xs
xsm
sm
md
lg

กสท.สั่ง'วอยซ์ทีวี'จอดำ7วัน ยุยงให้แตกแยก บิดเบือนซ้ำซาก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

บอร์ดกสท. จัดหนัก สั่งปิด "วอยซ์ทีวี" 7 วัน เหตุวิจารณ์ปมวัดพระธรรมกาย-โกตี๋อย่างไม่เป็นกลาง ยุยงให้เกิดความแตกแยก แถมทำผิดซ้ำซาก ไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงรอบด้วย ด้านวอยซ์ที เตรียมฟ้องแพ่ง-ปกครอง ด้าน "บิ๊กป้อม" คุยไม่ว่า"โกตี๋" จะหนีไปไหนก็ตามตัวมาได้ทั้งนั้น ยังไม่ยืนยันหนีไปเวียดนามจริงหรือไม่ อ้าง ตร.เพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยบ้านพัก เป็นการอำนวยความสะดวกการจราจร ไม่เกี่ยวถูกขู่ปองร้าย

วานนี้ (27 มี.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกสทช. กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ กล่าวภายหลังประชุมบอร์ด กสท.ว่า บอร์ด กสท.มีมติเอกฉันท์ 3 ต่อ 0 ให้พักใช้ใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี เป็นเวลา 7 วัน เริ่มตั้งแต่เวลา 00.01น. ของวันที่ 28 มี.ค. 60 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นว่า วอยซ์ทีวี มีการออกอากาศเนื้อหารายการขัดต่อประกาศ คสช. ฉบับที่ 97 และ 103 ที่ว่าด้วยออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมยุยงให้มีความแตกแยกเป็นจำนวนทั้งสิ้น 3 รายการ ได้แก่รายการใบตองแห้งออนแอร์ ที่ออกอากาศ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.60 เวลา 19.10น.,รายการ In Her Viewเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 60 เวลา 18.30 น. และรายการโอเวอร์วิว เมื่อวันที่ 20 มี.ค.60 เวลา 18.55 น.

"กสท. ได้มีการนำเรื่องเข้าสู่ระบบและพิจารณาเนื้อหาว่าเป็นไปตามคำร้องหรือไม่ ซึ่งเมื่อคณะอนุกรรมการฯ ตรวจสอบแล้วก็พบว่าเป็นจริงตามร้องเรียน เช่น รายการใบตองแห้งออนแอร์ ได้มีการวิจารณ์การปฏิบัติการของรัฐกรณีวัดพระธรรมกาย รายการ In Her View พูกเรื่องโกตี๋และอาวุธ ส่วนรายการโอเวอร์วิว พูดเรื่องเด็กชนกลุ่มน้อยทางภาคเหนือ ซึ่งทั้ง 3 รายการมีเนื้อหาสุ่มเสี่ยง และไม่อยู่บนเนื้อหาที่ควรจะเป็น"

สำหรับการลงโทษครั้งนี้ เนื่องมาจากสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี มีการกระทำความผิด ในลักษณะซ้ำซาก โดยในปี 2559 ที่ผ่านมามีการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันจำนวน 10 ครั้ง และในปีนี้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีการกระความผิดมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งที่ผ่านมา กสท. ได้มีการเรียกเข้ามาตักเตือนมาแล้วหลายครั้ง พร้อมแจ้งด้วยว่าหากผิดซ้ำอีก จะมีการพักใช้ใบอนุญาต ประกอบกับครั้งล่าสุด มีการกระทำความผิดพร้อมๆ กันทั้ง 3รายการ ดังนั้น บอร์ด กสท.จึงมีมติพักใช้ใบอนุญาต 7 วันในที่สุด

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการกรรมการกำกับเนื้อหาและผังรายการได้ให้ความเห็นว่า ควรพักใบอนุญาต 3 วัน แต่เมื่อบอร์ด กสท. พิจารณาแล้วเห็นว่า มาตรการลงโทษขั้นต่ำคือ 7 วัน และหากพบว่าหลังจากกลับมาออกอากาศหลังจากยุติไป 7 วัน แล้ว สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ยังมีการกระทำผิดในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก จะมีการเพิ่มบทลงโทษ เช่น การเพิ่มระยะเวลาการระงับการใช้ใบอนุญาต" พล.ท.พีระพงษ์ กล่าว

วอยซ์ทีวีจ่อฟ้อง-ปกครอง

ด้านสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ได้ออกแถลงการณ์ภายหลัง กสท. มีมติพักใช้ใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวีเป็นเวลา 7 วัน ว่า วอยซ์ทีวีขอยืนยันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ดำเนินการตามพื้นฐานวิชาชีพสื่อมวลชนอย่างเคร่งครีด แม้เนื้อหาของวอยซ์ทีวีอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ยืนยันว่าเนื้อหาดังกล่าวไม่กระทบต่อความมั่นคง ที่ผ่านมาวอยซ์ทีวีได้เข้าชี้แจงและให้ความร่วมมือต่อคณะอนุกรรมการผังรายการ กสทช. รวมทั้งหารือคณะทำงานติดตามสื่อของ คสช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อแก้ไขรายการให้สอดคล้องและเหมาะสม

“วอยซ์ทีวีจะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชน รวมทั้งการดำเนินการทางแพ่งและปกครองตามความเหมาะสมต่อไป เนื่องจากมติดังกล่าวมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งนี้ วอยซ์ทีวีทราบดีว่ามีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 41//2559 เรื่องการกำกับดูแลการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ ที่ให้อำนาจ กสทช.ตัดสินและกำหนดกับสื่อมวลชนโดยเว้นโทษความผิดแพ่งและอาญาต่อคณะทำงาน”

"บิ๊กป้อม"มั่นใจตามล่า"โกตี๋"ได้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ ผู้ต้องหามีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง ได้หนีออกจากประเทศลาวไปประเทศเวียดนามแล้ว ว่า มีกระบวนการในการติดตามตัวอยู่ ต้องตรวจสอบว่าเขาอยู่ที่ไหน ถ้าไปจริงก็ต้องรู้ และทางเวียดนามเขาก็ต้องรู้ อีกทั้ง ตนก็สามารถพูดคุยกับทางการเวียดนามได้ ทางรมว.กลาโหม เวียดนาม ก็เพิ่งเดินทางมาเยือนกระทรวงกลาโหมไทย เมื่อ 2 วันก่อน

"ไปที่ไหนก็ไปเหอะ ผมตามได้ทั้งนั้น"

เมื่อถามว่า ทางการลาว มีการสนองตอบไทย ที่ขอความร่วมมือจับกุมตัวโกตี๋ ในช่วงก่อนหน้านี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เขาไม่ได้ตอบอะไร แต่ตนได้อ่านหนังสือพิมพ์ลาวอยู่

พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงการเพิ่มชุดรักษาความปลอดภัยมากขึ้นว่า ไม่ได้เพิ่ม ยังคงเหมือนเดิม เพียงแต่ถนนทางเข้าบ้านแคบ กว้างแค่ 6 เมตร ไม่ใช่ถนน 4 เลน ไม่มีเกาะกลาง บ้านติดกับถนนในซอย ตนอยู่บ้านหลังนี้มา 20 กว่าปีแล้ว ตำรวจในพื้นที่มาดูแลให้เท่านั้นเอง เมื่อถามว่า เกี่ยวข้องกับกระแสข่าวการลอบปองร้ายหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ แต่ปกติตำรวจเขาดูแลให้อยู่แล้ว

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี โกตี๋ ได้สไกป์สดผ่านรายการไทยวอยซ์ นายจอม เพชรประดับ ชี้แจงกรณีทหารควบคุมตัว 9 ผู้ต้องหา และปฏิเสธไม่มีความเกี่ยวข้องกับหลายกรณีว่า การสไกป์ของ นายโกตี๋ เป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ ส่วนจะมีการปฏิเสธ หรือโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่นั้นไม่มีผลกระทบใดใดกับสำนวนคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการไปตามพยาน หลักฐาน ประเด็นอยู่ที่ผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย ให้การอย่างไร รับทอดใคร รับฝากอาวุธมาจากใคร ซึ่งนายโกตี๋ จะพูดอะไรก็ได้ สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อมโยง และพยานหลักฐานอยู่ดี

ปัดเพิ่มรปภ.บ้านพักไม่เกี่ยวถูกขู่ฆ่า

สำหรับกรณีที่มีการขู่สังหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นั้น การข่าวของสันติบาล มีการเฝ้าระวังและปฏิบัติไปตามระเบียบ เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยบุคคล และสถานที่สำคัญตามปกติ ซึ่งจะมีการคัดกรองบุคคล และรถยนต์ที่ผ่านเข้า-ออกพื้นที่ โดยพล.อ.ประวิตร ไม่ได้มีการกำชับเรื่องใดเป็นพิเศษ แต่การข่าวก็มีการเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา ส่วนการติดตามตัวนายโกตี๋ รองโฆษกตร. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี ไม่ว่าจะหลบหนีไปประเทศใดก็ตาม แต่ในบางประเทศจะไม่มีการทำสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ก็จะประสานงานขอความร่วมมือตามขั้นตอนในการส่งตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี

สอบเส้นทางการเงิน "ชัยภูมิ ป่าแส"

พ.ต.อ.กฤษณะ ยังกล่าวถึงกรณีกล่าวถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงิน นายชัยภูมิ หรือ จะอุ๊ ป่าแส อายุ 21 ปี นักกิจกรรมชาติพันธุ์ลาหู่ ประธานเครือข่ายเยาวชนต้นกล้า หลังเจ้าหน้าที่ได้วิสามัญฆาตกรรมฐานครอบครองยาเสพติด เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา บริเวณด่านทหารสามแยกรินหลวง จ.เชียงใหม่ ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยเฉพาะการพบพิรุธ 3 ผู้ค้ายาเสพติด ที่มีการโอนเงินเข้ามาในบัญชีของนายชัยภูมิ เบื้องต้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าต้นทางของเงินดังมาจากไหน 3 ผู้ค้ายาเสพติดเป็นใคร เกรงว่าจะกระทบสำนวนคดี

ส่วนญาติระบุว่า เงินที่โอนเข้ามาเป็นเงินจากธุรกิจกาแฟนั้น ที่มาที่ไปของเงินต้องสามารถชี้แจงได้ เพราะการทำธุรกิจ ก็ต้องส่งเรื่องเสียภาษี ซึ่งต้องมีการสืบสวนขยายผลเช่นกัน เรื่องนี้ทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (บช.ภ.5) กำลังสืบสวนสอบสวนเพื่อให้เกิดความชัดเจน

ส่วนกรณีดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับเครือข่าย นายไซซะนะ ผู้ค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวลาวหรือไม่นั้น รองโฆษกตร. เรื่องนี้เจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบอยู่แล้ว เนื่องจากจุดที่เจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัดนั้นถือว่าเป็นด่านชั้นหน้า อีกทั้งตรวจสอบประเภทยาบ้าด้วยว่ามีแหล่งที่มาจากไหน เป็นเครือข่ายของใคร พยานหลักฐานไปถึงใครก็ต้องดำเนินการโดยไม่มีข้อยกเว้น
กำลังโหลดความคิดเห็น...