xs
xsm
sm
md
lg

บี้พาณิชย์ กรมบังคับคดี ยึดทรัพย์โกงข้าวจีทูจี

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน360-อดีต ส.ส.ปชป. จี้ "พาณิชย์-กรมบังคับคดี" ชี้แจงความคืบหน้ายึดอายัดทรัพย์ "บุญทรง" กับพวก 6 คนในคดีทุจริตขายข้าวจีทูจี 2 หมื่นล้านบาท หลังผ่านมาเป็นสัปดาห์ยังเงียบเป็นเป่าสาก ทั้งๆ ที่ "วิษณุ"พูดชัด ดำเนินการยึดได้เลย ด้านศาลแพ่งเลื่อนนัด "ปู" ฟ้องเรียก 100 ล้าน จาก "บิ๊กตู่" และคณะตรวจสอบให้ชดใช้ทำจำนำเจ๊ง อ้างเร่งรัดขั้นตอน นัดพิจารณาอีกครั้ง 8 พ.ค.นี้

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ขอเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์ และกรมบังคับคดี ชี้แจงความคืบหน้าในการยึดทรัพย์นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 6 คน กรณีทุจริตการขายข้าวในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่มีมูลค่าความเสียหายรวม 2 หมื่นล้านบาท ให้สาธารณชนรับทราบ เพราะหลังจากที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์และกรมบังคับคดี สามารถดำเนินการยึดทรัพย์นายบุญทรงได้เลย แต่ขณะนี้ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ

"การสืบทรัพย์สินของนายบุญทรง ไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก เนื่องจากมีการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. อยู่แล้ว จึงควรใช้บัญชีที่แสดงต่อ ป.ป.ช. เป็นพื้นฐานขั้นต้นในการสืบทรัพย์ และส่งให้กรมบังคับคดีดำเนินการยึดทรัพย์ โดยไม่ควรอ้างว่ามีอายุความ 10 ปี เพราะรัฐบาลยืนยันมาตลอดว่าจริงจังกับการปราบปรามการทุจริต คอร์รัปชัน ก็ควรทำเรื่องนี้ให้เป็นกรณีตัวอย่าง ด้วยการดำเนินการอย่างรวดเร็ว และรายงานความคืบหน้าต่อประชาชนเป็นระยะ ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องเงียบ หรือให้ข่าวอื่นมากลบกระแสเพื่อให้คนลืมเรื่องนี้ โดยเห็นว่าหากไม่รีบดำเนินการ ก็จะยิ่งยึดทรัพย์ยาก เนื่องจากอาจมีการยักย้ายถ่ายเทไปให้บุคคลอื่น และอยากให้สื่อมวลชนติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดด้วย"นายบุญยอดกล่าว

สำหรับคดีนี้ กระทรวงพาณิชย์มีคำสั่งเรียกค่าเสียหายจากนายบุญทรง เป็นเงิน 1,770 ล้านบาท นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ 2,300 ล้านบาท นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายอัครพงศ์ ทีปวัชระ อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ และ พ.ต.น.พ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการรัฐมนตรี คนละ 4 พันล้านบาท รวมเรียกค่าชดใช้ความเสียหาย 2 หมื่นล้านบาท

วันเดียวกันนี้ ศาลแพ่งนัดชี้สองสถานเพื่อกำหนดการสืบพยาน คดีหมายเลขดำ พ.5617/2559 ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี , นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี , นายอภิศักดิ์ ตันติวงวงศ์ รมว.คลัง , นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดโครงการจำนำข้าว , นายมนัส แจ่มเวหา อดีตอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง , นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง และนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นจำเลยที่ 1-7 เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จากขั้นตอนมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว กระทั่งดำเนินการจนมีคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย 3.5 หมื่นล้านบาท กับกระทรวงการคลัง

นายนพดล หลาวทอง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ศาลได้เลื่อนนัดออกไป จากเหตุที่ฝ่ายจำเลย ยังไม่ได้ยื่นคำให้การคัดค้านส่งต่อศาล หลังจากที่โจทก์ยื่นฟ้องไปเมื่อวันที่ 23 พ.ย.2559และศาลประทับรับคำฟ้องไว้พิจารณาแล้ว ซึ่งศาลนัดพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 8 พ.ค.นี้ เวลา 13.30 น.

สำหรับเหตุแห่งการฟ้องคดี นายนพดล กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งมีการดำเนินการต่อเนื่องตลอดไปจนกระทั่งมีการออกคำสั่งทางปกครองโดยกระทรวงการคลัง ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายกับกระทรวงการคลังจำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเราเห็นว่าขั้นตอนปฏิบัติมีลักษณะรวบรัด เร่งรีบ เลือกปฏิบัติ ไม่เป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบโดยชอบธรรม โดยในส่วนของคำสั่งทางปกครอง ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลางไปแล้วด้วยเช่นกัน เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ให้ชดใช้ค่าเสียหาย และได้ขอให้มีการทุเลาการบังคับคำสั่งนั้นไว้ก่อนด้วย ซึ่งคดีปกครองยังอยู่ระหว่างที่ให้คู่ความส่งคำให้การภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีการไต่สวนไปเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ดังนั้น ระหว่างนี้ศาลปกครองกลาง จึงยังไม่ได้มีคำสั่งใดๆ คดีดังกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...