xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ปิดคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา “โกโต้ง” คุก75 ปี "พล.ท.มนัส" คุก27ปี แต่ “พล.ต.ต.ปวีณ” คนทำคดีต้องลี้ภัย!!!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีต รอง ผบช.ภ. 8 อดีตหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา [ภาพบน], พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ถูกพิพากษาจำคุก27ปี [ภาพกลาง],  โกโต้ง อดีตนายกอบจ.สตูล ถูกพิพากษาจำคุก 75 ปี  [ภาพล่าง]
ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - 19 ก.ค. 2560 องค์คณะผู้พิพากษาคดีค้ามนุษย์ในศาลอาญา อ่านคำพิพากษา “คดีค้ามนุษย์แรงงานชาวโรฮีนจา” ซึ่งมีผู้ตกเป็นจำเลยรวม 103 คน และเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลใหญ่ “ตำรวจ ทหาร นักการเมืองท้องถิ่น” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจำคุก “นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์” หรือ “โกโต้ง” อดีตนายก อบจ.สตูล 75 ปี และ “พล.ท.มนัส คงแป้น” อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก 27 ปี ฯลฯ

สำหรับ “โกโต้ง” อดีตนายก อบจ.สตูล จำเลยที่ 29 ถือเป็น “บิ๊กบอส” ควบอำนาจเบ็ดเสร็จในการขนส่งแรงงานข้ามชาติ ส่วน “พล.ท.มนัส” ที่รู้จักกันในฐานะ “บิ๊กทหารสายฮาร์ดคอร์” จำเลยที่ 54 ตรวจสอบเส้นทางการเงิน รายงานประวัติรับราชการ แสดงให้เห็นว่าช่วงเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่มีความเชื่อมโยงขบวนการดังกล่าว

โดยอัยการได้ทยอยฟ้องจำเลยทั้งหมด103คน ตั้งแต่เดือน ก.ค. 2558 ในความผิด 16 ข้อหา ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฯ มาตรา 4, 6, 7, 9, 10, 11, 52, 53/1, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์การอาชญากรรมข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 มาตรา 3, 5, 6, 10, 25, ร่วมกันหรือนำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร หรือช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 63, 64, พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270, 309, 312, 312 ทวิ, 312 ตรี, 313, 320, 371 โดยการกักขังควบคุมตัวชาวเมียนมา และชาวบังกลาเทศ ซึ่งเป็นต่างด้าวในแคมป์ บริเวณเทือกเขาแก้ว เพื่อบังคับใช้แรงงานลักษณะการค้ามนุษย์นั้น ได้มีการทำร้ายร่างกายซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งคดีนี้ได้มีการโอนคดีจากศาลนาทวี มาพิจารณาคดีที่แผนกคดีค้ามนุษย์ของศาลอาญา

การเปิดโปงสู่การจับกุมขบวนการค้ามนุษย์โรฮีนจาอันลือลั่น เมื่อปี 2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบคดี ออกหมายจับนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ตำรวจ นักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการ และพลเรือน ร่วมขบวนการนับร้อยราย คือ “พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์” อดีต รอง ผบช.ภ. 8 อดีตหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ซึ่งต่อมากลับโดน “ล็อกเป้า” ให้ไปอยู่ในแดนสังหาร ถูกย้ายไปอยู่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.)

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ปวีณ ทำเรื่องถึงผู้บังคับบัญชาขอให้ทบทวนคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายแต่ไม่เป็นผล โดยให้เหตุผลว่า ไม่เคยมีประสบการณ์รับราชการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมและไม่ได้รับความปลอดภัย เนื่องจากเป็นพื้นที่ภาคใต้มีเครือข่ายของผู้ต้องหาค้ามนุษย์อยู่เป็นจำนวนมาก กระทั่ง ตัดสินใจยื่นใบลาออกจากราชการตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. 2558 และพาครอบครัวเดินทางไปต่างประเทศ ก่อนยื่นเรื่อง “ขอลี้ภัย” ต่อรัฐบาลออสเตรเลีย

10 ธ.ค. 2558 อ้างอิงรายงานข่าวของเว็บไซต์เดอะการ์เดี้ยน ประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ซึ่งเดินทางไปถึงเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว กำลังเตรียมเดินเรื่องขอลี้ภัยทางการเมืองในออสเตรเลีย โดยอ้างเหตุผลความไม่ปลอดภัยในชีวิต เนื่องจากคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาที่เขาเป็นผู้รับผิดชอบดูแล มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับกลุ่มอิทธิพลในรัฐบาล กองทัพ รวมทั้งตำรวจ ซึ่งได้กดดันการทำงานของเขามาโดยตลอด และอาจจะสั่งเก็บเขาเพื่อปิดปาก

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบศพชาวโรฮินจา ภายแคมป์กลางป่าลึกบนเทือกเขาแก้ว จ.สงขลา

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ปวีณ สอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีนจาอยู่ประมาณ 5 เดือน มีผู้ต้องสงสัยกว่า 150 คน ที่ถูกออกหมายจับ ทั้ง ทหาร ตำรวจ และนักการเมืองท้องถิ่น แต่กลับได้รับคำสั่งให้ยุติการสอบสวนในเดือน ต.ค. 2558และถูกโยกย้ายไปยังพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่อิทธิพลของขบวนการค้ามนุษย์ ก่อนตัดสินใจลาออกจากราชการและข้อลี้ภัยในประเทศออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ปวีณ เปิดใจความพลิกผันที่ต้องกลายมาเป็นผู้ลี้ภัยเสียเอง หลังจากเข้ามาทำคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา

"ผมเศร้าและเสียใจกับเหตุการณ์ที่มาเกิดกับผม โดยที่ผมไม่เคยวางแผนในชีวิตว่าต้องมาอยู่ในลักษณะนี้ ผมอายุมากแล้ว และตั้งใจทำงาน เสียใจอย่างสุดซึ้งครับ" พล.ต.ต.ปวีณ บอกเล่าความรู้สึก

กล่าวสำหรับสถานการณ์ค้ามนุษย์ในประเทศไทย รายงานทิปรีพอร์ต (Trafficking in Persons Report) ปี 2560 ของสหรัฐฯ ยกระดับไทย จาก “เทียร์ 3” ขึ้นมาอยู่ในระดับ “เทียร์ 2 เฝ้าระวัง” หลังจาก ปี 2557ไทยถูกลดระดับลงไปอยู่ใน “เทียร์ 3” หรือ “บัญชีดำ” ต่อเนื่องมาถึงปี 2558 กระทั่งปี 2559 ไทยพ้นจากบัญชีดำมาอยู่ที่ “เทียร์ 2 เฝ้าระวัง” เช่นเดียวกับ ปี 2560 ซึ่งบ่งชี้ความพยายามของรัฐบาลไทยในการแก้ปัญหาค้ามนุษย์

แม้สถานการณ์การค้ามนุษย์ไม่ได้แย่ลงไปจากปีก่อน แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของรัฐบาล บิ๊กตู่ - พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงรายงานทิปรีพอร์ต ของสหรัฐฯ

“รัฐบาลมีเป้าหมายอยากให้สถานการณ์การค้ามนุษย์ดีขึ้น โดยมีแผนงานทั้งหมดแล้ว เพียงแต่จะสามารถทำตามขั้นตอนได้อย่างไร ซึ่งการประเมินจะดูจากนโยบาย การปฏิบัติ การดำเนินคดี การดูแลเหยื่อ รัฐบาลชุดนี้แก้มันถึงดีขึ้น ที่ผ่านมาไม่เคยมีและไม่สนใจเลย ปล่อยให้ทำกันไป แต่รัฐบาลชุดนี้ทำทุกเรื่อง อย่าไปมองสิ่งที่เหลวไหลอย่างแต่ก่อน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

การเข้ามาเอี่ยวของ “บิ๊กทหาร” ในคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา สร้างความเคลือบแคลงสงสัยในสังคม ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ สั่นคลอนความเชื่อมั่นของประชาชนไม่น้อย งานนี้นักข่าวจึงอดไม่ได้ที่จะจ่อไมค์สอบถาม “บิ๊กตู่” กรณีศาลพิพากษาคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ที่มีทั้งมีผู้ทรงคุณวุฒิในกองทัพและข้าราชการพลเรือนร่วมกระทำผิด และดูเหมือนจะกลายเป็นคำถามที่ทำให้ท่านนายกฯ หัวเสียก่อนตอบด้วยความเกรี้ยวกราด

"...ถูกก็คือถูก ผิดก็คือผิด กรณีของ พล.ท.มนัส คงเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น มีคนอยู่ในกระบวนการจำนวนมาก ไม่ใช่แค่ไอ้มนัสเพียงคนเดียว ผมไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องกระพี้แบบนี้คนเดียว หรือแค่ 2-3 คน ต้องไปดูว่าทั้งระบบเป็นอย่างไร การทุจริต การเรียกรับผลประโยชน์ การค้ามนุษย์มีกี่พวก สื่อก็คอยแต่จะตีว่าผู้กระทำความผิดเป็นทหาร อย่าลืมว่าทหารทั้งประเทศมีถึง 4 - 5 แสนคน ไอ้มนัสเป็นเพียงคนเดียว มันจะทำให้เจ๊งทั้งหมด หรือทำกองทัพเจ๊งทั้งระบบอย่างไร..."

ท้ายที่สุด คงได้แต่ส่งกำลังใจให้ “ตำรวจน้ำดี” ที่จับพลัดจับผลูเป็น “ผู้ลี้ภัย” แม้ต้องระหกระเหินไปพำนักต่างแดน แต่วีรกรรมที่สร้างไว้จะเป็นที่จดจำตราบนานเท่านาน

“ผมรักประเทศของผม ผมอยากทำเพื่อบ้านเพื่อเมืองของผม ผมเป็นตำรวจต้องปราบปรามโจรผู้ร้ายไม่ใช่เป็นพวกกับมัน อนาคตผมจะเป็นอย่างไรไม่รู้แต่ถ้าผมไม่ออกมาโวยวาย อันตรายจะเกิดกับผู้ใต้บังคับบัญชาทีมงานคดีค้ามนุษย์ และผมทำเพื่อพี่น้องข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ ไม่ยอมให้คนที่เข้ามาเบียดเบียน มาแย่ง มาปล้น” พล.ต.ต.ปวีณ ให้สัมภาษณ์ผ่าน Manager Online เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2558


กำลังโหลดความคิดเห็น...