xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

“สังศิต” แรงงง!!?? ซัดผู้มีอำนาจอำมหิต ปชช.เกลียดกลัวตำรวจแต่ไม่ยอมปฏิรูป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ (คนกลาง) คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมเสวนาหัวข้อ “ตำรวจไทยมีไว้ทำอะไร- กรณีศึกษาขนาดตำแหน่งนายสิบยังโกง !!??” ที่จัดโดย มูลนิธิองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)
ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -แม้ช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.)จะดูเรียบๆ ไม่ค่อยดุดันอย่างแต่ก่อนก็ต้องบอกว่าดีแล้วที่เป็นแบบนี้ เพราะไม่ว่าท่านจะแสดงอารมณ์อะไรออกมาดูเหมือนว่าจะเกิดกระแสทั้งบวก และลบ ...อารมย์สงบ เรียบง่ายไม่โผงผางแต่พูดจริงทำจริง และไม่เอียงซ้ายเอียงขวา นี่คือลักษณะที่ดีของผู้นำซึ่งเชื่อว่าคนไทยเกือบทุกคนต้องการให้ท่านเป็นแบบนี้

แต่ก็นั่นแหละ ดีได้ไม่กี่วันก็ต้องมาบูดกับคำถามนักข่าวประเด็นหนุ่มจบนิติศาสตร์ แต่ดันไปเอาดีทางหมักเบียร์เถื่อน หลังจากหลุดวลี “บัวใต้น้ำ” มาเท่านั้น ก็มีคนเอาเรื่องอ่างบัวหน้าทำเนียบฯ มาแชร์ มาแสดงความคิดเห็นกัน บ้างก็ว่าเป็นการเสริมฮวงจุ้ย บ้างก็แขวะว่าทำไมราคาแพงจัง ประมาณว่าชาวบ้านซื้อ 500 แต่เสนาบดีซื้อ 5 พัน...หลากหลายประเด็นที่ละเลงกันบนโลกโซเชียลฯ แต่เอาเข้าจริงตามหลักวิทยาศาสตร์ทั้งบัวใต้น้ำ -บัวพ้นน้ำ สุดท้ายต้องเน่าเปื่อยไปด้วยกันทั้งนั้น

เว้นว่า “บัวพ้นน้ำ”มันมีโอกาสโผล่มาเห็นเดือนเห็นตะวัน ส่วนบัวใต้น้ำหรือบัวไม่พ้นน้ำ สุดท้ายต้องกลายเป็นเหยื่อสัตว์น้ำ...บัวบางชนิดเขากระแซะว่าเป็น “บัวเต่าถุย” คือกินเข้าไปแล้วยังต้องคายทิ้ง อย่างนี้ก็คงห่วยแสนห่วย ใครมีเพื่อนฝูงแบบนี้ขอแนะนำให้อยู่ห่างเข้าไว้
       
    จากพุทธกาลมาถึงปัจจุบัน เรื่องของบัวถูกเล่าขานมาเรื่อยๆ หลายสิบปีที่ผ่านมีละครโทรทัศน์ชื่อ “บัวแล้งน้ำ” เพลงประกอบไพเราะมาก...ใครจะเป็นอะไร เป็นบัวใต้น้ำ บัวเต่าถุย บัวพ้นน้ำ ก็ว่าไปเถอะ ขออย่างเดียวอย่าเป็น “บัวแล้วน้ำ” เพราะชาวบ้านเขาพากันหาวเรอ ชักไม่ค่อยไหวกับปัญหาหลายๆ เรื่องที่ผู้มีอำนาจ หรือชนชั้นปกครองต่างปล่อยปละละเลยไม่ยอมจัดการกับปัญหาตำรวจ

หากท่านที่เป็นใหญ่อยู่ในเวลานี้จะเถียงว่าก็กำลังให้ทำกันอยู่โน่นไง...คณะกรรมการมากมายหลายชุดในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทั้งสภาขับเคลื่อน แต่ขอโทษ ข่าวสารกับพฤติกรรมที่ปรากฏยังไม่มีอะไรเป็นชินเป็นอัน แถมยังน่าเป็นห่วงว่าการส่งกลุ่ม “ตำรวจเก่า” ไปจัดการกับปัญหาใหม่-ปัญหาใหญ่ มันจะได้ผลจริงหรือไม่...จากปฏิรูปตำรวจกลายเป็น “ถ่วงเวลาปฏิรูป” และหนักเข้าคือ “ปฏิลวง” กลายเป็น “ท่าดี-ทีเหลว” หรือ “บัวแล้วน้ำ” อย่างที่คนไทยคุ้นเคยกับละครโทรทัศน์!!??

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา มูลนิธิองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้จัดเสวนาหัวข้อ “ตำรวจไทยมีไว้ทำอะไร- กรณีศึกษาขนาดตำแหน่งนายสิบยังโกง !!??” โดยมีวิทยากรเข้าร่วมประกอบด้วย พล.ต.อ.วศิษฐ เดชกุญชร ประธานมูลนิธิฯ รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร ที่ปรึกษาสภาปฏิรูปฯ ร.ต.อ. ดร.วิเชียร ตันศิริคงคล ประธานหลักสูตรรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา และ นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ คอลัมน์นิสต์ชื่อดัง ในฐานะกูรูเรื่องรถยนต์ และมีชีวิตอยู่กับการใช้รถใช้ถนนมาโดยตลอด ร่วมกันขอดเกล็ด ชี้ถึงปัญหาต่างๆ ภายในวงการตำรวจอย่างถึงพริก ถึงขิง

ขออนุญาตนำแนวคิด คำติติง รวมทั้งคำถามต่างๆ ของเหล่าวิทยากรมานำเสนอในคอลัมน์อีกครั้ง เชื่อว่าน่าจะเกิดประโยชน์ไม่มากก็น้อย เริ่มจากอาจารย์สังศิต เมื่อถูกถามว่าทำไมผู้มีอำนาจไม่คิดจัดการเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขปัญหาของตำรวจ มีคำตอบที่น่าสนใจว่า.....ผมขอตั้งคำถามว่า องค์กรไหนของรัฐที่ขึ้นชื่อในเรื่องก่ออาชญากรรมกับสังคมมากที่สุด หรือถ้าประชาชนเลือกได้อยากให้รัฐปฎิรูปองค์กรไหนเป็นอันดับแรก...ถ้ายังไม่เหมาะก็ระบุไปเลยว่า ประชาชนเกลียดองค์กรไหนมากที่สุด....
         
  คนที่ค้ายาเสพติดนี่ยังก่ออาชญากรรมได้ไม่มากเท่ากับตำรวจ เพราะมีตำรวจบางส่วนที่ทั้งขาย และทั้งจับด้วย แต่มิได้หมายความถึงตำรวจทั้งหมด...ถามว่ารัฐบาลรู้ไหม....รัฐบาลรู้ แต่ถามว่าทำไมไม่ทำ เป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ... ปัญหาที่สะท้อนมามากมายขนาดนี้ ท่านยังไม่คิดเปลี่ยนแปลงทำให้ประชาชนพ้นทุกข์ ทำให้เกิดความยุติธรรม ถือว่าท่านผู้ปกครองคนนั้นมีใจคออำมหิตเกินไป... ไม่มีความรักต่อประชาชนเลย เรื่องนี้มิได้เพิ่งเกิดขึ้นแต่มีมานานแล้ว ไปที่ไหนก็ได้ยินที่นั่น เป็นความจริงที่ยอมรับกัน แต่ทำไมไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงแม้แต่เพียงเล็กน้อยก็ยังไม่มี... รัฐบาลอยู่มา 2 ปี การปฏิรูปตำรวจยังไม่เกิดขึ้นสักนิดเดียว !!??

ขณะที่ พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร วิจารณ์ว่า การสอบปากคำของพนักงานสอบสวนทำเหมือนจริงแล้วค่อยทิ้งภายหลัง !!??....นี่คือการทำงานของตำรวจที่สร้างความอุ่นใจให้กับประชาชน...ตำรวจไทยสวนกระแสกับตำรวจทั่วโลก เพราะตำรวจทั่วไปมีฐานะเป็นพลเรือน แต่ตำรวจไทยกลับมีฐานะเป็นเหล่าทัพ ซึ่งจะไปเหมือนกองทัพทหารไม่ได้...บ่อนพนัน สิ่งผิดกฎหมาย จะเกิดขึ้นไม่ได้หากตำรวจไม่ไปรับเงินรับทอง การ้องเรียนผ่านสำนักนายกฯ มีเพียงห้องทำงานเล็กๆ มีเจ้าหน้าที่เสมียนพิมพ์ดีดคอยรับเรื่องไว้เท่านั้น... กลายเป็นข้อมูลของประชาชนผู้เดือดร้อนเอาไปฟอกความผิด.... ผมเห็นว่าขนาดนายสิบ ยังโกงกันเข้ามา ก็เพราะพวกเขาเห็นว่าเป็นตำรวจมีความคุ้มค่า พวกนายพลยังโกงกันได้ ประสาอะไรจะมาว่านายสิบ....

ร.ต.อ.ดร.วิเชียร ตันศิริคงคล กล่าวเสริมว่า งานสอบสวนคือกระดูกสันหลังของตำรวจ เพราะการสอบสวน คือต้นทางของกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่งานจราจร ปราบม็อบ ปราบยาเสพติด หรือตรวจคนเข้าเมือง

ส่วนนายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ หรือ “น้าเดช” ขวัญใจคนใช้รถ ตั้งข้อสงสัยว่าตำรวจอยู่ในกระบวนการยุติธรรมแท้ๆ แต่กลับมีคนสงสัยในความยุติธรรมของตำรวจมากที่สุด...พอตำรวจขอค้นตัวประชาชน ประชาชนกลับขอค้นตัวตำรวจก่อน...ประสบการณ์เลวร้ายขณะตอนหนุ่มๆ ต้องขับรถ 10 ล้อช่วยครอบครัวเคยเผชิญกับตำรวจจราจรในทุกรูปแบบ...ตอนชาวบ้านเกิดเรื่อง เป็นคดีความก็ต้องถามกันว่า...ใครวะ...ตำรวจคนไหนเข้าเวร.. แทนที่จะถามหาทนาย หรือข้อหา...พฤติกรรมนี้มันแฝงมุมมองหลายอย่าง...จบตำรวจมาอายุ 20-21 พกปืนเดินถนน....มีอำนาจแต่ไม่มีวุฒิภาวะ ก็แก้ปัญหาไม่ได้...เมื่อแก้ปัญหาอย่างไม่ถูกต้อง ปัญหามันจึงซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ....ตำรวจชั้นผู้น้อยถูกกดดัน จะยิงตัวตาย หรือยิงเจ้านาย

“ผมว่าตำรวจนี่ล่ะตายมากที่สุด อาจจะตายมากกว่าทหารด้วยซ้ำ ไม่ค่อยได้ยินว่าทหารแบกปืนไปยิงเจ้านาย... ภายในองค์กรตำรวจเขายอมรับไหม ว่าตัวเองป่วย หรือกำลังมีปัญหา และเพราะตำรวจเองนี่แหละที่ทำให้มีปัญหาหมักหมมในองค์กรตำรวจด้วยกันเอง”

นี่คือเนื้อหาโดยสรุปจากการเสวนาในวันนั้น ถ้าดูจากคำพูดของ 4 ผู้ดำเนินรายการแล้ว มีความเห็นส่วนตัวว่า “แรง” ถึงค่อนข้าง “แรงมาก” โดยเฉพาะอาจารย์สังศิต ที่ระบุค่อนข้างชัดเจนว่าสังคมไทยเบื่อหน่าย และรู้สึกเกลียดชังองค์กรตำรวจเพิ่มขึ้นทุกวันๆ แต่ผู้มีอำนาจกลับยังทำนิ่งเฉย...อาจารย์บอกว่าตำรวจสร้างปัญหาให้กับประชาชนถึงขนาดนี้ แต่ท่านยังไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงให้ประชาชนพ้นทุกข์ หากมีใครสักคนที่เข้ามาดูแลบ้านเมืองยังคงนิ่งเฉย....ท่านผู้ปกครองคนนั้น มีใจคออำมหิตเกินไป
    
      ใครล่ะ...ผู้ปกครองคนนั้น...พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ น่าจะลองไปถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นะครับ...หรือจะผลัดกันถามก็ได้... ส่วนคำตอบคงไม่ตอแยให้ท่านรำคาญใจ...ขออนุญาตย้อนอดีตกลับไปดูละคร “บัวแล้งน้ำ” ดีกว่า !!??


กำลังโหลดความคิดเห็น...