xs
xsm
sm
md
lg

หมายจับแล้ว1มือบึ้ม คุมเข้มใต้หวั่นซ้ำรอย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

จากกรณีที่คนร้ายก่อเหตุคาร์บอมบ์ห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานี เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 60 เป็นเหตุให้ข้าวของทรัพย์สินและตัวห้างฯ ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก มีพนักงาน รวมทั้งประชาชนที่มาเดินซื้อสินค้าภายในห้างฯ ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ล่าสุด ทางผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้ยืนยันตัวเลขผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้นอยู่ที่ 61 คน ในจำนวนนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 คน
วานนี้ (10 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสวนภูธรจังหวัดปัตตานี ได้เร่งติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้าย โดยเฉพาะการแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ที่คาดว่ากลุ่มคนร้ายจะใช้เส้นทางในการก่อเหตุ ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดเผยกล้องวงจรปิดบริเวณจุดตรวจ และบริเวณด้านหน้าของห้างบิ๊กซี เพื่อติดตามดูพฤติกรรม และรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย
โดยพบกลุ่มคนร้ายเข้ามาก่อเหตุครั้งนี้ จำนวน 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน และรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ 1 คัน ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ สีเทา ทะเบียน บจ 3303 ยะลา ซึ่งเป็นของ นายนุสน ขจรคำ ชาว จ.ยะลา ที่ถูกกลุ่มคนร้ายปล้นมาเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยคนร้าย 2 คน นั่งรถยนต์คันก่อเหตุขับเข้ามาภายในห้าง เมื่อถึงจุดตรวจของห้างในเวลา 13.43 น. โดยคนร้ายที่ขับรถยนต์ได้แง้มกระจกลงมาเพียงนิดเดียวเพื่อปิดบังไม่ให้ รปภ.ของห้างเห็นใบหน้า ก่อนที่จะยื่นบัตรประชาชนซึ่งเป็นบัตรประชาชนของ นายนุสน เจ้าของรถให้แก่ รปภ.ของห้าง เพื่อทำการแสกนบัตร ก่อนที่จะนำรถคันดังกล่าวขับวนไปที่ลานจอดรถ และวกมาจอดอีกครั้งที่ด้านหน้าทางเข้าห้างบิ๊กซี ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุในเวลา 13.45 น.
จากนั้นคนร้ายได้ใช้หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าก่อนจะลงมาจากรถ และเดินออกจากห้างเพื่อไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายอีก 2 คน เตรียมไว้ก่อนจะหลบหนีไป จากนั้นเพียงแค่ 15 นาที ระเบิดก็ทำงานเป็น จนเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
เวลา 16.15 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก เกษม อยู่สุข หัวหน้า สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นผู้แทนพระองค์ เดินทางไปมอบดอกไม้และสิ่งของพระราชทาน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ รวมทั้งพระราชทานความช่วยเหลือเพิ่มเติมให้แก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ณ โรงพยาบาลปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี และ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

***เหยื่อเหตุบึ้มปัตตานีปลอดภัยแล้ว
นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้รับรายงานจากนายแพทย์สาธารณสุข จ.ปัตตานีมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 57 คน รักษาตัวที่โรงพยาบาลปัตตานี 56 คน ส่วนอีก 1 คน มีแผลที่ท้ายทอย อาการสาหัส ได้ส่งตัวรักษาไปยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จ.สงขลา อาการปลอดภัยแล้ว โดยขณะนี้ยังคงมีผู้บาดเจ็บนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลปัตตานีจำนวน 23 คน ส่วนที่เหลือกลับบ้านแล้ว ทั้งนี้ ในการรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บทั้งหมดนั้นไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

*** สาวถึงตัวคนร้ายระเบิดบิ๊กซีปัตตานี
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า จากเบาะแสที่มีขณะนี้สามารถสาวถึงตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นคนร้ายชัดเจนทั้ง 2 จุด และพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งต้องขอเวลาในการสืบสวนขยายผล เพราะที่ผ่านมา หลายคดีมีความคืบหน้า และจับกุมคนร้ายมาได้หลายคนแล้ว ขณะเดียวกันทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้ทบทวนมาตรการการดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะในบริเวณห้างบิ๊กซี และขอความร่วมมือหยุดกิจการถึงวันที่ 1 มิ.ย. 60 เพื่อปรับปรุงคืนสู่สภาพเดิม

*** ผบ.ทบ. สั่งเร่งหาตัวมือบึ้มมาลงโทษ
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (ทบ.) กล่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ประสานงานกับ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อสั่งการและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยนำข้อห่วงใยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไปเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา พร้อมกำชับให้ดูแลและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน เร่งหาตัวผู้กระทำความผิดมาให้ได้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยากขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสของผู้กระทำความผิด ขอให้แจ้งมายังเจ้าหน้าที่เพื่อหาตัวคนร้ายต่อไป

*** ออกหมายจับแล้ว 1 ราย
พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานกำลังเร่งติดตามตัวคนร้าย เบื้องต้นจากการตรวจสอบพยานหลักฐานพบมีจำนวน 4 คน แต่คาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดน่าจะมีจำนวนมากกว่านี้ โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ทำการออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 1 คน คือ นายมะกอเซ็ง อายุ 25 ปี ผู้ต้องหามีหมายจับคดีก่อเหตุรุนแรงหลายคดี เช่น ลอบบึ้มร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้มย่านตลาดเขตเทศบาลเมืองปัตตานี

*** ศอ.บต.ซัดมือบึ้มเหี้ยมโหดมาก
นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต) กล่าวว่า เหตุระเบิดที่ห้างบิ๊กซีปัตตานี ถือเป็นการกระทำที่เหี้ยมโหดมาก ที่ผู้ก่อเหตุได้ทำการปล้นรถของพี่น้องไทยพุทธที่ประกอบอาชีพสุจริต ไปประกอบระเบิดในที่ชุมชน รวมถึงการเลือกก่อเหตุที่ห้างบิ๊กซีปัตตานี ซึ่งพี่น้องไทยมุสลิมในพื้นที่ส่วนใหญ่มาใช้บริการที่นี้

*** ประณามใช้ผู้บริสุทธิ์เป็นเครื่องมือ
นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวมาก ผู้ก่อเหตุมีความประสงค์ต่อชีวิตของผู้บริสุทธิ์โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก ต้องการทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกหวาดกลัว ไม่เชื่อมั่นในอำนาจรัฐว่าจะปกป้องประชาชนได้ ฉะนั้น รัฐต้องรีบเร่งสร้างความมั่นใจว่าจะดูแลความปลอดภัยกับประชาชน ส่วนตัวอยากให้ทุกฝ่ายแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการกระทำแบบนี้ รวมทั้ง อยากให้เจ้าหน้าที่ควรต้องเร่งหาพยานหลักฐาน หาผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็ว
"ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใคร ต้องขอประณาม เหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครรับได้ ไม่ควรใช้ชีวิตผู้บริสุทธิ์มาเป็นเครื่องมือเพื่อต่อรองเจรจาพูดคุยกับรัฐ ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบธรรม ไม่มีประเทศใดในโลกนี้ที่มีความขัดแย้งแล้วเขาทำกัน" นางอังคณา กล่าว

** "ถาวร"ชี้อาจมีเหตุจากปมธุรกิจมาเอี่ยว
นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และ อดีต รมช. มหาดไทย กล่าวว่า เหตุระเบิดครั้งนี้ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเป็นชาวไทยมุสลิม เกินกว่าครึ่งหนึ่ง อีกทั้งไม่มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงขอตั้งข้อสังเกตุว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ จะเป็นฝีมือของผู้ที่เห็นต่างหรือไม่ หรือว่ามีสาเหตุจากความขัดแย้งทางธุรกิจ หรืออื่นๆ กันแน่ เพราะตามปกติแล้ว ทางขบวนการ บี อาร์เอ็น จะค่อนข้างคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดต่อคนไทยมุสลิม เป็นอย่างมาก แต่ปรากฏว่า ผู้ที่ก่อเหตุในครั้งนี้ไม่ได้สนใจในเรื่องเหล่านี้เลย โดยต้องการให้เกิดผลร้ายเพียงอย่างเดียว ดังนั้นตนก็ขอเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่บ้านเมืองผู้ที่รับผิดชอบพึงตั้งข้อสังเกตุ และให้ความสำคัญกับเรื่องของความขัดแย้งทางธุรกิจในพื้นที่ด้วย ไม่ใช่ให้ความสำคัญแค่เรื่องความคิดต่างเห็นต่าง ของกลุ่มผู้ที่ก่อความไม่สงบเท่านั้น
ส่วนเรื่องการข่าวนั้น ตนได้ย้ำอยู่เสมอว่า อยากให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ มีการปรับปรุงในการทำงานให้มากกว่านี้ และอยากให้มีความรัดกุม ตามจุดตรวจต่างๆ ในพื้นที่ ควรจะมีเจ้าหน้าที่นายทหาร เจ้าหน้าที่นายตำรวจที่มีประสบการณ์ มาประจำตามจุดตรวจทุกจุดเพื่อจะได้สังเกตุสิ่งผิดปกติต่างๆได้ ไม่ใช่ปล่อยให้มีแต่คนที่ ขาดประสบการณ์มาประจำตามจุดตรวจ
กำลังโหลดความคิดเห็น...