xs
xsm
sm
md
lg

มองเมืองจีน เห็นเมืองไทย

เผยแพร่:   โดย: วิทยา วชิระอังกูร


เดือนมกราคมทั้งเดือนผมไปเมืองจีนถึงสองครั้ง ครั้งแรกไปที่ฉางซา มณฑลหูหนาน ใกล้บ้านประธานเหมานิดเดียว แต่ก็พลาดโอกาสที่จะได้ไปเห็นบ้านเกิดบุรุษผู้พลิกแผ่นดินจีน เพราะคณะทัวร์มุ่งหน้าไปจางเจียเจี้ย แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่จีนเนรมิตรขึ้น และโด่งดังมากหลังจากภาพยนตร์เรื่อง Avatar ที่กำกับการแสดงโดย เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับระดับรางวัลออสการ์ มาใช้ฉากภูเขาสูงที่จางเจียเจี้ยเป็นสถานที่ถ่ายทำ จนเรียกขานกันว่า ภูเขาอวตารมาถึงทุกวันนี้ นอกจากนั้นจางเจียเจี้ยยังมีสะพานกระจกแขวนข้ามหุบเขาที่ยาวและสูงที่สุดในโลก มีเขาเทียนเหมินซานที่สูงเสียดฟ้า ให้นักท่องเที่ยวนั่งกระเช้าลอยฟ้าท้าความสูงชันระยะทางถึง 7 กิโลเมตรใช้เวลาเกือบชั่วโมง ซึ่งน่าจะเป็นกระเช้าที่สูงและยาวที่สุดในโลกอีกเช่นเดียวกัน และบนยอดเขาเทียนเหมินซานจีนยังสร้างทางกระจกแขวนริมหน้าผาให้นักท่องเที่ยวเดินผ่านท้าทายและทดสอบความกล้ากลัวอย่างน่าหวาดเสียวที่สุด

แหล่งเที่ยวเหล่านั้นจึงดึงดูดนักท่องเที่ยว จนละเลยที่จะเยี่ยมชมบ้านเกิดมหาบุรุษของจีนอย่างน่าเสียดาย ในฐานะเป็นเสียงส่วนน้อยของคณะทัวร์ ผมก็ทำได้แค่บันทึกความในใจไว้เงียบๆ คนเดียว ดังนี้ครับ

“เดินทางไกลจากฉางซา...”

มอร์นิ่งคอล หกโมงเช้า เท่าตีห้า

ตื่นมายัง งัวเงีย เพลียไม่สร่าง

หลับหลับ ตื่นตื่น แปลกที่ทาง

ลุกขึ้นมา ยังค้าง ยังอยากนอน

หกเจ็ดแปด ประกาศิต ยากบิดพลิ้ว

มาทัวร์ ต้องตามคิว ยากผลัดผ่อน

แปดโมงตรง ล้อหมุน ตามขั้นตอน

ทัวร์เดินหน้า ไม่มีย้อน ต้อนเราไป

มาฉางซา ใกล้บ้านเกิด ประธานเหมา

แต่ทัวร์เรา ไม่ได้จัด ให้ไปใกล้

ไกด์บอกมี แค่รูปปั้น ไม่มีอะไร

เขาไม่คิด ถึงเยื่อใย จิตวิญญาณ

ผู้นำทัพ ประชาชน ปฏิวัติ

ผู้สร้าง ประวัติศาสตร์ สะเทือนสะท้าน

เป็นสังคม นิยม อุดมการณ์

จีนยิ่งใหญ่ ไพศาล จนวันนี้

ได้มาใกล้ ไม่ได้เห็น คล้ายยังเห็น

ประวัติศาสตร์ ชัดเจน เป็นสักขี

รวมห้าสิบหก ชนเผ่า สร้างจิตพลี

รวมหนึ่งพันสี่ร้อยชีวี เป็นหนึ่งเดียว

เป็นสาธารณรัฐ ประชาชนจีน

ที่ต่อมือ ต่อตีน จนแน่นเหนียว

เริ่มจาก สัญลักษณ์ ค้อนและเคียว

ใช้สังคมนิยม เกาะเกี่ยว สู่สากล

จากฉางซา คณะทัวร์ เดินทางต่อ

รถทัวร์ห้อตะบึง กลางหมอกหม่น

หนาวยะเยือก ทั้งรถ และทั้งคน

มุ่งเดินทาง ดั้นด้น..สู่หนใด?

ว.แหวนลงยา

กลับจากท่องเที่ยวจางเจียเจี้ยและฉางซาอย่างอิ่มหนำธรรมชาติอลังการแล้ว พักที่เมืองไทยแค่สองวัน แล้วผมก็เดินทางต่อไปมหานครฉงชิ่งกับอีกคณะหนึ่ง ซึ่งนัดหมายกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

ฉงชิ่ง เป็น 1 ใน 4 มหานครของจีนคู่เคียงกับปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเทียนสิน อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ติดกับมณฑลหูเป่ย์ หูหนัน กุ้ยโจว เสฉวน และส่านซี เป็นเมืองใหญ่อันดับ 8 ของจีนมีพื้นที่ 82,300 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 33 ล้านกว่าคน มีแม่น้ำพาดผ่านหลายสาย กลางตัวเมืองฉงชิ่ง แม่น้ำเจียหลิงไหลมาบรรจบกับแม่น้ำแยงซีเกียง ซึ่งเขาจัดเป็นแหล่งให้ล่องเรือสำราญ ชมบรรยากาศแม่น้ำและชมเมืองสองฟากฝั่ง ที่อร่ามเรืองด้วยแสงไฟที่ประดับดาบนตึกรามบ้านช่องอย่างไม่กลัวสิ้นเปลือง นั่งล่องเรือไปแล้วก็นึกแปลกใจว่าเอ๊ะ นี่เราอยู่ในประเทศคอมมิวนิสต์ ที่ใช้ระบบเศรษฐกิจสังคมนิยมหรืออย่างไร ทำไมมันอร้าอร่ามกว่าเมืองทุนนิยมหลายประเทศอย่างเทียบเทียมกันไม่ได้เลย

มาเมืองจีนทุกครั้ง ผมก็นึกชมฝีมือการบริหารจัดการบ้านเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่สามารถปกครองประชากร 65 ชนเผ่า ที่มีจำนวนถึง 1,400 ล้านคนได้อย่างสงบราบรื่น และจีนในยุคเติ้งเสียวผิง ก็ได้คลี่คลายปรับเปลี่ยนประเทศให้ทันสมัย หลังจากปิดประเทศมานาน โดยยอมรับระบบสากลมากขึ้นภายใต้แนวคิด “แมวจะสีอะไรก็ได้ ขอให้จับหนูเป็น” มหานครใหญ่ๆ หลายมณฑลจีน จึงมีตึกรามโอฬาร และเปิดให้มีสินค้าแบรนด์เนมจากทั่วโลกเข้าไปจำหน่าย ไม่ต่างจากในยุโรปอเมริกา และเมื่อรับมอบคืนฮ่องกงมาเก๊ากลับมาเป็นของจีน ก็ให้คงสภาพฮ่องกงมาเก๊าไว้แบบเดิม ด้วยนโยบาย “หนึ่งประเทศสองระบบการปกครอง”

จีนหลังยุคคอมมิวนิสต์ที่ “เหมาเจ๋อตุง” นำทัพประชาชนปฏิวัติสำเร็จ ได้จัดระบบพรรคคอมมิวนิสต์อย่างเป็นปึกแผ่น มั่นคงและมีประสิทธิภาพ ทำให้จีนพัฒนาประเทศเจริญก้าวหน้ามาตามลำดับอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยระบบการคัดกรองคนในระบบพรรคที่เด็ดขาด ทำให้สมาชิกพรรคที่ไต่เต้ามาตามระบบได้ถูกคัดกรองเป็นอย่างดีจนเติบโตเป็นผู้นำพรรค เป็นผู้นำประเทศ ที่มีศักยภาพทุกๆ คน สามารถบริหารจัดการประเทศต่อเนื่องกันมาในระบอบสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เข้มแข็งเด็ดขาดและมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อหันมาเปรียบเทียบกับประเทศไทย ที่ดัดจริตจะเป็นประชาธิปไตยตามก้นตะวันตก โดยไม่เคยคำนึงถึงพื้นฐานทางสังคมและศักยภาพของประชากรที่ไม่สอดคล้องและเอื้อต่อระบอบประชาธิปไตยเลย

หลัง พ.ศ. 2475 มาจนถึงปัจจุบันจึงมีแต่ประชาธิปไตยจอมปลอม และไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการบ้านเมือง เพราะระบบพรรคการเมืองที่เลอะเทอะ ระบบการเลือกตั้งที่เละเทะ ทำให้ไม่สามารถคัดกรองคนที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมือนพรรคคอมมิวนิสต์จีน ผู้นำในยุคเผด็จการหลายยุคก็ล้วนหน่อมแน้มไม่เด็ดขาดกล้าหาญจริง มีแต่แนวคิดประนีประนอมผลประโยชน์ต่างตอบแทนกันและกันตลอดมา

70 ปีที่ผ่านมา เรามีพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 ที่ทรงคุณอันประเสริฐ และมีพระราชดำริปราดเปรื่องปรีชาชาญ เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง แต่โดยกฎหมายพระองค์ท่านก็ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ที่ไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการบ้านเมืองแต่อย่างใด. แนวคิดที่เป็นประโยชน์ที่พระองค์ท่านทรงชี้แนะ ก็เป็นได้แค่บทท่องจำตามๆ กันมา แต่หาผู้มีอำนาจที่จะนำพาลงมือปฏิบัติตามอย่างเป็นมรรคผลหาได้ไม่

เขาพามาท่องเที่ยวชมธรรมชาติก็ชื่นชมสมใจอยู่ครับ แต่เห็นการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวและบ้านเมืองของเขาแล้ว ก็อดคิดเปรียบเทียบไม่ได้ คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก็ได้แต่นำมาเล่าสู่กันฟังบ่นๆ กันไปแบบเสียงนกเสียงกาเท่านั้นแหละครับ ฝากบทนิราศสมัยใหม่มาให้อ่านกันเล่นๆ นะครับ

“บ้านหิมะ”

จากเขานางฟ้าทัวร์พาเดินทางต่อ

นักเดินทาง ต่างหัวร่อ กันเริงร่า

ไกด์สาวจีน พูดไทย ให้เฮฮา

เป้าหมายข้างหน้า “บ้านหิมะ”

จีนสร้าง อาคารใหญ่ ใส่ความเย็น

สร้างหิมะ ให้เห็น กระจ่างกระจะ

หุ่นน้ำแข็ง หลากหลาย เรียงเคล้าคละ

เย็นยะเยือก ปะทะ สะท้านกาย

ก่อนเข้า เจ้าหน้าที่ มีเงื่อนไข

สูงอายุ เข้าไม่ได้ ต่างใจหาย

หกสิบเจ็ด สิบปี อาจอันตราย

บัตรผ่านเขา ไม่ขาย ให้หลายคน

ต้องเจรจา ชี้แจง กันแข็งขัน

เราจะดูแลกัน อย่างเข้มข้น

ใครทนหนาว ไม่ได้ จะไม่ทน

พูดจาจน คนขายบัตร ขายให้เรา

ยังนึกชม ว่าเขาไม่ เอาแต่ได้

คิดถึง ความปลอดภัย กว่าเงินเข้า

เขาพร่ำพูด ระวังลื่น ระวังเอา

ใครเกิดหนาวสั่นเทา รีบออกมา

ทั้งคณะ ก็ได้เข้า ไปทั้งคณะ

เข้าชมบ้านหิมะ อย่างเริงร่า

ถ่ายรูปเล่น หิมะกันเฮฮา

ออกมาผิง เตาไฟฟ้า อย่างปลอดภัย

บ้านหิมะ จีนใหญ่ กว่าเกาหลี

สิ่งก่อสร้าง จีนมีแต่ โตใหญ่

สังคมนิยม แปรเปลี่ยนไป

“แมวสีอะไรก็ได้ จับหนูเป็น”

สังคมนิยมจีน จึงทันสมัย

เย้ยทุนนิยม ศิวิไลซ์ ให้ได้เห็น

“หนึ่งประเทศ สองระบบ” แตกประเด็น

มังกรยักษ์ ยะเยือกเย็น...ทุกหยัดยืน

ว.แหวนลงยา

“ทุนนิยม ในสังคมนิยม”

ก่อนโบกมือลา มหานครฉงชิ่ง

ทัวร์พาไป ชอปปิ้ง กลางเมืองใหญ่

เห็นตึกราม ร้านรวง ละลานใจ

ถนนคนเดิน กว้างไกล หลายสิบวา

เดินชมไป ฉุกใจ ในความคิด

นี่เมือง คอมมิวนิสต์ ใช่ไหมหว่า?

ทำไมป้าย แบรนด์เนม ติดเต็มตา

คล้ายยุโรป อเมริกา ไม่ต่างกัน

แว่ววาทะ “แมวสีอะไร ให้จับหนูได้”

เริ่มเข้าใจ แนวคิด แหวกขีดขั้น

สังคมนิยม ทันสมัย ในปัจจุบัน

จีนพัฒนา เท่าทัน โลกสากล

แต่ยังใช้ กฎเกณฑ์ พรรคคอมมิวนิสต์

ประกาศิต เป็นโครงข่าย อันเข้มข้น

สมาชิกพรรค เบื้องล่าง และเบื้องบน

จัดระเบียบ คัดคน อย่างเคี่ยวกรำ

ทีละขั้น ทีละขั้น ผ่านการคัด

ไม่มีทางลัด ทั้งสูงและต่ำ

คัดคน ทั้งความคิด และพฤติกรรม

จีนจึงมี ผู้นำ คร่ำหวอดจริง

บริหารจัดการ อย่างแกร่งกล้า

นำพามังกรยักษ์ ให้ใหญ่ยิ่ง

หกสิบห้า ชนเผ่า ร่วมพักพิง

พันกว่าล้าน แอบอิง เป็นหนึ่งเดียว

เดินชมตึกราม โอฬาร

ความคิด พุ่งพล่าน ลดเลี้ยว

มาเยือนแค่ ยามแค่ยาเยียว

หัวใจเปล่าเปลี่ยว...ยังเปล่าดาย

ว.แหวนลงยา
กำลังโหลดความคิดเห็น...