xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อ ‘ทรัมป์’ เดินเกมช็อกโลก!

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์


ผลิตผลของ “อเมริกันชาธิปไตย” ได้ “โดนัลด์ ทรัมป์” เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ ช่วงเวลาเพียง 10 กว่าวันหลังจากเข้ารับตำแหน่ง ก็สร้างความปั่นป่วนไปทั่วทุกวงการ ยังไม่มีใครเดาทางได้ถูกว่านักธุรกิจเงินหลายพันล้านเหรียญคนนี้จะไปและจบชีวิตการเมืองอย่างไร

มาแบบนักธุรกิจซีอีโอ ตัดสินใจฉับไว ต้องการสร้างความแตกต่างจากนักการเมืองกระแสหลักที่ตัวทรัมป์ได้พูดถากถางเสียดสีอย่างเจ็บแสบว่าเป็นพวก “ดีแต่พูด” ไม่ทำอะไร ดังนั้น หลังจากรับตำแหน่งไม่กี่ชั่วโมงก็ทำตามคำมั่นที่หาเสียงไว้ ไม่ให้คนรอนาน

เป็นปรากฏการณ์ใหม่ในวงการเมืองสหรัฐฯ สร้างกระแสต่อต้านความเกลียดชังไปทั่วประเทศ ลามออกไปหลายเมืองใหญ่ทั่วโลก เพราะนโยบายสุดโต่ง ไม่ประนีประนอมอ้อมค้อมมองโลกสวยด้วยการดำรงคงอยู่ของสิทธิมนุษยชน หรือพวกเอ็นจีโอ (โง้) นั่นเอง

เป็นสไตล์โฉ่งฉ่างถึงลูกถึงคน เดาทางได้ยาก มีคนเปรียบว่าทรัมป์เหมือนปืนกลอัตโนมัติน็อตหลุดจากขาตั้ง กระบอกปืนส่ายไปมา ขณะที่คนยิงเหนี่ยวไกต่อเนื่อง คนหลบไม่ทันก็ไม่รอด ที่ผ่านมาทรัมป์แทบไม่ปรึกษากับใคร ถือความคิดตัวเองเป็นใหญ่

เป็นนักธุรกิจทำงานเจ๊งล้มเหลวหลายครั้ง รวมทั้งกาสิโนขนาดมหึมาบนฝั่งแอตแลนติกในรัฐเวอร์จิเนียก็ยังไม่ย่อท่อ เป็นคนที่ล้มแล้วลุกขึ้นสู้ เอาตัวรอดมาได้ จากนั้นก็เอาสไตล์การบริหารธุรกิจมาใช้กับการเมือง ทำอะไรฉับไว ไม่เยิ่นเย้อ ไม่ต้องลีลาท่ามาก

ลงนามยกเลิก “โอบามาแคร์” ซึ่งเป็นนโยบายด้านการดูแลรักษาสุขภาพสำหรับชาวอเมริกัน ซึ่งผู้สมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีมักใช้เป็นตัวหาคะแนนความนิยมอยู่เสมอ คราวนี้ ทรัมป์ ไม่แยแสทำตามคำประกาศ ทำเอาโอบามาและพวกตาค้าง “มันเอาจริง”

ไม่จริงได้ไง ก็โอบามาออกจากตำแหน่งไม่ทันข้ามคืน ทรัมป์ก็ลงนามไล่ตามเครื่องบินที่พาโอบามาออกจากเมืองหลวงไปพักผ่อนตากอากาศที่ฝั่งตะวันตกแล้ว

ยังไม่พอ ทรัมป์ยังโละสัญญาข้อตกลงในกลุ่มประเทศแปซิฟิก หรือที่เรียกว่า “ทีพีพี” ทำให้กลุ่มนี้ขาดพลังขับเคลื่อนทันที ยังดีที่ไทยยังไม่ได้เข้าร่วมด้วย

จากนั้นก็ลุยเรื่องการสร้างกำแพงบนพรมแดนระหว่างสหรัฐฯ กับเม็กซิโกทันที ประกาศกร้าวว่าถ้าผู้นำเม็กซิโกไม่ตกลงออกค่าใช้จ่ายก่อสร้างกำแพง ก็ไม่ต้องบินมาพบปะเจรจา ผู้นำหนุ่มของดินแดนจังโก้สวนกลับ ไม่ไปก็ได้ ไม่สนใจเหมือนกัน

ทรัมป์ยังมีไม้ตาย ประกาศกร้าวว่าจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโก เอาเงินมาสร้างกำแพงยาว 3,200 กม.ซึ่งตอนนี้ก็มีบางส่วน แต่ยังเหลืออีกยาวรอการก่อสร้างอยู่ แน่นอน! พวกเม็กซิกันและละตินอเมริกาเดือดเป็นฟืนเป็นไฟ เพราะสกัดพวกอื่นด้วย

แต่นายคาร์ลอส สลิม มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของเม็กซิโกและอันดับ 4 ของโลก จับไต๋ได้ บอกว่า “อย่ากลัวทรัมป์” เพราะยุทธศาสตร์ของทรัมป์ต้องการ “ช็อก” และ “ยั่วยุ” ผลสุดท้ายก็ต้องนำไปสู่การเจรจา เพราะนั่นเป็นสไตล์และยุทธศาสตร์การบริหารธุรกิจ

คาร์ลอส สลิม บอกว่าชาวเม็กซิกันต้องขอบคุณทรัมป์เป็นอย่างมาก เพราะนโยบายของทรัมป์ได้ทำให้ชาวเม็กซิกันได้กลับมาหลอมรวมน้ำใจและความคิดเป็นหนึ่งเดียว ไม่แตกแยกอีกต่อไป นี่ต้องมองว่า คาร์ลอส สลิม มองแบบบวก คิดนอกกรอบเหมือนทรัมป์

นักการเมืองไม่คุ้นกับสไตล์ของทรัมป์อาจตื่นตระหนก แต่นักธุรกิจสายพันธุ์เดียวกันย่อมเดาทางกันออก คาร์ลอส สลิม ร่ำรวยมหาศาล ก่อนหน้านี้ก็ไปรับประทานอาหารค่ำกับทรัมป์ที่บ้านของทรัมป์ในรัฐฟลอริดา พูดจาคุยกันตามประสานักธุรกิจมหาเศรษฐี

คาร์ลอส สลิม บอกว่า “ทรัมป์ไม่ใช่นักพิฆาต แต่เป็นนักเจรจา” นโยบายของทรัมป์เท่ากับเป็นการประกาศให้ชาวเม็กซิกันได้รับรู้ว่านี่เป็นยุคของ “การเปลี่ยนแปลง” ต้องคิดใหม่ มองสถานการณ์ด้วยมุมมองใหม่ เป็นโอกาสใหม่ของเศรษฐกิจและคนงานเม็กซิกัน

และยังจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับแนวนโยบายทิศทางของการเมือง ซึ่งชาวเม็กซิกันต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนไปเป็นความศิวิไลซ์ยุคใหม่

ต้องรอดูว่าเม็กซิโกเพื่อนบ้านแดนใต้ของสหรัฐฯ จะดำเนินยุทธศาสตร์อย่างไร เพราะทรัมป์ต้องการยกเลิกสนธิสัญญานาฟตา ผูกพันการค้าเสรี 3 ประเทศซึ่งรวมแคนาดาด้วย และแคนาดายังไม่โวยวายอะไร เพราะเป็นฝรั่งผิวขาวด้วยกัน ไม่ใช่ชาติมุสลิมที่ตกเป็นเป้า

และการเป็นเป้าของทรัมป์ตั้งแต่การหาเสียงแล้ว ทำให้ทรัมป์ประกาศห้ามชาวมุสลิมจาก 7 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ สร้างความโกลาหลและความไม่พอใจให้หลายชาติทั่วโลก แต่ยังดีที่ศาลสหรัฐฯ ผ่อนปรนให้พวกที่ยังมีวีซ่าใช้เดินทางเข้าได้ตามปกติ

พวกที่อยู่ระหว่างเดินทางและพวกที่มาถึงแล้ว ก็ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองได้เช่นกัน แต่บรรดาพวกถือกรีนการ์ดที่ยังอยู่ในประเทศ มาจากประเทศเหล่านั้นได้รับการแนะนำจากนายจ้างว่าอย่าเพิ่งเดินทางออกนอกประเทศ เดี๋ยวจะกลับเข้าสหรัฐฯ ไม่ได้ รอดูก่อน

ทรัมป์อาจมองว่าศาลหักหน้าหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ลงนามไล่นางแซลลี เยตส์ รักษาการรัฐมนตรียุติธรรมเพราะอยู่มาในยุคโอบามา ออกจากงานทันที ไม่ต้องรอให้คนใหม่แต่งตั้งโดยทรัมป์เข้ามารับมอบงาน เพราะไม่ตอบสนองนโยบายเรื่องชาวมุสลิม

นโยบายโฉ่งฉ่างสไตล์ซีอีโอทำเอาดัชนีหุ้นดาวโจนส์ร่วงไป 150 กว่าจุด เงินดอลลาร์อ่อนตัว สร้างบรรยากาศผันผวน ก่อนหน้านี้ราคาหุ้นพุ่งจนดัชนีสร้างปรากฏการณ์ใหม่ทะลุ 20,000 จุด จากนี้ไปนักลงทุน นักค้าเงินต้องมองว่าทรัมป์จะไปต่ออย่างไร เรื่องไหน

นี่เป็นเพียงมาตรการต่างๆ ภายในประเทศ ผู้นำชาติอื่นเริ่มเฝ้ามองว่าผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งคนเดาทางยาก จะมีลูกเล่นอะไรมาเขย่าประสาทอีกหรือไม่ หลังจากรอบแรกได้เจรจากับผู้นำอย่างน้อย 4-5 ประเทศทางโทรศัพท์ เป็นการเจ๊าะแจ๊ะแนะนำตัว เปิดสัมพันธ์เบื้องต้น

สำหรับไทยเราเรอะ? คงต้องอยู่นิ่งๆ สไตล์ลอยตัวดูสถานการณ์ก่อน รอจังหวะตีกินภายหลังมั้ง แต่ระวัง! มีคำเตือนแล้วว่าจะมีชาวมุสลิมจากตะวันออกกลางทะลักเข้ามาอยู่อาศัยในไทย เพราะหนทางเข้าสหรัฐฯ ยากกว่าเดิม และยุโรปเริ่มไม่ต้อนรับผู้ลี้ภัยแล้ว

ไทยเราพร้อมอยู่แล้ว ดีร้ายไม่ว่า ขอให้มีเงินเข้ามา ไม่อย่างนั้นอาชญากรต่างชาติจะแห่กันมาซุกตัวหนีคุกอยู่สุขสบายในดินแดนสยามเมืองยิ้มเรอะ!
กำลังโหลดความคิดเห็น...