xs
xsm
sm
md
lg

การเข้าเฝ้าฯ ครั้งสุดท้าย

เผยแพร่:   โดย: วิทยา วชิระอังกูร


นับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559 ที่เป็นวันมหาวิปโยคของประเทศที่ต้องสูญเสียศูนย์รวมใจอันยิ่งใหญ่ชนิดไม่อาจเรียกคืนมาได้ การเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของพสกนิกรคนไทยทุกหมู่เหล่า

ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคมเป็นต้นมา ผู้เขียนรู้สึกสับสนในอารมณ์อย่างบอกไม่ถูก มีบางอารมณ์ที่ซึมเศร้า และเสียขวัญ แต่บางอารมณ์ก็เกิดความรู้สึกใหม่ ที่เหมือนจะยกระดับจิตใจตนเองขึ้นเหนือความขัดแย้งทั้งปวง เมื่อหวนรำลึกถึงวัตรปฏิบัติของพระองค์ท่านที่วางพระองค์ด้วยขันติธรรมและอุเบกขาอันมั่นคงยิ่ง ทรงยึดมั่นในทศพิธราชธรรมอยู่เหนือความขัดแย้งอย่างไม่คลอนแคลน

นึกถึงความสงบนิ่งสง่างามของพระองค์ท่าน ที่ทรงผ่านเหตุการณ์สารพัดเลวร้ายของบ้านเมืองมาได้อย่างนุ่มนวลราบรื่นด้วยหลักเมตตาธรรมที่สยบทุกความอหังการที่ปรารถนาร้ายต่อบ้านเมืองให้ราบคาบทุกเหตุการณ์

ทุกค่ำคืน ผมมักจะนั่งเงียบๆ คนเดียว คิดถึงพระองค์ท่าน คิดถึงวันเวลาที่เคยตามเสด็จในป่าเขาดงดอยทางภาคเหนือ ในห้วงเวลาที่พระองค์ท่านยังแข็งแรง และทรงขับรถยนต์ เรนจ์โรเวอร์ด้วยพระองค์เอง ทรงตรากตรำกรำงานหนักมาตลอดระยะเวลาที่แปรพระราชฐานมาประทับที่ภูพิงคราชนิเวศน์ บางคืนผมเขียนถึงพระองค์ท่านตามแต่อารมณ์จะพาไป เขียนถึงการทรงงาน เขียนถึงพระราชดำริต่างๆ เขียนถึงโอวาทคำสอนของพระองค์ท่าน ในส่วนที่ผู้เขียนเห็นว่าลึกล้ำและแหลมคม เขียนถึงบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่มีอัตลักษณ์ไม่เหมือนบทเพลงใดๆ ผู้เขียน เขียนๆๆๆ ถึงพระองค์ท่านเพื่อชดเชยความรู้สึกที่อาลัยอาวรณ์ถึงพระองค์ท่านไม่เสื่อมคลาย

เมื่อมีงานพระราชกุศล พระบรมศพในพระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประชาชนชาวไทยต่างหลั่งไหลไปกราบพระบรมศพไม่ขาดสาย มีผู้คนอุตสาหะไปเข้าคิวรอเป็นวันๆ บางคนไปรอคิวแต่เช้ามืดได้เข้ากราบช่วงค่ำ แต่คนไทยที่รักพระองค์ท่านจากทั่วทุกสารทิศทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด ก็ยังทยอยกันมาอย่างเนืองแน่น

ผู้เขียนนั่งดูภาพทางโทรทัศน์ เห็นภาพผู้คนที่ต่อคิวกันตั้งแต่บริเวณโรงแรมรัตนโกสินทร์เดินผ่านสนามหลวงมาที่พระบรมมหาราชวัง เป็นแถวเป็นแนวยาวเหยียด กลางสนามหลวงก็มีเหล่าผู้คนที่มีจิตอาสามาเปิดโรงครัวบริการอาหาร และน้ำดื่มแก่ผู้ที่มากราบพระบรมศพทุกๆ วันตลอดมา

ผู้เขียนพยายามระงับความอยากที่จะไปเบียดเสียดยัดเยียดกับผู้คนจำนวนมากเพื่อกราบพระบรมศพเป็นครั้งสุดท้าย แต่ก็ได้แต่นั่งดูภาพทางทีวี จนการบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพครบ 100 วัน

และทางสำนักพระราชวังเปิดให้มีการจองคิวร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศล ผู้เขียนและครอบครัว ก็ได้รับการชักชวนจากญาติผู้ใหญ่ทางกรุงเทพฯ ให้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เพื่อบำเพ็ญกุศลถวาย ซึ่งผู้เขียนก็รีบตอบตกลงไปทันทีโดยไม่ลังเล

แล้ววันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาไม่กี่วัน ผมและครอบครัวได้รับพระมหากรุณาธิคุณทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บำเพ็ญกุศลถวาย ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

ผู้เขียนที่เกษียณอายุราชการมาแล้วหลายปี ต้องกลับไปเตรียมชุดปกติขาวเพื่อเข้าเฝ้าฯ พระบรมโกศ ซึ่งก็มีขาดๆ ไปบ้างต้องซื้อหามาเติมให้ครบ จนเรียบร้อยแล้วก็นำครอบครัวทั้งหมดไปร่วมกับฝ่ายญาติผู้ใหญ่ แล้วก็ได้สิทธิในฐานะเจ้าภาพนั่งรถตู้สองคันเข้าไปในพระบรมมหาราชวังโดยไม่ต้องต่อคิวเลย

เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังมาอำนวยความสะดวกอย่างดียิ่ง เป็นขั้นเป็นตอนอย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลย

คณะเจ้าภาพได้ถูกกำหนดให้ขึ้นไปนั่งในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพ ได้เพียงคณะละ 5 คน ผู้เขียนซึ่งเป็นเจ้าภาพหมายเลข 2 ได้รับเชิญเข้าไปนั่งในที่นั่งแถวหน้า ใกล้ชิดกับพระบรมโกศจนขนลุกอย่างบอกไม่ถูก ระหว่างนั่งรอ ผู้เขียนเหม่อมองพระบรมโกศด้วยสายตาที่พร่าพรายด้วยละอองน้ำตา คิดถึงและอาลัยในพระองค์ท่านอย่างบอกไม่ถูก เกิดความรู้สึกที่บอกตัวเองว่า นี่คงเป็นการเข้าเฝ้าฯ ใกล้ชิดพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้ายแล้วสิหนอ

ผู้เขียน เขียนบทกวีในใจได้หลายบทตอน ก่อนจะเสร็จพิธีสวดพระอภิธรรม การกรวดน้ำ และบทยะถาสัพพี หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็มาจัดให้เข้าแถวกราบพระบรมศพ

ผู้เขียนก้มกราบแถวหน้าสุดใกล้กับพระบรมโกศ ก็ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ต้องปล่อยให้รินไหลอย่างไม่เก็บกลั้นไว้อีกเลย

ออกจากพระบรมมหาราชวังกลับถึงที่พัก หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งกายแล้ว ผู้เขียนก็รีบนำบทกวีที่เขียนในใจหน้าพระบรมโกศ มาเขียนต่อเติมใหม่ ได้ดังนี้ครับ

“เข้าเฝ้าฯ ครั้งสุดท้าย”

24 กุมภาพันธ์ วันมหามงคล
ร่วมบำเพ็ญ พระราชกุศล ในวังหลวง
นั่งใกล้ พระบรมโกศ วาบหวิวทรวง
ธ เสด็จลับล่วง สวรรคาลัย
รำลึกภาพ ตามเสด็จ พระองค์ท่าน
กลางดงดอย กันดาร ทั้งไกลใกล้
กล้องถ่ายรูป แผนที่ กับน้ำพระทัย
ที่ห่วงใย ทุกข์ยาก ของปวงชน
ทรงขับรถ ลุยไป ในทุกที่
ในป่าดง พงพี ทุกแห่งหน
ไปชี้แนะ ไปปลอบปลุก ทุกข์ยากจน
ไปช่วยคิด ช่วยค้น ช่วยคลี่คลาย
รำลึกภาพ พระองค์ ที่ทรงงาน
ในม่านความทรงจำ พาใจหาย
เหม่อมอง พระบรมโกศ ตาพร่าพราย
มาเข้าเฝ้า ครั้งสุดท้าย แล้วครั้งนี้
กราบพระบรมศพ กลั้นเสียงสะอื้น
ขอบตารื้น น้ำตาริน ไหลปรี่
กราบพระบรมโกศ กราบพระบารมี
จักจารึกบทกวี ทดแทนพระคุณ

                      ว.แหวนลงยา
กำลังโหลดความคิดเห็น...