xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

เสียงจากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ “ใช้มติ-โกง” จนท.แสบปลอมลายเซ็น “แฮปเงิน”สมาชิก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -มีบัญชีค้างเก่าจากข้อเขียนของผม ประจำฉบับวันที่ 20-26 พ.ค.60 เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยพาดหัวว่า “หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี” ปล่อยให้โกงหนุก-หนานทั่วประเทศ” ปรากฏว่ามีหนังสือชี้แจงของ คุณบริสุทธิ์ เปรมประพันธ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มายังกองบรรณาธิการ นสพ.ผู้จัดการสุดสัปดาห์ ขณะเดียวกันมีผู้อ่านท่าหนึ่งใช้ชื่อ “คนว่างงาน” ส่งบทความมาร่วมแสดงความคิดเห็น

อ่านแล้วมีแง่มุมน่าสนใจมากทีเดียว ขออนุญาตท่านผู้อ่านที่เคารพ-รัก มาลงตีพิมพ์ในสัปดาห์นี้ เพื่อให้เห็นภาพในมิติต่างๆ ชัดเจนยิ่งขึ้น ส่วนการชี้แจงของกรมตรวจบัญชีฯ ขอผลัดไปในโอกาสต่อๆ ไป ลองอ่านกันครับ

....ไม่ต้องควานหาตัวฉันว่าเป็นใคร เพราะฉันรู้จักกรมตรวจบัญชีสหกรณ์มานาน และดีกว่าอธิบดีเสียอีก ดิฉันได้อ่าน นสพ.ผู้จัดการสุดสัปดาห์ คอลัมน์สังเวียนตำรวจ เรื่องกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ “หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี” แล้วรู้สึกว่า ผู้เขียนยังไม่เข้าใจการทำงานของคนตรวจบัญชีสหกรณ์ฯ

ยิ่งคำว่า “ปล่อยให้โกงกันหนุก-หนาน” ยิ่งขัดใจ มันปล่อยได้หรือ มันเป็นผลงาน มันอยู่ที่ว่าเราจะตรวจพบหรือไม่...ก็คนมันจะโกง มันก็ต้องทำแนบเนียน ปิดบัง...ถ้าถามกลับว่า ตำรวจเต็มบ้านเต็มเมือง ทำไมปล่อยให้โจรเต็มบ้านเต็มเมืองล่ะ มีการป้องกันแล้วทุกทาง แต่ก็ยังมีโจรเยอะ ทำนองเดียวกัน

สมัยก่อนคนกรมตรวจฯ เข้าตรวจสหกรณ์ สหกรณ์ก็บ่นว่าคนกรมมาตรวจฯ มาเพื่อจับผิด ต่อมานอกจากตรวจเพื่อลงบัญชี เดบิต เครดิต ให้ถูกต้องแล้ว เรายังช่วยดูการบริหารสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพด้วย แล้วให้อำนาจคณะกรรมการดำเนินการเอง ให้มีมติของคณะกรรมการเป็นใหญ่ ระเบียบข้อบังคับ คณะกรรมการก็กำหนดการเอง แล้วให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เห็นชอบด้วยเท่านั้น

ดังนั้นมติคณะกรรมการจึงเป็นใหญ่ ทางราชการอาจแค่ขอให้ทบทวนมติก็เท่านั้น จึงเป็นช่องทางของมติฯ ที่จะอนุมัติเงินกู้ให้ตัวประธานเอง เอาไปทุจริตกันใหญ่โต เอาความน่าเชื่อถือไปหลอกลวงสมาชิก เจ้าหน้าที่สหกรณ์ ก็ใช่เล่น พูดให้สมาชิกเชื่อได้ หลอกได้ สบายๆ

ก็คนไทยเชื่อง่าย ยิ่งเกษตรกรยิ่งเชื่อง่าย เพราะความซื่อ ลืมไปว่าตัวเกษตรกรเองถือหุ้นอยู่ในสหกรณ์ ตัวเกษตรกรเองเป็นเจ้าของสหกรณ์ ส่วนเจ้าหน้าที่เป็นเพียงลูกจ้าง ที่สหกรณ์จ้างมาทำหน้าที่แทน บางสหกรณ์ คณะกรรมการที่เป็นเกษตรกรเชื่อผู้จัดการไปเสียหมด เพราะเห็นผู้จัดการมีความรู้ จบปริญญา เป็นช่องทางให้หาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าเยอะแยะแล้วก็มี ถามว่าผู้ตรวจฯ ตรวจเจอไหมสมัยก่อนจับโกงได้เยอะแยะ ไม่พูดไม่ชมกันบ้างล่ะ

สมัยก่อนเจ้าหน้าที่ปลอมลายเซ็นชื่อสมาชิกที่ไม่ค่อยมาติดต่อกับสหกรณ์ ปลอมลายเซ็นกู้เงินไปใช้ส่วนตัว ปลอมไปถอนเงินของสมาชิกไปใช้ ผู้สอบจะรู้ไหมว่าเป็นลายเซ็นปลอมจนหมุนไม่ทัน ถึงจับได้

หรือสอบทานหนี้แล้ว สมาชิกปฏิเสธหนี้จึงจะจับได้ บางครั้งพนักงานสินเชื่อรู้ว่าไปปลอมลายมือชื่อสมาชิกคนไหน ก็จะไม่นัดให้สมาชิกคนนั้นมาเจอผู้สอบให้สอบทานหนี้ จึงไม่เจอการทุจริต นอกจากสอบทานหนี้ให้ได้ 100 % หรือไปหาสมาชิกที่บ้านเลย แล้วทำได้ไหมล่ะ

กรมตรวจบัญชีฯ มีอัตรากำลังคนน้อย (น้อยกว่าตำรวจ) งบประมาณก็น้อย การออกตรวจก็ต้องสับเปลี่ยนกัน เพราะรถราชการน้อย ไม่พอใช้ สมัยก่อนต้องขึ้นรถเมล์ รถประจำทาง หอบเอกสารเหนื่อยมาก ทำงานทุ่มเท กลางคืนก็ต้องเอางานไปทำ วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็ต้องเอางานไปทำ เพื่อให้ทันปิดงบดุลของสหกรณ์ จนเป็นที่ยอมรับว่าคนกรมตรวจฯ ทั้งเก่งและขยัน มาเจอคอลัมน์ของคุณพูดแบบนี้ รับไม่ได้จริงๆ

สมัยนี้เขาทุจริตเชิงนโยบาย จะไปทำอะไรเขาได้แค่ไหน ก็เขาเป็นมติของเขา ก็แค่รายงานให้เบื้องบนทราบ แล้วเวลาเขาไปพูดจาหลอกลวงสมาชิกให้หลงเชื่อ คนกรมตรวจฯ เข้าไปนั่งฟังด้วยหรือเปล่าล่ะ ไปเชื่อเขาเข้าไปได้

อย่าใช้คำว่าปล่อยปละละเลย กับคนกรมตรวจฯ เพราะไอ้เหลือบไรมันแยะ ตามมันทันมั่ง ไม่ทันมั่ง จับได้มั่ง ไม่ได้มั่ง ก็ต้องพยายามต่อไปทุกภาคส่วน

ราชการรวมทั้งสมาชิก ซึ่งเป็นเจ้าของสหกรณ์ด้วย อย่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนกรมตรวจบัญชีฯตามลำพัง ให้กำลังใจกันบ้าง เดี๋ยวนี้คนชั่วมันเยอะแยะ สารพัดเล่ห์เหลี่ยม เป็นไงล่ะ ต้องการให้สหกรณ์เข้มแข็งยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง เลยโกงกันสบายๆ
          
วิธีแก้ทำอย่างไร ให้คนในองค์กรสหกรณ์ มีธรรมาภิบาลให้ได้

ถ้าไม่มีอะไรจะลงคอลัมน์ก็บอก จะได้เขียนส่งมาให้ เรื่องมีแยะในประเทศนี้...ลงชื่อ... คนว่างงาน...

....สุดสะแด่วเลยล่ะครับ..เหน็บเอาคืนกันบ้าง ไม่ว่ากัน เพราะอย่างไรข้อมูลที่ท่านส่งมาถือว่าเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมาก แต่ที่ค้านอยู่นิดก็ตรงเปรียบการทำงานไปถึงตำรวจ... ท่านแสดงความเห็นว่าตำรวจมีมาก โจรก็มาก ไม่เห็นใครว่าอะไร...อันนั้นเข้าใจผิดนะครับ...ประชากรไทยกว่า 70 ล้านคน มีตำรวจประมาณ 2 แสนเศษ...ห่างกันมาก แต่ถึงกระนั้นนักข่าว-นักเขียนสายอาชญากรรม เขาผูกปีด่ากันเลยคุณถ้าปล่อยให้มีโจรผู้ร้ายชุกชุม
         
   ประเด็นทุจริตเชิงนโยบาย จนหน่วยงานตรวจสอบไม่อาจทำอะไรได้ นอกจากแย้งมติอันนี้น่าตกใจจริงๆ เพราะทุกเรื่องที่ตามหาใบเสร็จกันนั้น ล้วนมีคณะกรรมการ มีการชงเรื่องต่างๆให้น่าเชื่อถือ...สุดท้ายประเทศไทยที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคสช.ใช้อำนาจ ม.44 จัดการกับปัญหาโน่นนี่นั่น แต่เรื่องทุจริตมันก็ยังไม่หมดไป แถมเปลี่ยนรูปแบบใหม่จนน่าสะพรึงอย่างที่สุด

ไม่เชื่อผมก็ได้ครับ...เมื่ออ่านบทความนี้เสร็จแล้วลองอ่านย้อนอีกรอบจะรู้ว่ามันน่ากลัวขนาดไหน


กำลังโหลดความคิดเห็น...