลประโยชน์อันเกิดจากโบราณสถาน ตลอดจนเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้ และเงินทุนกองกลาง และเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

ทั้งนี้ สตง. ได้ตรวจสอบการบริหารจัดการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและกองทุนโบราณคดี ของกรมศิลปากร พบว่า การบันทึกข้อมูล การควบคุมการเคลื่อนย้าย และการตรวจสอบจำนวนโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ของ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติยังไม่เป็นไปตามคู่มือที่กำหนด การใช้จ่ายเงินกองทุนโบราณคดี ยังไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนโบราณคดี ขาดการติดตามผลการยื่นขอหรือต่อใบอนุญาตทำการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ของผู้ประกอบการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการตรวจสถานการค้าและสถานจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ไม่ปฏิบัติหน้าที่ที่กำหนด การเก็บรักษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุในคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ยังไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนไม่มีการประกาศรายชื่อสถานประกอบการค้า ที่ได้รับใบอนุญาตในราชกิจจานุเบกษา ตามที่กฎหมายกำหนด

สำหรับประเด็นการตรวจสอบจำนวนโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ในคู่มือการจัดทำทะเบียน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ พบกว่าร้อยละ 95.00 ยังขาดความรู้ในเรื่องของการการลงลายมือชื่อ หรือการทำสมุดบันทึกเหตุการณ์ประจำวัน ทั้งในส่วนของนิทรรศการ หรือ คลังพิพิธภัณฑ์ ทำให้การรายงานผลการเคลื่อนไหวของโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ทั้ง 21 แห่ง ในรอบ 1 เดือน จากการตรวจสอบรายงานผลการเคลื่อนไหวกับจำนวน ที่สุ่มตรวจสอบและมีการจัดทำ สมุดทะเบียนบัญชีหลัก จำนวน 18 แห่ง พบว่า มีการจัดทำทะเบียนในรายงานผลการเคลื่อนไหว ที่มีการบันทึกในสมุดทะเบียนบัญชีหลักมีจำนวนไม่สอดคล้องกัน โดยร้อยละ 83.33 มีการจัดทำสมุดทะเบียนบัญชีหลัก และมีจำนวนวัตถุที่รายงานแตกต่างจากการจัดทำทะเบียนทั้งสิ้น 6,024 รายการ

ประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบทำให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไม่มีหลักฐานทะเบียนบัญชีแน่นอนที่ใช้เพื่อการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัย หากมีการเคลื่อนย้าย บรรจุหีบห่อ หรือขนส่ง หรือ ถ้าชำรุดเสียหาย สูญหาย ทั้งนี้ สตง.ได้ กำชับให้ผู้ อำนวยการ หรือ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำกับดูแลให้ ภัณฑารักษ์หรือ เจ้าหน้าที่ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ควบคุมและติดตามผลการปฏิบัติงานดังกล่าว อย่างเคร่งครัด

ส่วนประเด็นการใช้จ่ายเงิน ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ “กองทุนโบราณคดี” เพื่อใช้จ่าย เป็นค่าจ้าง ค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ และเงินสนับสนุนจังหวัดประจำปี ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556-2559 พบว่า ในหน่วยงานส่วนกลาง ได้แก่ สำนักบริหารกลาง สำนักหอสมุดแห่งชาติ และสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เป็นต้น รวมเงิน 4,191,950 บาท แบ่งออกเป็นค่าจ้าง 3,871,950 บาท และค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ 320,000 บาท สำหรับ หน่วยงานส่วนภูมิภาค ได้แก่ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ และหอสมุดแห่งชาติ ของ สำนักศิลปากรที่ 1 - 15 รวมเป็นจำนวนเงิน 22,073,098 บาท แบ่งออกเป็นค่าจ้าง 17,345,778 บาท และค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ 4,727,320 บาท

ขณะที่การจ่ายเงินสนับสนุนจังหวัดประจำปี ซึ่งกิจกรรม/โครงการ ที่จัดไม่ได้เป็นไปเพื่อการเผยแพร่เกี่ยวกับกิจการด้านโบราณสถานหรือการพิพิธภัณฑ์ พบว่า มี 3 จังหวัด ที่ได้รับเงินสนับสนุน ประจำปี รวมเป็นจำนวนเงิน 2,800,000 บาท เพื่อจัดงานประเพณีของจังหวัดมี วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและเป็นการส่งเสริม การท่องเที่ยวของจังหวัด

“การใช้จ่ายเงินไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนโบราณคดี ทำให้งาน/โครงการ/กิจกรรม ที่เกี่ยวกับกิจการด้านโบราณสถานหรือการพิพิธภัณฑ์เสียโอกาสในการได้รับจัดสรรเงินเพื่อนำไปใช้จ่าย ในกิจการอันเป็นประโยชน์แก่โบราณสถานหรือการพิพิธภัณฑ์ตามวัตถุประสงค์ของกองทุนโบราณคดี”

โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้การใช้จ่ายเงินไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนโบราณคดี เกิดจาก ความไม่ชัดเจนของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการเก็บรักษาและการจ่ายเงินกองทุนโบราณคดี พ.ศ. 2534 กล่าวคือ ระเบียบข้อ 6 ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การใช้จ่าย เงินกองทุนโบราณคดี ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ใช้จ่ายในกิจการอันเป็นประโยชน์แก่โบราณสถานหรือการพิพิธภัณฑ์ แต่ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการดังกล่าว กำหนดให้การจ่ายเงินกองทุนโบราณคดีเกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์กับกิจการด้านโบราณคดีหรือการพิพิธภัณฑ์

“ไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาจัดสรรเงินกองทุนโบราณคดี แม้ กรมศิลปากร จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษากองทุนโบราณคดีก็ตาม แต่มีอำนาจหน้าที่เสนอแนะและให้ความเห็นเกี่ยวกับแผนงาน โครงการ เพื่อจัดหารายได้และการขอใช้เงินกองทุนโบราณคดี เท่านั้น”

นอกจากนี้ จากการสังเกตการณ์การเก็บรักษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุในคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่สุ่มตรวจสอบ จำนวน 21 แห่ง พบว่า มี 15 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 71.43 ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่สุ่มตรวจสอบ ไม่ได้กำหนดเลขของชั้นหรือตู้ที่ใช้วางวัตถุไว้อย่างชัดเจน การจัดวางปะปนกัน และรวมกับวัตถุอื่น ๆ ทำให้การค้นหาตรวจสอบมีความยุ่งยาก ไม่สะดวก ต้องรื้อค้น อาจทำให้เกิด ความเสียหายแก่โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุได้
ข่าวอื่นในหมวด
กำลังโหลดความคิดเห็น...