xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

“ค่ายสีน้ำเงิน” ติดลมบน ครม.ให้ 300ล.ปั้นฝัน “เสี่ยเน” “เสี่ยหนู” หน้าบานว่าที่นายกฯ ก่อนเจอข้อหาหนักเจาะยาง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

 เนวิน ชิดชอบ
ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - การที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีมติอนุมัติงบประมาณจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จำนวน 300 ล้านบาท ระหว่างปี 2561-2563 เพื่อดำเนินการขอให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก หรือ “โมโต จีพี” ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มี “มาดามน้อง” กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร เป็นรัฐมนตรีเสนอมา แม้เหตุผลหลัก “ในภาพรวม” ของการอนุมัติงบประมาณในครั้งนี้ ก็เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวของประเทศ ผ่านการแข่งขันกีฬาระดับโลก คล้ายๆกับการขอเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ หรือเอเชียนเกมส์ ที่ผ่านๆ มา ตามนโยบายการพัฒนากีฬาเพื่อการท่องเที่ยว

แต่อีกมุมหนึ่งก็ถูกมองว่า ลึกๆแล้วเป็นการสานฝันให้นักการเมืองชื่อก้องอย่าง “เสี่ยเน” เนวิน ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย ที่ผันตัวไปทำทีมฟุตบอลในฐานะประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด เนื่องจากการสนามแข่งขันที่ได้มาตรฐานรองรับการแข่งขันจักรยานยนต์ระดับโลกอย่าง “โมโต จีพี” นั้น ขณะนี้มีเพียง สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซึ่งตั้งอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ และเป็นที่ทราบกันดีว่ามีเจ้าของชื่อ “เนวิน ชิดชอบ” นั่นเอง

คำว่า “ประเคน” ที่หลายสื่อต่างพากันนำไปพาดหัวทำให้เห็นภาพชัดเจน พร้อมทั้งตอกย้ำให้เห็นถึง “ซูเปอร์คอนเนกชัน” ระหว่าง “ค่ายสีน้ำเงิน” กับ “รัฐบาล คสช.” อีกครั้ง

ในความเป็นจริงการเสนอตัวเพื่อเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโมโต จีพี ของประเทศไทยนั้น มีการ “ตั้งวง” มาก่อนหน้านี้แล้ว โดย “มาดามน้อง” เคยพยายามผลักดันแผนนี้ต่อ ครม.มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ด้วยงบประมาณ 300 ล้านบาทจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ

แต่ก็มีเสียงท้วงติงจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการกีฬาของประเทศ อย่าง “เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ประธานสหพันธ์สมาคมกีฬาชาติ ที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจะสนับสนุนการจัดแข่งขันโมโตจีพี โดยเฉพาะการจะนำเงินจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติมาใช้ในการนี้ ซึ่งไม่ตรงวัตถุประสงค์ และเกรงว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย

ด้วยเสียงทักที่ว่า รวมทั้งข้อติดขัดเรื่องการนำเงินจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติมาใช้ ที่สุ่มเสี่ยงว่าจะผิดกฎหมาย แผนการเรื่องโมโต จีพี จึงถูกพับไปชั่วคราว แต่ก็ยังมีการเดินงานหลังฉากอย่างต่อเนื่อง จนสบช่องในการควักกระเป๋าของ กกท.มาดำเนินการ บวกกับให้เอกชน ซึ่งในที่นี้ก็หมายถึง “เสี่ยเน” เจ้าของสนามแข่งในการรับผิดชอบงบประมาณจำนวนหนึ่ง เข้าคอนเซ็ปต์ “ประชารัฐ” เป๊ะๆ
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง
อนุทิน ชาญวีรกูล
อะไรที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ก็เป็นไปได้ เมื่อ “มาดามน้อง” สอดเรื่องเข้าวาระประชุม ครม.อีกครั้งเมื่ออังคารที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่า ที่ประชุมก็ไฟเขียวออกมาอย่างว่าง่าย ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์กระหึ่มว่า มีการใช้ “กำลังภายใน” พอสมควร เนื่องจากโครงการในลักษณะนี้ไม่น่าจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งในแง่ของกีฬาที่ไม่ถือเป็นกีฬายอดนิยม และยังมีผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น “นักการเมือง” มามีส่วนได้เสียอีกต่างหาก

แต่นักการเมืองคนที่ว่าเป็น “เนวิน” ผู้ที่ว่ากันว่ามีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับ “พี่ป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ บิ๊กบราเธอร์สแห่ง คสช.

เป็น “เนวิน” ที่เข้านอกออกในฐานบัญชาการใหญ่ทั้ง “บ้านโชคชัย 4” และ “เครือข่ายมูลนิธิป่ารอยต่อฯ” รวมทั้งเป็นกุนซือผู้เดินงานทางการเมืองในแถบภาคอีสานให้ “บิ๊กป้อม” มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และมีการพูดกันถึงขนาดว่า “เนวิน” เป็นผู้คิดค้นสูตรเลือกตั้งพิลึกกึกกือในร่างรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ

จนเชื่อได้ว่าหากไม่มีแรงผลักดันจาก “ลุงป้อม” คงไม่มีมติ ครม.เทเงิน 300 ล้านบาทมาสานฝันให้กับ “น้องเน” อย่างแน่นอน และเอาเข้าจริงโปรเจ็กต์เจ้าภาพโมโต จีพี นั้นเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของแผนการปั้น “บุรีรัมย์” หรือที่เรียกกันเล่นๆว่า “เนวินบุรี” ให้เป็นเมืองแห่งกีฬา หรือสปอร์ตซิตี้อย่างเต็มรูปแบบเท่านั้น

การเป็นเจ้าภาพโมโต จีพี คือก้าวหนึ่งของการปั้น “เมืองแห่งมอเตอร์สปอร์ต” หลังจากที่ “เสี่ยเน” แตกไลน์จากกีฬาฟุตบอลที่ติดลมบนไปแล้ว มาทำ บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด ที่เน้นเรื่องของกีฬาความเร็ว ตามความชื่นชอบส่วนตัว ที่นิยมขี่มอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ราคาแพงระยับ หรือ “บิ๊กไบค์” อยู่เป็นประจำ

ก่อนที่จะเปิดตัวสนามแข่งขันรถช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมื่อปลายปี 2557 และได้มือดีหลากคอนเนกชันอย่าง กนกศักดิ์ ปิ่นแสง มาบริหารงานให้ ส่วน “เนวิน” นั่งเป็นประธานที่ปรึกษาเท่านั้น โดย 2 ปีกว่าที่ผ่านมา สนามแข่งรถช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จัดแข่งขันประลองความเร็วทั้งรถยนต์ 4 ล้อ และจักรยานยนต์ 2 ล้อ แทบทุกสัปดาห์ หลายรายการเป็นการแข่งขันระดับประเทศ แต่ก็ยังไม่สามารถดึงการแข่งขันระดับโลกมาลงได้สำเร็จเสียที

การลงทุนมีความเสี่ยงฉันใด การที่ ครม.อนุมัติในเรื่องที่ไม่เคยเกิดมาก่อนในประเทศก็ยิ่งมีความเสี่ยงฉันนั้น แต่สำหรับ “เสี่ยเน” แล้วมองมุมไหนก็คุ้ม ทั้งในมุมธุรกิจ ที่แทบไม่ต้องควักกระเป๋าเลย แม้ว่าดีลกับทางโมโต จีพีจะไม่สำเร็จก็ตาม เพราะรัฐบาลยินดีควักทุนประเดิมให้ไปแล้ว

หรือในมุมการเมืองที่เหมือนประกาศให้เห็นว่า “ไผเป็นไผ” ในวันที่เพื่อนนักการเมืองต่างถนอมตัว หวั่นจะถูกหมายตัว-เด็ดหัว ระแวดระวังความเคลื่อนไหว แต่สำหรับ “ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอีสานใต้” แล้วถือเป็น “นาทีทอง - น้ำขึ้นให้รีบตัก” มากกว่า

และใช่ว่าเป็นขาขึ้นของ “เนวิน” เพียงผู้เดียว น้องเลิฟอย่าง “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ในทางธุรกิจอยู่ตัว “ซิโนไทย” บริษัทของครอบครัวไม่เคยตกขบวน ไม่ว่าจะโครงการอภิมหาเมกะโปรเจ็กต์แค่ไหน ในทางการเมืองก็แฮปปี้กับการถูกยกยอว่าเป็น “ว่าที่นายกฯ” หลังจากที่เดินเข้าทุกสาย เล่นทุกหน้า ไม่ขัดแย้งกับใคร พร้อมๆ กับการปั้น “ดีลปรองดอง” เพื่อให้ “ขั้วอำนาจเก่า-ใหม่” คุยกันให้ลงตัว เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด โดย “เสี่ยหนู” วางตัวเป็น "โซ่ข้อกลาง" ประสานประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย

ในจังหวะที่ดูอะไรๆก็เข้าทางสองศรีพี่น้อง “เน-หนู” ที่ทำอะไรก็ดูดีไปหมด ก็เกิดคิวแทรกเมื่อเพจดังอย่าง "กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ” โพสต์ภาพ ข้อความ พร้อมชื่อย่อ ที่ทำให้เข้าได้ว่า “เสี่ยเน - เสี่ยหนู” พ่วงด้วย “เสี่ยอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ไปลงขันร่วมหุ้นกับเปิดกาสิโนแห่งใหม่ในประเทศกัมพูชา แถวๆ จุดผ่านแดนถาวรช่องสายตะกู ชายแดนบุรีรัมย์-กัมพูชา

กล่าวหาว่าเป็นหุ้นส่วนเปิดบ่อนไม่เท่าไร แต่ยังติดข้อหาหมิ่นเหม่ “แอบอ้างเบื้องสูง” ให้อีกด้วย จึงเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยได้เห็นกันเท่าไร เมื่อ “ขาใหญ่ทั้งสาม” ชักแถวกันไปแจ้งความต่อตำรวจ เพื่อเอาเรื่องเพจที่ว่าด้วยตัวเอง

ถอดรหัสคำพูดของ “3 เสี่ย” บอกไปในทำนองเดียวกันว่า เรื่องกล่าวหาลงขันเปิดบ่อนนี่ไม่เท่าไหร่ แต่มายัดข้อหาแอบอ้างเบื้องสูง แบบนี้อยู่ไม่ได้ จึงต้องไปร้องทุกข์ ฐานเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท
เจองานเข้าแบบไม่ได้คาดคิด เลยต้องดิ้นสลัดให้หลุด ก่อนจะจบไม่สวย

ส่วนเรื่องบ่อนใหม่ ที่โฆษณาเอาไว้ว่าเป็นบ่อนที่หรูหรา-ใหญ่ที่ติดชายแดนไทย จะเปิดให้บริหาร 7 เมษายน นี้ โดยมี “ออกญาลึม เฮง” นักธุรกิจชาวกัมพูชา คนสนิทสายแข็งของ “นายกฯฮุนเซน” ประกาศตัวเป็นเจ้าของอยู่แล้ว แต่ใครจะเชื่อ “ขุมทรัพย์ใหม่” แห่งนี้ ว่าไม่มี “ทุนไทย” เข้าไปเอี่ยว โดยเฉพาะการเลือกลงหลักปักฐานใกล้ชายแดน จ.บุรีรัมย์ ที่กำลังโตเป็นเมืองแห่งกีฬาแบบก้าวกระโดด

เข้าอีหรอบนี้ก็ “วิน - วิน” ส่งต่อลูกค้า-แฟนกีฬากันอย่างครบวงจร.


กำลังโหลดความคิดเห็น...