xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

“ปีพญาไก่” เข้าโหมด “เผาจริง” คสช.เคลียร์ทางลงหลังเสือ “หนูปู” ดิ้นไม่เอาคุก – ลุ้นเลือกตั้งเลื่อนไม่เลื่อน??

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -วกกลับเข้าสู่ “ปีระกา” ปีที่ใครหลายคนทำนายทายทักว่า จะเป็นปีที่การเมืองไทยเข้าสู่โหมด “เผาจริง” เพราะหลายเรื่องจะได้บทสรุป ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของคดีความสำคัญๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทย ทั้งเรื่องการดำเนินการต่างๆ ที่จะเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ตลอดจนภารกิจปิดจ๊อบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่อยู่บนหลังเสือมาร่วมจะ 3 ปีแล้ว

ที่สำคัญ ปี 2560 นี้ ตามปฏิทินโรดแมปของ คสช. ในช่วงปลายปีจะมีการเลือกตั้งใหญ่ ก่อนที่จะได้รัฐบาลชุดใหม่ในต้นปี 2561 ดังนั้น อะไรๆ หลายอย่างควรจะต้องเข้ารูปเข้ารอยก่อน โดยเฉพาะ คสช. ที่ต้องลงจากหลังเสืออย่างนิ่มนวลที่สุด ไม่ต้องมาหวาดระแวงภายหลังว่า จะมีใครตามเช็กบิล

ดังนั้น “ปีพญาไก่” การเมืองจึงน่าจะกลับเข้าสู่จุดที่เรียกว่าเข้มข้นได้อีกครั้ง เพราะเป็นช่วงปลายอำนาจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในกรณีที่โรดแมปไม่มีการขยับเขยื้อนอีก

ลุ้น “หนูปู” ก้ามหักฐานทำจำนำข้าวเจ๊ง

เริ่มตั้งแต่คดีละเว้นไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวของ “คุณหนูปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่การไต่สวนพยานจำเลยปากสุดท้ายจะเกิดขึ้นในปีนี้ ซึ่งแน่นอนว่า หลังจากนั้นศาลจะใช้เวลาอีกไม่กี่เดือนในการตัดสิน อย่างไรเสียก็จบในปีระกานี้ อยู่ที่ว่า ผลจะเป็นอย่างไร ถ้ามีความผิดก็ออกได้ 2 หน้า คือจำคุกทันทีโดยไม่รอลงอาญา หรือจำคุกแต่ให้รอลงอาญา

ในทางกลับกัน พยานหลักฐานอาจมีน้ำหนักให้ศาลชี้ว่า “หนูปู” บริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ความผิด ซึ่งชีวิตเธอจะหมดเวรหมดกรรมทันที เหลือแค่ต่อสู้ในส่วนของคดีแพ่งในชั้นศาลปกครองที่กระทรวงการคลังมีคำสั่งให้เรียกค่าเสียหายเกือบ 3 หมื่นล้านบาท แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปยื่นให้เพิกถอนคำสั่งเอาไว้ ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกยาวนาน

คดีนี้มีผลต่อการเมืองไทย เนื่องจากเป็นการเดิมพันอนาคตทางการเมืองน.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือจะบอกว่า เป็นการเดิมพันของตระกูลชินวัตรก็ได้ เพราะ “หนูปู” เหมือนเป็นตัวละครที่พอจะขายได้ตัวสุดท้ายแล้ว หมดจากนี้ก็เป็นพอเกรดไม่ดี

ที่สำคัญ “นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร สู้สุดจากดิ้นแน่ ถ้ารู้ว่าแนวโน้มน้องสาวในไส้จะต้องเอาตัวเข้าซังเต อย่างไรก็ไม่ยอม ก่อนคดีจะมีผลออกมา เชื่อว่า ถ้าสัญญาณออกมาเป็นลบ แนวร่วมพรรคเพื่อไทยน่าจะชักธงรบเต็มพิกัดเพื่อให้คดีพลิก เพื่อพิทักษ์นายหญิงเอาไว้ ขณะที่คสช.เอง ไม่ปล่อยให้คดีนี้ยืดเยื้อไปจบในยุคอื่นแน่ ไม่งั้นมี “เสียของ”

เลือกตั้งอาจเจอ “โรคเลื่อน”

นอกเหนือจากขั้นตอนการประกาศใช้ “ร่างรัฐธรรมนูญ” ที่ร่างโดย คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ก็ยังต้องเอาใจช่วยให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญหรือ “กฎหมายลูก” อันเกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้งจำนวน 4 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ร.ป.ว่าด้วยสภาผู้แทนราษฎร และพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ไม่ติดหล่มอันใดในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 ถึงจะสามารถคาดคะเน วัน ว. เวลา น.ของการเลือกตั้งได้

หากทั้ง “กฎหมายแม่ - กฎหมายลูก” ผ่านฉลุยแล้ว ถึงจะเป็นระฆังให้สัญญาณการเลือกตั้งที่ชัดเจน เพราะมีระยะเวลาเขียนล็อกเอาไว้ว่าต้องจัดให้มีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ ซึ่งตามโรดแมปของ คสช.จะอยู่ในช่วงปลายปี 2560 นี้ แต่หากไม่เป็นตามที่คาดการณ์ก็ไม่แคล้วต้องเจอ “โรคเลื่อน” อีกอย่างแน่นอน

มโนไปว่าทุกอย่างลงตัวตามโรดแมป คสช. ช่วงระยะเวลาหนึ่งก่อนเลือกตั้ง คสช.ก็จำเป็นจะต้องปลดพันธนาการต่อพรรคการเมืองให้มีโอกาสเตรียมตัวเพื่อลงสู่สนามแข่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตรงนี้แหละที่จะทำให้การเมืองไทยกลับมามีชีวิตชีวา

ถึงตรงนั้นก็จะได้เห็นว่า แต่ละพรรคจะไปทางไหน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยของ “นายใหญ่” ที่จะแก้เกม คสช.อย่างไรหลังกติกาเขียนไว้แบบไม่ให้เป็นรัฐบาลแบบเดี่ยวๆ เลย ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูว่า อาจตัดสินใจบอยคอตการเลือกตั้งโดยไม่ส่งผู้สมัครลงชิงชัย แล้วอาศัยอดีตส.ส.ลงไปรักษาฐานมวลชนเอาไว้ เพื่อเป็นการไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก่อนจะรวบรวมกำลังสู้รบกับ คสช.ต่อ แบบวัดกันไปเลย

กับอีกสูตรหนึ่งแว่วว่า เล็งๆ จะเซ้ง “พรรคขนาดกลาง” ที่ไร้ “หลงจู๊” เพื่อเอามาเป็นพวก โดยส่งอดีต ส.ส.เข้าไปอยู่เพื่อเพิ่มความนิยม พรรคไหนไม่ต้องบอก เห็นกันชัดอยู่ว่า ตอนนี้หัวด้วน แถมยังว่ากันว่า ใครบางคนในพรรคนั้นที่มีอำนาจตกปากรับคำไปเสียด้วย

จับตา “พรรคทหาร” รีเทิร์น

แม้จะได้ยินกันมาอยู่เนืองๆ ว่าจะมี “พรรคทหาร”ถือกำเนิดเกิดขึ้นแน่ๆ โดยมีพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นศูนย์กลาง และ “ซี้ป้อม” อย่าง “บิ๊กกี่” พล.อ.นพดล อินทปัญญา สมาชิก สนช.เป็น “ดีลเมกเกอร์”

พร้อมกับชื่อนักการเมืองมากประสบการณ์ ทั้ง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย “พี่เน-น้องหนู” เนวิน ชิดชอบ - อนุทิน ชาญวีรกุล แห่งค่ายภูมิใจไทย หรือจะเป็น พินิจ จารุสมบัติ อดีตรัฐมตรีหลายสมัยหลากคอนเนคชั่น แบะท่าพร้อมรับลูกท๊อปบูต แต่ก็ไม่มีใครเห็นหลักฐานว่าเคยมีการตกลงกันหรือไม่อย่างไร

แต่ยังไงปีนี้ก็จะได้รู้กันแน่ว่า “พรรคทหาร” จะหน้าตาเป็นแบบไหน จะเร็วจะช้าก็อยู่ที่ไทม์มิ่งการเลือกตั้ง จะเทคโอเวอร์หัวเดิม หรือจะจดทะเบียนพรรคใหม่ เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลา แต่ก็ยังมี “สายเชลียร์” ไปตั้งพรรคเปิดหลุมรอ “บิ๊กๆ” ถอดทอปบูตไปร่วมหัวจมท้ายอยู่บ้างแล้ว หรือสังเกตง่ายๆว่า เหล่าสมาชิก “แม่น้ำ 5 สาย” โดดไปจอยกับใครไหนมากๆ ก็นั่นแล “พรรคทหาร”

ส่วนเรื่องทุนนั้นหายห่วง เคาะเมื่อไรมาเมื่อนั้น ทั้งบริษัทขายของปลอดภาษีชื่อดัง บริษัทขายน้ำเมา บริษัทสื่อสาร โดยมีนักการเมืองที่ตัดสินใจไม่ลงเล่นการเมืองเบื้องหน้าขอเล่นบท “อีแอบ” เป็น “กุนซือใหญ่” ไม่ว่าจะเป็นคนดังฝั่งอีสานใต้ หรือผู้มากบารมีดินแดนสะตอที่หันมาเอาดีในแบบการเมืองบนท้องถนน

“ปรองดอง” ฉบับบิ๊กตู่ไม่มีนิรโทษฯ
               
ภารกิจหนึ่งของ คสช.ในการเข้ามาคือ การ “ห้ามเลือด” ระงับความแตกแยกในสังคมอย่างรุนแรงที่มีผลพวงมาจากการเมือง 2 ปีกว่าที่ผ่านมาถือว่าใช้กระบองยักษ์ “หย่าศึก” ได้พอสมควรแล้ว แต่ดูแล้วเรื่อง ภารกิจสร้างความปรองดองยังสอบตก

ลึกๆแล้วก็ยังมีความขัดแย้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เกิดขึ้นอยู่เนืองๆ แต่อาจจะไม่ประเจิดประเจ้อ ก็ต่างฝ่ายต่างกลัวจะต้องย้ายที่นอนกะทันหันไปสิงสู่ในค่ายทหาร เหมือนช่วงแรกที่ คสช.เข้ามา ส่วนใหญ่จึงขอสวมทบ “เกรียนโซเชี่ยล” สาดโคลน จิกกัด กันผ่านสังคมออนไลน์ มากกว่า ที่จะมาฮึ่มๆเผชิญหน้ากันเหมือนเมื่อ 3-4 ปีก่อน

โจทย์ใหญ่ของ “ขุนทหาร” ในการสร้างความปรองดอง จึงยังไม่มีคำตอบสุดท้ายเสียที และหากหวังจะทำให้สำเร็จ ก็ต้องนับหนึ่งเริ่มทำอย่างจริงจังในปีนี้ เพราะถ้าดูตั้งแต่เข้ายึดอำนาจจนปานนี้ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน พยายามโยนหินถามทางกันมาหลายรอบก็ยังไม่ถูกใจสังคม

โดยเฉพาะประเด็น “นิรโทษกรรม” ที่พูดถึงทีไรโปรเจ็กต์นี้ล่มทุกที เนื่องจากไม่มีใครยอมรับ อีกทั้งตัว “บิ๊กตู่” เองก็ไม่แฮปปี้กับวิธีดังกล่าว

งานนี้คงอาศัย “หน้าฉาก” อย่างเดียวไม่ไหว แต่ต้องแง้มม่านไปดูงาน “หลังฉาก” ที่เชื่อได้เลยว่ามีการเจรจาลับๆ กันแน่ ไม่อย่างงั้นเลือกตั้งไปก็ตีกันบรรลัยเหมือนเดิม

“ขุนทหาร คสช.” เคลียร์ทางลงหลังเสือ

หากยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง “โรดแมป คสช.” ยังคงเดิม สิ้นปี 2560 ก็ถึงเวลาที่บรรดา “ขุนทหาร” ต้องโบกมือลาโรงส่งไม้ต่อให้ “รัฐบาลเลือกตั้ง” โดยเฉพาะเมื่อภารกิจ “ช่วงเปลี่ยนผ่าน” ก็ลุล่วงไปได้ด้วยดี

และถึงแม้ว่าจะมี “นายกฯคนนอก” ที่อาจสวมยูนิฟอร์มลายพราง มียศนายพลนำหน้า มาเป็นผู้นำรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง หรือยังมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีค้ำคอหอยอยู่ก็ตาม แต่ก็ต้องเข้าใจให้ตรงกันว่าหมดภารกิจ “รัฐบาลรัฐประหาร” แล้ว

คำถามมีว่าแล้วบรรดา “ขุนทหาร” ที่อาสาเข้ามาห้ามเลือก-หย่าศึก กู้วิกฤติชาติ จะไปไหนกันต่อ จากที่มีอำนาจเต็มไม้เต็มมือ จู่ๆจะเซย์กู๊ดบายกลับบ้านไปเลี้ยงหลานเฉยๆ ก็ดูจะจบง่ายเกินไป อย่างโบราณว่า การขึ้นหลังเสือ ไม่ยากเท่าลงหลังเสือ มีอำนาจว่ายากแล้ว ลงจากอำนาจนับว่ายากกว่า

จริงอยู่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 มีบทบัญญัติ “นิรโทษกรรม” บรรดาผู้ก่อการรัฐประหาร 22 พ.ค.57 ไว้เสร็จสรรพ ครั้นจะมาเอาผิดย้อนหลังก็ยังไม่เคยมีประวัติศาสตร์หน้าไหนจารึกว่า คณะรัฐประหารทั้ง 17 ครั้งในประวัติศาสตร์ชาติไทยจะต้องมารับโทษทัณฑ์ย้อนหลัง แต่บทเรียนด้านการศึก - การสงคราม ของทหาร ก็ย่อมมีการประเมินถึงระบบป้องกันตัวหากมีการ “เช็คบิล” เกิดขึ้นในอนาคต เพราะอะไรๆมันก็เกิดขึ้นได้ ฉะนั้นบิ๊กทหารแต่ละนายจะ “ขาลอย” ก็คงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไรนัก

จึงต้องจับตาดูว่านายพลแต่ละคนจะปูทางหาทางลงหลังเสือกันอย่างไร

ปิดจ๊อบ “ลัทธิจานบิน” สร้างผลงานทิ้งทวน

คงไม่กล่าวเกินว่าบัดนี้เรื่องราวที่เกี่ยวกับ “พระธัมมชโย” หรือ “วัดพระธรรมกาย” ซึ่งถูกขนานนามรวมว่า “ลัทธิจานบิน” นั้นก้าวข้าวเรื่องศรัทธา-ความเชื่อ-ศาสนา ไปเป็นประเด็นทางการเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การไล่ตัว “ธัมมชโย” หัวโจกลัทธิจานบินมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตามหมายจับที่มีอยู่ 3 คดีใหญ่ๆ ถือว่าเป็นโจทย์ที่ รัฐบาล คสช. จำเป็นต้องเคลียร์คัทให้เกิดความชัดเจนในเวลาอันรวดเร็ว หลังจากยักแย่ยักยันจนกลายเป็นมหากาพย์กวนใจคนไทยทั้งชาติมาหลายปีดีดัก

ตลอดปี 2559 ถือว่าฝ่ายรัฐโดย คสช.รุกคืบในภารกิจทลาย “ลัทธิจานบิน” ไปได้มาก แม้ว่าจะไม่สำเร็จ แต่ก็ต้องยกดครดิตให้ความกล้าหาญของ “นายกฯลุงตู่” ผ่านฝีไม้ลายมือของ “บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ในฐานะ รมว.ยุติธรรม ที่ลุยทุบจน “ทีมธรรมกาย” อ่อนยวบ ประเคนคดีให้บรรดาแกนนำ-หัวโจกรับกันไปแบบถ้วนหน้า รวมแล้ว 200 กว่าคดี

ไม่น่าจะเกินไตรมาสแรกของปีใหม่นี้ ที่ฝ่ายรัฐทั้ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องสวมหัวใจเสือบุกฝ่าแนวต้านของสาวกธรรมกายเข้าไปเพื่อไล่ล่า “ธัมมชโย” ให้เบ็ดเสร็จ และให้รู้แน่ว่ายังนอนขาเปื่อยอยู่ในวัด หรือขี่จานบินขึ้นไปแอบอยู่สวรรค์ชั้นไหนแล้ว

ใช้ “ประชารัฐ” กระชากเศรษฐกิจผงกหัว

ดูเบาไม่ได้กับ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง หากยังปล่อยให้ประชาชนตกระกำลำบาก อดมื้อกินมิ้อ ท้ายที่สุด “รัฐบาลทหาร” อาจจะอยู่ไม่ได้จนครบโรดแมปเสียเอง เพราะคงหมดเวลาแล้วที่จะใช้เรื่องปัจจัยภายนอก เศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำมาเป็นข้ออ้างอีกต่อไป

เชื่อว่า “นายกฯตู่” รู้ดีแก่ใจในเรื่องนี้ จึงไม่แปลกที่การปรับ “ครม.ประยุทธ์ 4” นอกเหนือจากไม่มีการนำพานายทหารเข้ามากินโควต้ารัฐมนตรีเพิ่มแล้ว ยังให้สิทธิ์ “เฮียกวง” สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เสริมทัพ “ทีมสมคิด” ดึงตัวช่วยเข้ามาเพิ่มเติม

ถือเป็นสัญญาณ “เฮียสั่งลุย” ให้โอกาสทีมเศรษฐกิจเดินหน้าโปรเจ็คต์สำคัญๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชาติให้โงหัวขึ้นในเวลาอันสั้น 3 เดือน 6 เดือน ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หาก “ทีมสมคิด” ทำไม่ขึ้น ก็อาจถึงคราวเปลี่ยนทีมให้คนอื่นเข้ามาลองดูบ้างในช่วงสุดท้ายของโรดแมป คสช.

รอดไม่รอดก็อยู่กับฝีมือ “เฮียกวง” ที่ฝากความหวังไว้กับโปรเจ็คต์ “ไทยแลนด์ 4.0 - ประชารัฐ” ที่จะเป็นหัวหอก ฉุดเศรษฐกิจไทยให้รอดจากสภาวะ “เผาจริง”

คิวเชือด “ฆาตกร” เซ่นวิญญาณวีรชนพันธมิตรฯ

แม้ “เดอะป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และพวก ในฐานะจำเลยคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 จะยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถอนฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

แต่ในเมื่อ ป.ป.ช.ยังกล้าๆ กลัวๆ ต่อกระแสสังคม คดีนี้จึงยังดำเนินการไต่สวนต่อมาเรื่อยๆ ตราบที่ไม่ยื่นเรื่องเข้ามา

ถ้าไม่มีอะไรพลิกผัน “บิ๊กกุ้ย” พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช. สายตรงบ้าน “วงษ์สุวรรณ” ไม่หักด้ามพร้าด้วยเข่าถอนฟ้อง คดีนี้จะจบลงในปี 2560 นี้เช่นกัน แต่ที่แต่ๆ งานนี้ผู้มากบารมีในรัฐบาลชุดนี้ดิ้นพล่านแน่ ไม่ยอมให้น้องชายตัวเองติดซังเต อาจได้เห็นอะไรแปลกๆ ก่อนถึงโค้งสุดท้าย


กำลังโหลดความคิดเห็น...