xs
xsm
sm
md
lg

เข้าสู่ยุคจะเริ่มปฏิรูปแล้วนะ!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

"โสภณ องค์การณ์"

คณะผู้ใหญ่ผู้โตได้กุมอำนาจบริหารบ้านเมืองมานานกว่า 3 ปีแล้ว ผลงานเป็นอย่างไรก็เป็นที่รู้เห็นกันอยู่ ใครรักใครชอบพึงพอใจอย่างไร ไม่ต้องเอามาพูดให้ระคายหัวใจกันก็ได้ พวกที่เงี่ยหูฟังรอการแถลงผลงานให้กระจ่างชัดก็คงต้องรอต่อไป ดูความเป็นไปในบ้านเมืองด้วยความกังวลสุดๆ

มีอะไรดีขึ้นมั้ย คำตอบแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าใครได้ ใครเสียอะไร ล้วงกระเป๋า ดูตัวเลขในบัญชีธนาคารก็รู้ว่าเงินรายได้เพิ่มหรือลดลง มีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นหรือเลวลง มองไปข้างหน้าอนาคตของตัวเองเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์บ้านเมืองแค่ไหน มีอะไรน่าห่วง

ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าอะไรๆ เกิดขึ้นเยอะ แต่ไม่มีความเปลี่ยนแปลง!

คณะผู้กุมอำนาจได้พร่ำพูดพรรณาถึงความพยายามทำงาน ความเหนื่อยยาก เผชิญอุปสรรคต่างๆ สารพัด นั่นนี่โน่น แต่ทุกคนดูไม่เบื่อหน่าย ย่อท้อ ตั้งใจจะทำงานรับใช้บ้านเมืองให้นานที่สุด

นานจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง เช่นมีคณะใหม่เข้ามาด้วยพิธีกรรมซื้อเสียงเลือกตั้ง หรือถ้าโชคร้ายชาวบ้านสุดทนพฤติกรรมของบางคน หรือหลายคนในคณะไม่ไหว ยอมเสี่ยงคุกตะราง เสี่ยงตาย รวมตัวชุมนุมเดินขบวนขับไล่คนที่ชาวบ้านเหม็นหน้าเพราะโกงกินไม่หยุด ก็เป็นอีกเรื่อง

จะมีแอ่นแอ๊นซ้ำ ซ้อน อย่างที่บางพวกมโนเพ้อเจ้อหรือไม่ นั่นเป็นอภินิหารทางการเมือง!

ทุกวันนี้ชาวบ้านมีทางเลือกว่าจะอยู่แบบโลกสวย ไม่คิดเยอะ บอกตัวเองว่ายึดมั่นในความเป็นจริงที่ว่า "บ้านเมืองไม่ใช่ของกูคนเดียวโว้ย!" ก็ย่อมพึงพอใจกับการปล่อยวาง จิตว่าง ใครที่ไหนจะเป็นจะตายก็แล้วแต่ ตัวเองขอมองผีเสื้อ แมลงปอบินตอมเกสรดอกไม้ ฟังเสียงนกร้อง

เป็นอาการปลง ตัดขาดจากความห่วงบ้านเมือง เป็นเรื่องของเวรกรรม ไปตามเรื่อง!

อีกพวกยังหมกมุ่นห่วงใยอนาคตบ้านเมือง ลูกหลานจะอยู่อย่างไร ท่ามกลางการรุมกินโต๊ะประเทศไทยโดยกลุ่มทุนใหญ่ หน้าขี้โกงกุมอำนาจรัฐ และคนต่างชาติอยู่ดีมีสุขโดยคนไทยเกรงใจ เพราะคนญี่ปุ่นมองว่าคนไทยเห็นแก่ตัว กลัวคนรวย ไม่กลัวกฎหมาย คนรวยจึงอยู่เหนือกฎหมาย

แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ผู้ใหญ่ผู้โตพร่ำพูดถึงดั่งเป็นอภิมหามนตราศักดิ์สิทธิ์นั้น มีคนบ้องตื้นเชื่อว่าจะแก้ปัญหาบ้านเมือง ทำให้อนาคตสดใส เป็น “ไทยแลนด์ 4.0” ทัดเทียมอารยะประเทศ โดยไม่มองว่าแผ่นดินนี้ยังมีคนยากไร้ ด้อยโอกาส มากกว่า 13 ล้านคน รอการช่วยเหลือ

มีประเด็นความสงสัยในเจตนาของคณะผู้ใหญ่ผู้โตว่ามีหลักการ ปรัชญา ด้านศีลธรรมจรรยาดีงาม แยกผิดแยกถูกอย่างไร โดยเฉพาะความพยายามให้คนดี คนชั่วปรองดองฉีกยิ้มให้กัน

แบ่งที่ยืนกันอย่างไร เพราะดูแล้วคนดีเสียเปรียบอยู่วันยังค่ำ คนดีเคารพกฎหมายบ้านเมือง

แต่คนชั่วกล้าละเมิดกฎหมาย ไม่หวั่นเกรงโทษอาญา ทำให้คนดีเดือดร้อน ไม่ปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน คนชั่วโกงเงินภาษีคนดี และทำความชั่วร้ายสารพัด ทำไมคนชั่วจึงมีที่ยืน แย่งที่คนดียืน ดังนั้นการบริหารบ้านเมืองจึงดูไม่เป็นธรรม ทำให้น่าสงสัยว่าการปรองดองเป็นฉากบังอะไรมั้ย

ทำไมคนดีเดือดร้อนจากการออกกฎหมาย แต่คนชั่วยังอยู่สุขสบาย หรือเป็นพวกเดียวกัน?

เริ่มมีคนกล้าส่งเสียงถามดังๆ ว่า ยังจะให้สภาวะแบบนี้เป็นไปอีกนานหรือไม่ การตั้งคณะกรรมการปฏิรูปต่างๆ นั้นจะให้ชาวบ้านหวังผลได้อย่างไร เห็นกันอยู่ว่ามีอายุงานนานถึง 5 ปี

ถ้ามีความรู้ ความสามารถ ทำไมต้องใช้เวลานานต่อเนื่อง? มีอำนาจก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเสนออะไรที่ขัดความต้องการแฝงเร้นของคนแต่งตั้ง ยิ่งเห็นหน้าคณะกรรมการบางชุดด้วยแล้ว ชาวบ้านอยากตะโกนว่า “อยากได้อะไร ก็เอาไปเถอะ”

“ไม่ต้องตั้งกรรมการมาเป็นฉากบังหน้า ยื้อเวลา หรือขัดขวางความต้องการในสิ่งที่ดีต่อบ้านเมืองตามที่ประชาชนเรียกร้อง” ถ้ามีเจตนาดี ชาวบ้านคงได้เห็นสิ่งดีๆ เกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้ว!

กฎหมายกดหัวประชาชน ควบคุมการชุมนุม ดูให้ดีเถอะ มีแต่คนดีที่เดือดร้อน! การชุมนุมในอดีต มีแต่คนดีถูกฆ่า ทำร้าย โดยกลุ่มติดอาวุธ และเจ้าหน้าที่รัฐ จึงมีพวกแตงโม มะเขือเทศ เป็นขี้ข้านักการเมืองชั่วร้าย ยังไม่มีการปฏิรูปให้เห็นชัด มีแต่หวงแหนอำนาจ ผลประโยชน์พวกพ้อง

ย้ำอีกครั้ง! กฎหมายควบคุมการชุมนุมเป็นตัวช่วยของผู้กุมอำนาจรัฐที่ทุจริต ประพฤติมิชอบ โกงบ้านกินเมือง ถ้าคุมทุกองค์กร ก็ไม่มีใครทำอะไรได้ ประชาชนจะเดินขบวนขับไล่ก็ทำไม่ได้ ถูกสลาย จับติดคุก หรือถูกทำร้าย บาดเจ็บล้มตาย เจ้าหน้าที่บ้านเมืองรับใช้คนชั่วก็ไม่มีความผิด

เพราะ “ไม่มีเจตนาพิเศษทำร้ายประชาชนให้บาดเจ็บล้มตาย”

ดังนั้นกฎหมายนี้จึงเป็นประโยชน์สำหรับกลุ่มชั่วร้ายกุมอำนาจรัฐ ถ้าเป็นรัฐบาลดี มุ่งทำงานเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมือง มือสะอาด คนดีไม่จำเป็นต้องชุมนุมเดินขบวนขับไล่

ถ้าคนเลวชุมนุม มีกฎหมายปกติจัดการได้อยู่แล้ว และในบ้านนี้เมืองนี้ส่วนใหญ่มีแต่คนกุมอำนาจรัฐเพื่อโกงกิน มีตัวอย่างให้เห็นทุกยุค ทั้งมาจากการเลือกตั้ง มาจากรัฐประหารอ้างว่าไล่คนโกง ผลสุดท้ายก็ใช้อำนาจเผด็จการโกงกินเสียเอง อย่างที่ว่า “สมบัติผลัดกันเป็นเจ้าของ”

ดังนั้น พฤติกรรมสะท้อนให้เห็นเจตนา มีคนรู้ทัน แต่ก็ยังมีคนกล้าทำอย่างหน้าด้านๆ!

คนรู้ทัน มองสถานการณ์ออกจึงไม่ให้ความหวังเรื่องการปฏิรูป ส่วนหนึ่งมีแต่คนหน้าเดิม ทำงานให้คนกลุ่มผลประโยชน์เดิมๆ ซ้ำซาก เป็นการอยู่เพื่อดำรงปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่ม ประชาชนจึงไร้ที่พึ่งพาเมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐทำตัวเหนือกฎหมาย ใช้เจ้าหน้าที่เป็นเครื่องมือ

คณะกรรมการปฏิรูปบางคณะประชาชนเห็นแล้วก็สิ้นหวัง ไร้โอกาสจะเห็นบ้านเมืองดีขึ้น

นี่เป็นเจตนาเห็นได้ชัดหรือแฝงเร้น ไม่ต้องเสียเวลาคิด แต่ก็ยังกล้าทำ เมื่อเริ่มต้นไม่ใช่การปฏิรูป ผลที่ตามมาคงหวังอะไรไม่ได้มาก บางคณะอาจดูดีมีราคา ต้องดูผลสุดท้ายเช่นกัน

ถ้าไม่มองโลกสวย ไม่ผิดหวังแน่!
จะให้คำมั่นสัญญาเรื่องอื่นๆ อีก คงหาคนเชื่อยาก ทุกวันนี้แทบไม่มีคนฟังอยู่แล้วนี่!


กำลังโหลดความคิดเห็น...