xs
xsm
sm
md
lg

บ้านเมืองอยู่ในสภาวะน่าห่วง...มาก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

"โสภณ องค์การณ์"

ตั้งแต่ทำงานอาชีพสื่อมวลชนมา 40 กว่าปี ได้รู้ ได้พบเห็น รับรู้วิกฤตเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ในประเทศมาเหมือนคนอื่นๆ แต่ขอบอกอีกครั้งว่าไม่เคยรู้สึกห่วงใยสภาวะปัจจุบันและอนาคตบ้านเมืองเหมือนในยุคนี้

คนทั่วไปอาจมองว่าสิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ไม่มีอะไรต้องกังวล ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น บ้านเมืองมั่นคง ไม่มีการเดินขบวน กำลังมีการปฏิรูปหลายอย่าง ปีหน้าก็จะมีเลือกตั้ง เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี

เป็นเช่นนั้นจริงหรือ? มีใครหรืออะไรรับประกันว่าทุกอย่างกำลังดีอย่างที่เห็น ไม่ใช่มองด้วยสายตาของคนมองโลกสวย มองทุกอย่างในแง่ดี? ทั้งๆ ที่ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสำเร็จให้เห็น สร้างความมั่นใจได้

ทำไมไม่คิดว่าหน้าฉากดูเหมือนดี แต่หลังฉากมีแต่ความผุกร่อน โครงสร้างทรุดโทรม มีฝูงผีร้าย อสูรกายรุมทึ้งแทะทรัพย์สินแผ่นดินอย่างเมามันปาก และยังวางแผนจะเขมือบอีก อาจเป็นสมบัติก้อนสุดท้ายก็ได้

หรือว่ากระพ้มคิดมากไปเอง? มองโลกในแง่ร้าย มีอคติกับรัฐบาลคุณท่านที่มีอำนาจมหาศาล มีกฎหมายพิเศษจัดการปัญหาอย่างเร่งด่วนได้ผล แต่ปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นมานาน เรื้อรัง อย่างที่คุณท่านผู้นำอ้าง

กระพ้มไม่มีอคติกับใครในรัฐบาล เพราะไม่พบปะพูดคุย ไม่เคยเห็นใครแบบตัวเป็นๆ แม้แต่คนเดียว โดยเฉพาะท่านบิ๊กๆ ทั้งหลาย

วันก่อนคุณท่านพูด...เชิงอธิบาย หรือเชิงอะไรก็สุดแล้วแต่...

“ปัญหาเหล่านั้นมีมาก่อนพวกผมเข้ามาทั้งนั้นแหละ...” ก็ใช่! แต่ว่าได้ทำอะไรเพื่อจัดการปัญหาให้ชาวบ้านเห็นว่ามีฝีมือ สติปัญญา ความรู้ความสามารถ สมกับการที่ได้กุมอำนาจเด็ดขาดมานานกว่า 3 ปี หรือไม่

เห็นๆ กันอยู่ว่าเพิ่งมาเริ่มต้นพิธีกรรมปฏิรูปหลังจาก 3 ปี แต่ยังไม่เป็นร่างให้เห็น โดยเฉพาะ การปฏิรูปตำรวจ ยังยักแย่ยักยันเพราะเรื่องเยอะ แรงต้านมาก มีพวกหวงก้างตั้งป้อมปกป้องผลประโยชน์มหาศาล

ดูเผินๆ คนทั่วไปนึกว่าการทุจริต คอร์รัปชั่นได้ลดลงไปมาก เพราะการเร่งปราบปรามโดยรัฐบาลคุณท่าน แต่ไม่ว่าจะฟังการคุยกลุ่มใด มีแต่คำพูดว่าการโกงกินยังมีอยู่ กินหนักถึง 40 เปอร์เซ็นต์เหมือนยุคเหลี่ยม

เราเห็นการใช้อำนาจมากเหลือเกิน แต่ถามว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงให้บ้านเมืองดูดีขึ้นหรือไม่ เท่าที่เห็นมีแต่ข่าวไม่น่าทำให้เกิดความเชื่อมั่น ความศรัทธา น่าเชื่อถือในความใจซื่อมือสะอาด มีเจตนาดีต่อประเทศ

เห็นมีแต่การแต่งตั้งแบบเล่นพรรคเล่นพวก ไร้หลักธรรมาภิบาล สร้างฐานอำนาจเพื่ออยู่ยาว พฤติกรรมต่างๆ มุ่งไปสู่การสานผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มปัจจุบันกับกลุ่มเหลี่ยม อะไรที่เคยซ่อนเร้นก็เป็นล่อนจ้อนแล้ว

ปล่อยให้สมีหน้าขาวปากแดงแข้งดำหนีรอดคดี หมายจับ ไม่มีใครรับผิดชอบ ไม่มีใครรู้สึกอาย พยายามเล่นลิ้นสลับบทโมโหโทโส ชาวบ้านรู้ทัน แต่อยากจะดูว่าจะเล่นบทนี้ไปได้อีกสักกี่น้ำ นึกว่าชาวบ้านกินแกลบ

ไม่นานหลังจากนั้น เกิดปรากฎการณ์ “ปูหนี” และก็ใช้ลูกเล่นลีลาเดิม ทำหน้าซื่อ ไม่มีใครรู้สึกอาย ไม่มีใครรับผิดชอบ หนักข้อเข้าก็เล่นลิ้นตีสำนวนโวหาร ย้อนถาม บางคนทำเป็นโมโหฉุนเฉียว เฉไฉไขสือตีลูกซื่อบื้อ

วิญญูชนก็ได้แต่เฝ้ามองพฤติกรรมซ้ำซากด้วยความอนาถใจ!

ชาวบ้านต้องทำใจ ยอมรับว่า “อะไรจะเกิด ก็ให้มันเกิด บ้านเมืองไม่ใช่ของกูคนเดียว ถ้าทำเป็นคนเรื่องมาก ออกไปชุมนุมเดินขบวน เดี๋ยวก็โดนกฎหมายควบคุมการชุมนุมเล่นงาน เจ้าหน้าที่เอาตายแต่ไร้ความผิด”

เกิดขึ้นแล้วนี่ “ไม่มีเจตนาพิเศษทำให้คนตาย” ก็ต้องตาย เจ็บฟรี!

เราได้เห็นการออกกฎหมายพิเศษย่ำยีกฎหมายเดิม เช่นกฎหมายสิ่งแวดล้อม ทำสิ่งที่ผิดกฎหมายให้กลายเป็นถูก เช่นการปกป้องกังหันลมผลิตไฟฟ้า ย่ำยีคำพิพากษาของศาล เรื่องสนามกอล์ฟธรณีสงฆ์กำลังมา

ล่าสุด คุณท่านบอกว่าให้สื่อก้าวข้าม “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ปล่อยให้กฎหมายจัดการ ฟังแล้วชวนให้เชื่อว่าเสียงร่ำลือเรื่องการเกี้ยเซียะระหว่างกลุ่มปัจจุบันกับกลุ่มเหลี่ยมน่าจะจริง รอเพียงแค่ให้เป็นจริงเห็นด้วยตา

ยุคนี้ ทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องอธิบายก็ได้ ถ้าพูดอย่างไร คนก็ไม่ยอมเชื่อ เพราะทำใจเชื่อไม่ได้เมื่อเห็นพฤติกรรมฟ้องให้เห็น ทำให้ช้ำใจซ้ำซาก ก็ได้แต่มองไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ ประชาชนห่วงปัญหาปากท้อง ความอยู่รอด

ต้องไม่ลืมว่าผู้กุมอำนาจรัฐคณะปัจจุบันมาจากการรัฐประหาร ล้มรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ฉีกรัฐธรรมนูญ ใช้มาตรการเด็ดขาด มีอำนาจกฎหมายพิเศษมาตรา 44 และมีทีท่าว่าจะอยู่อีกนาน หมอดูอวยว่า 10 ปี

จะอยู่ได้หรือไม่ได้ ก็แล้วแต่ความอดทนของประชาชน และผลงาน ถ้ายังมีเสียงร่ำลือเรื่องโกงกิน แผนรวมห่อรัฐวิสาหกิจให้เข้าแผนขายให้เอกชนอย่างที่สงสัย การเกี้ยเซียะทางการเมือง น่ากลัวจะมีภาวะแปรผัน

ยุคเหลี่ยมได้เห็นการทุจริตเชิงนโยบาย ยุคนี้ไม่ต้องมีเชิงซับซ้อน มีแต่ความกล้ากว่า เป็นเชิงโครงสร้าง โครงการขนาดใหญ่ ทำแบบไม่ฟังใคร

อะไรที่ว่าแน่ อาจไม่แน่ก็ได้ มีเสียงกระซิบเตือนแล้วว่า “เหนือฟ้ายังมีฟ้า” ใครได้ยินหรือไม่ เข้าใจอย่างไร ก็สุดแล้วแต่วาสนาและเวรกรรม และต้องไม่ลืมเช่นกันว่าเสียงของชาวบ้านว่า “เสียของอีกแล้ว!” เริ่มดังขึ้น

ความลำพองผยองอำนาจทำให้ผู้มีอำนาจไม่แยแสเสียงโอดครวญของประชาชน เป็นแบบนี้เพราะเชื่อมั่นว่าจะไม่ซ้ำรอยคนอื่นที่โดนโค่นล้ม ประวัติศาสตร์ยังไม่มีสักรายที่รอดไปได้แบบจบสวย ถ้าประชาชนทนไม่ได้

ดูพฤติกรรมโดยรวมแล้วยิ่งน่ากลัว ห่วงอนาคตบ้านเมืองจริงๆ! แต่มีความหวังเพราะความชั่วร้ายครอบงำแผ่นดินนี้ได้ไม่นาน ต้องมีอันเป็นไป!


กำลังโหลดความคิดเห็น...