xs
xsm
sm
md
lg

น้ำเน่าภูเขาขยะทะลักเมืองคอน สงขลา14อำเภอวิกฤต นายกฯชมน้ำใจคนไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

หลายจังหวัดภาคใต้ยังวิกฤตหนักจากน้ำท่วม จ.สงขลาประกาศให้พื้นที่ 14 อำเภอ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย เมืองคอนอ่วมเจอน้ำเน่าจากภูเขาขยะทะลักเป็นวงกว้าง ประชาชนเริ่มมีอาการเป็นตุ่มแผลพุพอง ขณะที่ ทอ.ส่ง C130 ลำเลียงถุงยังชีพ-เรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือ ด้านนายกฯ ชื่นชมคนไทยไม่เคยทิ้งกันระดมช่วยเหลือชาวใต้ ชี้หน่วยงานรัฐบูรณาการทำงานตลอด 24 ชม.เร่งระบายน้ำและดูแลผู้ประสบภัย เตรียมเพิ่มเงินและยกเว้นหลักเกณฑ์ช่วยเหลือ 9 จังหวัด เพื่อความคล่องตัว ขณะที่กรมอุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนยังตกหนักไปจนถึง10 ม.ค.นี้

วานนี้ ( 8 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ว่า ยังอยู่ในขั้นวิกฤต โดยเฉพาะใน จ.สงขลา ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากยังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง และมีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมขยายวงกว้างขึ้น นอกเหนือจากพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาที่ถูกน้ำหนุนท่วมแล้ว ริมคลองอู่ตะเภาตอนบนใน อ.สะเดา ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำของคลองอู่ตะเภา หลายหมู่บ้านถูกน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน และพื้นที่การเกษตรแล้ว

ล่าสุดทางจังหวัดสงขลาได้ประกาศให้ 14 อำเภอของจังหวัดเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยแล้วจากพื้นที่ 16 อำเภอ โดยเป็นการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติต่อเนื่อง จากเหตุน้ำท่วมทั้ง 3 ครั้ง ทำให้ขณะนี้เหลือเพียง 2 อำเภอที่ยังไม่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติคือ อ.นาทวี กับ อ.เทพา สำหรับพื้นที่ทั้ง 14 อำเภอที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยประกอบด้วย อ.เมือง หาดใหญ่ สะเดา รัตภูมิ ควนเนียง บางกล่ำ คลองหอยโข่ง จะนะ สะบ้าย้อย นาหม่อม ระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ และ อ.สิงหนคร

ส่วนความคืบหน้าด้านการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยคงถูกระดมลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบิน 56 อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา กองทัพอากาศได้จัดส่งเครื่องบิน C130 ลำเลียงถุงยังชีพและเรือท้องแบนจากส่วนกลางเพื่อเข้ามาช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ณ ลานจอดอากาศยานฝูงบิน 561 กองบิน 56 โดยมี น.อ.พฤทธิ์ ตึกสุอินทร์ ผู้บังคับการกองบิน 56 ในฐานะ ผอ.ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบิน 56 ได้จัดเจ้าหน้าที่ 30 นาย รถบรรทุกขนาดใหญ่ 2 คัน เรือท้องแบน 12 ลำ พร้อมอาสาสมัคคภาคประชาชนช่วยกันนำสิ่งของ ข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่มไปมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ถูกน้ำท่วมหนักที่สุด ประกอบด้วยถุงยังชีพ 500 ชุด น้ำดื่ม 12,000 ขวด และข้าวเหนียวไก่ทอด 200 ชุด ทั้งนี้ ทางกองทัพอากาศ ยังคงทยอยลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์มาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในทุกจังหวัดของภาคใต้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

**เมืองคอนเจอน้ำเน่าภูเขาขยะ

ส่วนที่ จ.นครศรีธรรมราช ประชาชนยังคงได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.นาทราย นาเคียน และ ต.ปากพูน อ.เมืองฯ จ.นครศรีธรรมราช นอกจากจะได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่ท่วมสูงแล้ว ยังได้รับความเดือดร้อนจากน้ำที่ท่วมบริเวณภูเขาขยะ ของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ซึ่งน้ำจากภูเขาขยะปริมาณมหาศาล ที่เป็นน้ำที่เน่าเสียได้กระจายลงทุ่งนาเคียน และทุ่งนาทราย เป็นวงกว้าง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากมวลน้ำมหาศาลที่ไม่สามารถป้องกันได้ นอกจากนี้ ยังมีคราบน้ำมันจากเครื่องกลที่จมน้ำลอยกระจายไปกับการไหลของน้ำอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ขณะที่พื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ดังกล่าวกำลังขยายตัวและทวีความรุนแรงขึ้น
นายวัชรา ชุมธรรม กำนันตำบลนาทราย ระบุว่า มีชาวบ้านที่อาศัยบริเวณแนวที่น้ำจากกองขยะ ส่งผลกระทบในหมู่ 5 ต.นาทราย เดือดร้อนมากกว่า 150 ครัวเรือน และน้ำเสียยังกระจายอย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากมวลน้ำจำนวนมหาศาล เบื้องต้นพบว่า ประชาชนเริ่มมีอาการเป็นตุ่มแผลพุพอง เมื่อสัมผัสน้ำเป็นเวลานาน ส่วนภาพรวมปริมาณฝนปัจจุบันยังคงตกอย่างต่อเนื่องบริเวณต้นน้ำเทือกเขาหลวง โดยมีรายงานระดับน้ำจากต้นน้ำคลองเสาธง ต้นน้ำคีรีวง และต้นน้ำพรหมโลก ว่าระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและมีภาวะน้ำป่าไหลหลากเป็นระยะ จนอาจส่งผลให้ระดับน้ำที่ท่วมอยู่แล้วมีระดับสูงมากขึ้น

**ชุมพรยังวิกฤตหนักสุดที่หลังสวน

ที่ จ.ชุมพร น.ส.วัจนา วัจนคุปต์ หน.สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ อ.หลังสวน ยังคงประสบภาวะวิกฤตอยู่ แม้ว่าระดับน้ำจะลดลงบ้างแล้วก็ตาม โดยพบว่าบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำมีระดับน้ำท่วมขังสูงถึง 1 ม. เบื้องต้นอยากขอรับการสนับสนุนด้านอาหารปรุงสำเร็จ สำหรับนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ สิ่งที่เจ้าหน้าที่สามารถทำได้คือ การให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการดำรงชีวิต คือ แจกจ่ายสิ่งสาธารณูปโภคต่างๆ เนื่องจากทุกจุดมีระดับน้ำสูงเท่ากันทั้งหมด จึงทำให้ไม่สามารถสูบน้ำระบายไปยังบริเวณอื่นได้ โดยจะต้องรอให้ฝนหยุกตก รวมถึงมวลน้ำก้อนดังกล่าวไหลลงสู่ทะเลก่อนสถานการณ์จึงจะคลี่คลายจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

นายณรงค์ พละเอียด ผวจ.ชุมพร พร้อมด้วย พล.ร.ท.สุรศักดิ์ เมธยาภา ผู้บัญชาการทัพเรือ ภาค 1 นำกำลังพล และจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง เรือท้องแบน เรือยาง ออกช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วมสูง พร้อมกับนำถุงยังชีพออกแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น และวันนี้ (9 ม.ค.) ทัพเรือภาค 1 จะส่งถุงยังชีพอีก 800 ชุด เรือท้องแบนอีก 4 ลำพร้อมกำลังพล 45 นายมาสมทบสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนพื้นที่อำเภอหลังสวนอีก
ทั้งนี้ จ.ชุมพร มีพื้นที่ประสบภัยขยายวงกว้างเป็น 6 อำเภอ คือ อ.เมืองชุมพร สวี ทุ่งตะโก พะโต๊ะ ละแม และ อ.หลังสวน รวม 40 ตำบล 396 หมู่บ้าน 1 เทศบาลเมือง 17 ชุมชน จากการสำรวจเบื้องต้นมีราษฎรเดือดร้อน 46,287 คน 11,002 ครัวเรือน บ้านพักอาศัย 315 หลัง ถนน 349 สาย สวนความเสียหายด้านอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการสำรวจ

**ชาวพัทลุงอ่วมต้องการ"น้ำดื่มสะอาด"

ส่วนใน จ.พัทลุง หลังฝนหยุดตกมาประมาณ 8 ชั่วโมง ทำให้น้ำในพื้นที่ทางตอนบน และตอนกลางลดลงตามลำดับ เส้นทางทางคมนาคม สายหลัก เช่น ถนนสาย 41 ถนนเพชรเกษม พัทลุง-ตรัง สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ส่วนในพื้นที่ตอนล่างริมทะเลน้อย และริมทะเลสาบสงขลา เช่น ต.มะกอกเหนือ ต.พะนางตุง ต.ทะเลน้อย ต.แหลมตะโหนด อ.ควนขนุน ต.พญาขันต์ ต.ชัยบุรี ต.ลำปำ ต.ควนมะพร้าว อ.เมือง ต.หารโพธิ์ ต.จองถนน อ.เขาชัยสน ปริมาณน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ บางจุดระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร และมีลมพัดแรงบวกน้ำทะเลหนุนสูง

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ชัยบุรี อ.เมือง ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เจ้าหน้าที่กำลังเร่งให้ความช่วยเหลือ โดยนำถุงยังชีพเข้าช่วยเหลือ ทั้งนี้ ชาวบ้านระบุว่าสิ่งที่จำเป็นมากที่สุดขณะนี้ คือ น้ำดื่มสะอาด

สำหรับ จ.พัทลุง มีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั้งหมด 11 อำเภอ 55 ตำบล 528 หมู่บ้าน มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บ้านเรือนประชาชน พื้นที่ทางการเกษตร ปศุสัตว์ ประมงระบบสาธารณะและเส้นทางคมนาคม ได้รับผลกระทบในวงกว้าง

ส่วนพื้นที่ อ.ควนขนุน ป่าพะยอม บางแก้ว เขาชัยสน ปากพะยูน และ อ.เมือง น้ำจะท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ หากพื้นที่ตอนบนบริเวณ อ.ป่าพะยอม ศรีบรรพต ศรีนครินทร์ กงหรา ตะโหมด และ อ.ป่าบอน มีฝนตกหนัก เนื่องจากอ่างเก็บน้ำเต็มและมีน้ำทะเลหนุนสูง ประกอบกับพื้นที่ตอนกลางยังมีน้ำท่วมขังอยู่และพื้นที่อำเภอบริเวณริมเทือกเขาบรรทัด ดินมีความอิ่มน้ำต้องเฝ้าระวังดินเคลื่อนตัวเป็นพิเศษ อาจสร้างความเสียหายที่รุนแรงให้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาโดยเฉพาะ อ.กงหรา ศรีนครินทร์ ศรีบรรพต และ อ.ป่าพะยอม

**เร่งซ่อมทางรถไฟงเสียหาย 289 จุด

ด้านเจ้าหน้าที่ช่างซ่อมบำรุงรักษาทางรถไฟหาดใหญ่ได้ลงพื้นที่เร่งแร่งซ่อมทางรถไฟ ที่ถูกน้ำกัดเซาะบริเวณจุดห่างจากสถานีรถไฟปากคลอง ท้องที่หมู่ที่ 1 ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน เป็นทางยาวกว่า 400 เมตร จำนวน 289 จุดที่ได้รับความเสียหาย โดยหลังฝนหยุดตก เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจจุดที่เสียหายก่อนนำอุปกรณ์เครื่องมือชุดใหญ่ เดินทางมาซ่อมแซมตลอด 24 ชั่วโมง ในเบื้องต้นนั้นจากการคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่ช่างซ่อมบำรุงทาง ยังไม่สามารถ ระบุได้ว่าจะแล้วเสร็จวันไหน และหากมีฝนตกเพิ่มในอีก 1 - 2 วันนี้ ก็จะถือเป็นอุปสรรคต่อการซ่อมแซมดังกล่าว

**ตรัง 6 อำเภอยังอ่วมตัวเมืองยังวิกฤต

ที่ จ.ตรัง นางกุลธารินท์ โรจนสุรสีห์ หน.สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า สำหรับ จ.ตรัง ยังคงมีพื้นที่ประสบภาวะน้ำท่วมอยู่ทั้งหมด 6 อำเภอ ประกอบด้วย อ.รัษฎา วังวิเศษ กันตัง ห้วยยอด นาโยง และ อ.เมือง โดยหนักสุดที่ อ.เมืองตรัง น้ำยังท่วมสูงประมาณ 2 เมตร ประชาชนกว่า 9,000 ครัวเรือนใน 6 อำเภอได้รับผลกระทบ เฉพาะที่ อ.เมืองตรังพบบริเวณ 8 ตำบล 2 เทศบาล 9 ชุมชน 56 หมู่บ้าน รวม 2,351 ครัวเรือน ทั้งนี้ ทางจังหวัดได้ระดมกำลังเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นยังไม่พบปัญหาขาดแคลนสิ่งอุปโภคบริโภคใด ๆ

ล่าสุดพบว่ามวลน้ำจาก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ยังคงไหลลงมาสมทบเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม พบว่าปัจจุบันประชาชนค่อนข้างได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ทั้งด้านการขับถ่าย รวมถึงเรื่องการใช้กระแสไฟฟ้า เนื่องจากระดับน้ำที่ท่วมสูงทำให้กระทบกับระบบสาธารณูปโภค ประกอบกับการไฟฟ้าต้องตัดไฟชั่วคราว เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วไหลซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้ ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดได้ประสานขอห้องสุขาชั่วคราว รวมถึงนำรถสุขาเคลื่อนที่ไปจอดตามจุดต่างๆ เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านแล้ว

**น้ำท่วม 3 จังหวัดชายแดนใต้คลี่คลาย

นายอุดม ทิพย์เดโช ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 17 รับผิดชอบพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จ.ยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัจจุบันเริ่มคลี่คลาย คงเหลือบางจุดบริเวณลุ่มน้ำโก-ลก ใน จ.นราธิวาส เช่น ท่าข้ามแดนไทย-มาเลเซีย (ท่าโรงเลื่อย) เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก และ อ.ตากใบ ซึ่งทั้งหมดเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำแอ่งกระทะ ระดับน้ำสูง 30-50 ซม.สาเหตุมาจากปริมาณน้ำจากประเทศมาเลซีย ซึ่งไหลผ่านคลองสาขาเพื่อระบายลงสู่ทะเลมีจำนวนมาก จึงทำให้การระบายเป็นไปได้ช้า จนเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมดังกล่าว

เบื้องต้นกรมชลประทานได้จัดส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปเสริม เพื่อเร่งสูบน้ำออกจากจุดที่ประสบปัญหา เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนที่อาจจะกระทบกับพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน อย่างไรก็ตาม พบว่าระดับน้ำในลุ่มน้ำโก-ลก มีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งทุกฝ่ายยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องไปอีกสักระยะเพื่อป้องกันอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

**นายกฯชื่นชมคนไทยไม่ทิ้งกัน

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เฝ้าติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด โดยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และชื่นชมคนไทยทุกภาคส่วนที่ไม่เคยทิ้งกันยามที่ผู้อื่นเดือดร้อน หลายฝ่ายมีจิตอาสาออกไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ และร่วมกันบริจาคสิ่งจำเป็นผ่านหน่วยงานต่างๆ ไปยังผู้ประสบภัย

"ท่านนายกฯ เน้นว่าสิ่งที่บริจาคควรเป็นสิ่งที่ผู้เดือดร้อนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และไม่เน่าเสียง่าย เช่น ทุนทรัพย์ หรือเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือน ซึ่งส่วนหนึ่งภาครัฐได้ดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนการช่วยเหลือด้านอื่นๆ นั้น ทั้งพลเรือน ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ได้ทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชม. เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้ได้โดยเร็วที่สุด"

ขณะนี้แต่ละจังหวัดที่ประสบภัย ได้ประสานการทำงานกับกองบัญชาการฯ โดยเฉพาะการเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลให้สอดคล้องกับทิศทางการไหลของน้ำ และสภาพทางภูมิศาสตร์ โดยใช้เรือผลักดันน้ำของกองทัพเรือและเครื่องสูบน้ำของ ปภ. รวมทั้งการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เช่น ใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงส่งสิ่งของและอาหาร และอพยพผู้ประสบภัย จัดเรือขนาดเล็กเข้าสู่พื้นที่ทางน้ำ แจกจ่ายถุงยังชีพ จัดชุดซ่อมแซมเส้นทางคมนาคมและป้องกันไม่ให้ระบบสื่อสารถูกตัดขาด ดูแลด้านการแพทย์และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นต้น

**อนุมัติเงินช่วยเหลือ จว.ละ 50 ล้าน

นอกจากนี้ จะเร่งช่วยเหลือประชาชนให้ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งด้านการดำรงชีพ พื้นที่เกษตร ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งสาธารณประโยชน์ โดย มท.ได้ประสานให้กรมบัญชีกลางอนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจ ผวจ. 9 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร เพิ่มเติมจังหวัดละ 50 ล้านบาท อีกทั้งได้อนุมัติให้ยกเว้นหลักเกณฑ์ เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งจะทำให้การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความรวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้น"

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รักษาราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สื่อในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ และสื่ออิเลกทรอนิกส์ ซึ่งมีอยู่ในทุกจังหวัด จะร่วมกันจัดรายการพิเศษ "สะพานเชื่อมไทย ส่งใจไปปักษ์ใต้" ซึ่งเป็นรายการสด เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารข้อมูลสถานการณ์น้ำ และความช่วยเหลือจากภาคส่วนต่างๆ ที่ส่งไปยังพื้นที่ รวมทั้งเปิดรับข่าวสารจากพี่น้องประชาชนที่ต้องการส่งต่อไปยังหน่วยงานต่างๆ โดยใช้สื่อของกรมประชาสัมพันธ์เป็นดั่งสะพานเชื่อมโยงข้อมูล เชื่อมโยงความปรารถนาดี ไปยังพี่น้องชาวปักษ์ใต้ทุกคน ทั้งที่เป็นผู้ประสบภัยโดยตรง และท่านที่ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนผู้เดือดร้อน"

ทั้งนี้ รายการ "สะพานเชื่อมไทย ส่งใจไปปักษ์ใต้" จะออกอากาศทาง NBTเวลา 9.00-11.00 เริ่มวันอาทิตย์ ที่ 8 ม.ค. โดยจะมีการเชื่อมโยงสัญญาณออกอากาศคู่ขนานทางสถานีวิทยุแห่งประเทศไทยด้วย ในวันจันทร์-เสาร์ ทาง AM. 891 KHz และ วันอาทิตย์ออกอากาศเพิ่มเติมทางคลื่น F.M. 92.5 MHzโดยผู้รับชมรับฟังสามารถโทรศัพท์เข้ามาฝากข้อมูลได้ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 -2754225 5 คู่สาย

**"มาร์ค"เตรียมลงพื้นที่ช่วยเหลือ

นายเทพไท เสนพงษ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวในโซเชียลมีเดีย ถามถึงการทำหน้าที่ของพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เป็นพรรคที่มีส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้มากที่สุด โดยพยายามเรียกร้องให้พรรคตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมนั้น ทางพรรคไม่ได้ละเลยปัญหานี้ เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้กำชับสมาชิกให้ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มความสามารถ แต่พรรคมีข้อจำกัดในการทำกิจกรรมเพราะมี คำสั่ง คสช. 57/2557 จำกัดการเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง ทำให้ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมได้ ไม่เช่นนั้นจะถูกตีความว่าเคลื่อนไหวเพื่อหาเสียง จึงให้สมาชิกไปช่วยเหลือในนามส่วนตัว ขณะเดียวกัน ายอภิสิทธิ์ ในฐานะประธานมูลนิธิหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช โดยจะลงพื้นที่ จ.ชุมพร ในวันอังคารที่ 10 ม.ค.นี้ ส่วนวันพุธที่ 11 ม.ค. พื้นที่จ.นครศรีธรรมราช โดยเฉพาะที่ อ.ชะอวด เฉลิมพระเกียรติ ปากพนัง และสิชล เพื่อมอบถุงยังชีพให้ประชาชนในนามมูลนิธิฯ

ด้านนายราเมศ รัตนเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อดีต ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในพื้นที่ ดูแลประชาชนตลอด ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ช่วยเหลือตามอัตภาพ เพราะไม่มีงบจากภาครัฐ แต่มีบางสำนักข่าวถามหานักการเมืองว่าไปอยู่ที่ไหน ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทั้งนี้ นายราเมศ ได้นำภาพการลงพื้นที่ช่วยประชาชนของ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในหลายจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม มาแสดงยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ทอดทิ้งประชาชนอย่างที่มีการกล่าวหา

**อุตุฯเตือนใต้ฝนยังตกหนักถึง10ม.ค.

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักถึงหนักมากภาคใต้ตอนล่าง และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย" ฉบับที่ 31 ลงวันที่ 8 ม.ค.60 ระหว่างเวลา 17.00-23.00 น.ว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณด้านตะวันตกของ จ.กระบี่ กำลังเคลื่อนตัวทางทิศเหนืออย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อนผ่าน จ.ภูเก็ต และพังงาในคืน 8 ม.ค.แล้วจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเลอันดามันตอนบน และอ่าวมะตะบัน ประเทศเมียนมาในวันที่ 9-10 ม.ค.ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะ จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนที่ตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 10 ม.ค.และขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงยังคงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 2-3 วัน
กำลังโหลดความคิดเห็น...