xs
sm
md
lg

บอส กระทิงแดง หนีต่อไป หมายจับตร.โลกแค่ปาหี่!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:

เรื่องการติดตามล่าตัว นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส กระทิงแดง ที่หลบหนีคดีขับรถชนตำรวจทองหล่อเสียชีวิตเมื่อปี 2555 หรือ 5 ปีมาแล้ว แต่บอส กระทิงแดง อาศัยความเป็นทายาทของมหาเศรษฐีเครื่องดื่มชูกำลัง หลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ ท้าทายกฎหมายบ้านเมืองไม่ยอมต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม

ต่อไปนี้ หลังจากการที่ตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพลออกหมายจับและเผยแพร่ไปถึงประเทศสมาชิกต่างๆแล้ว การดำเนินคดีและการล่าตัว “บอส กระทิงแดง” จะมีความเข้มข้นขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ และตำรวจไทยมีความหวังจะได้ตัวเขามาขึ้นศาลหรือไม่ เป็นประเด็นที่จะต้องติดตาม หาความจริงกัน

อาจจะบอกได้ว่า แม้ตำรวจสากลจะแพร่หมายจับออกไป ที่เป็นการแสดงออกมาถึงความคืบหน้าของการตามล่าตัวบอส กระทิงแดง ก็จริงอยู่ แต่ก็ไม่ได้หมายความจะจับตัวเขาได้แน่ๆและง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากยังมีปัญหาและข้อขัดข้องอีกหลายด้าน

เพราะมีปัญหาที่ต้องเข้าใจคือ สภาพของตำรวจสากลเปรียบไปแล้ว ในทางปฏิบัติก็เหมือนเสือกระดาษ มีอำนาจแต่ในตัวบทกฎหมายเท่านั้น แต่ไม่มีกำลังพลที่จะติดตามล่าตัวคนร้ายข้ามชาติ โดยเฉพาะคดีอาชญากรรมธรรมดา หลายประเทศไม่ได้ให้ความสนใจกับหมายจับคดีแบบนี้ด้วยซ้ำ

แม้ว่า หมายจับของตำรวจสากลที่ออกมา ระบุเป็นหมายแดง ถือว่าเป็นหมายจับที่มีความเข้มข้นที่สุดในบรรดาหมายจับสีต่างๆที่มีอยู่ในระบบตำรวจสากลทั้งหมด 7 สี แต่การจะจับคนถูกออกหมายจับแม้จะเป็นหมายแดง ก็ต้องไปก่อนขอศาลก่อนจึงจะจับได้ ซึ่งเป็นขั้นตอนการปฏิบัติที่ตำรวจหลายประเทศไม่อยากเสียเวลา

เว้นแต่ว่าทางการของประเทศที่ต้องการตัวคนร้ายติดตามไล่ล่าอย่างจริงเอาจังเท่านั้น ตำรวจสากลถึงจะขยับ แต่สำหรับคดีของ บอส กระทิงแดง ก็เห็นกันมาตลอด 5 ปีแล้วเป็นอย่างไร !?

คดีนี้ที่ยืดเยื้อมานานก็เนื่องจากทางการไทยเหมือนหลับหูหลับตาไม่สนใจจะตามตัว บอส กระทิงแดงอย่างจริงจัง หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบอย่างอัยการ หรือกระทรวงการต่างประเทศเอาแต่โยนภาระให้ตำรวจฝ่ายเดียว ทั้งที่ ถ้าอัยการกับกระทรวงการต่างประเทศเดินเครื่องเต็มที่ บอส กระทิงแดง ไม่มีโอกาสลอยนวลมาถึงวันนี้

อย่างไรก็ดี มีหมายจับดีกว่าไม่มี ควรรู้ว่า หมายจับสีแดง จะแผลงฤทธิ์ได้ก็ต่อเมื่อตำรวจในประเทศที่รับหมายเอาใส่ลงในฐานข้อมูล ก็จะทำให้บอส กระทิงแดง เดินทางเข้าออกประเทศนั้นไม่ได้อย่างสะดวกสบายเหมือนเคย การเปลี่ยนที่อยู่จากประเทศนั้นไปประเทศนี้ก็จะสะดุด เพราะหมายจับจะปรากฏอยู่ในข้อมูลการตรวจคนเข้าเมือง

และหมายจับสีแดงก็จะมีผลบังคับเฉพาะแต่ในประเทศแถบยุโรปและอเมริกา ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่สำหรับประเทศที่มาตรการตรวจคนเข้าเมืองไม่เข้มข้น จะไม่มีผลกระทบต่อการเข้าออกประเทศนั้นๆ บอส กระทิงแดง ยังซิ่งไปทุกที่ได้ในประเทศกลุ่มเหล่านี้

ที่ผ่านมา การติดตามล่าตัว บอส กระทิงแดง เป็นเหมือนการแสดงปาหี่แหกตาประชาชนคนไทย ให้ตื่นเต้นกันเป็นช่วงๆที่เมื่อมีข่าวกระตุ้นออกมาทีทางการก็แอ๊กชั่นกันที ทำเหมือนแมวไล่จับหนู และดูว่าคงจะยื้อกันไปอีก10ปีให้หมดอายุความเป็นแน่

ถ้าหากเอากันจริง ก็พอมีทางที่จะได้ตัวบอส กระทิงแดงมา ทางที่ดีที่สุดก็คือกระทรวงการต่างประเทศจะต้องกระโดดเข้ามาเป็นหัวขบวนในคดีนี้ เพราะมีหน้าที่รับผิดชอบตามกฎหมายอยู่แล้ว ควรเริ่มด้วยการตัดแขนขา คือถอนหนังสือเดินทางของนายวรยุทธไปทั้งหมด ที่ขณะนี้ข่าวว่ามีอยู่สองเล่ม

ฟังมาว่า เล่มที่สองเป็นหนังสือเดินทางที่กระทรวงการต่างประเทศออกให้บอส กระทิงแดง ขณะที่หนังสือเดินทางเล่มแรกยังไม่ครบกำหนดหมดอายุใช้งานด้วยซ้ำ ถ้าถอนพาสปอร์ต บอส กระทิงแดงจะเดินทางโยกย้ายที่พักได้ลำบาก

โดยปกติ การเดินทางของบอส กระทิงแดง จะใช้เครื่องบินส่วนตัวในการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งในเครื่องส่วนตัวจะมีญาติผู้ใหญ่สองคนติดตามไปดูแลทุกที่ ล่าสุดทางตำรวจมีข่าวว่า บอส กระทิงแดงวนๆไปมาระหว่าง สิงคโปร์ ไต้หวันและฮ่องกง แต่ถ้าขาดพาสปอร์ต การเดินทางจะสะดุดแม้จะไปด้วยเครื่องบินส่วนตัวก็ตาม

ในทางปฏิบัติถ้าหากกระทรวงการต่างประเทศตามเรื่องนี้จริง อีกมาตรการหนึ่งที่จะต้องงัดออกมา ก็คือออกประกาศของกระทรวง เป็นประกาศแจ้งว่า นายบอส กระทิงแดงเป็นบุคคลที่ทางการไทยต้องการตัว

ส่งประกาศไปให้ยังประเทศต่างๆ ก็จะทำให้การหลบหนีของบอส กระทิงแดงถูกตีกรอบเข้มข้นขึ้นและแคบเข้า โอกาสที่จะได้ตัวบอส กระทิงแดงมาดำเนินคดีจะมีหวังมากกว่านี้

หากเล่นปาหี่กันเหมือนเป็นอยู่ตอนนี้ คนมีหน้าที่รับผิดชอบเพิกเฉยไม่เอาเรื่อง ไม่ทำงานและคอยแต่โยนบาปให้ตำรวจอย่างเดียว การจะได้ตัวบอส กระทิงแดงก็คงต้องรอเวลาที่เขากลับมาเอง ในวันที่คดีหมดอายุความไปแล้ว
ข่าวอื่นในหมวด
กำลังโหลดความคิดเห็น...