xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

จับตา“บอร์ดดีเอสไอ”ยุค คสช. / 2 ดรีมทีม“อดีตศาลฎีกา-เลขาปปง.-หมาเฝ้าบ้าน”พรึบ!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา “กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ”ในคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ดดีเอสไอ) จำนวน 9 ท่านเดิม ซึ่งได้ดำรงตำแหน่ง ปฏิบัติหน้าที่ “ครบวาระ2ปี”แล้ว แม้จะได้ประชุมจริงๆ จังๆ เพียง 3 ครั้ง (ครั้งที่ 1/2557 ครั้งที่ 2/2558 ครั้งที่ 3/2559) โดยทั้ง 9 ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้รับการตั้งแต่ เมื่อวันที่ 4 พ.ย.57 ก่อนครบวาระ บางท่านเกษียณอายุราชการ ประกอบไปด้วย

1. นายวิรัช ชินวินิจกุล ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา อดีตผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา อดีตเลขานุการศาลฎีกา และนายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง

2. นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ก่อนคสช.จะโยกมาก่อนเกษียณอายุราชการในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ที่ทำเนียบรัฐบาล เคยนั่งกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ และกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ

3. นายสุเจตน์ จันทรังษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และที่ปรึกษาประจำประธาน กสทช.

4. รองศาสตราจารย์ เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กรรมการตลาดหลักทรัพย์

5. นายธวัชชัย ยงกิตติกุล ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงินการธนาคาร เป็นเลขาธิการสมาคมธนาคารไทย และกรรมการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

6. นายฉัตรพงศ์ ฉัตราคม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านความมั่นคงประเทศ ตำแหน่งปัจจุบันผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติเป็นเพื่อนร่วมรุ่น“วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร”วปอ. รุ่น 51 มาด้วยกันกับ “พล.อ.อุดมเดช สีตะบุตร รมช.กลาโหม”“พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา”รมว.ยุติธรรม และ “พล.อ.อักษรา เกิดผล”

7. นายสันทัน สมชีวิตา ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นกรรมการมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (ด้านบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)อดีตปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

8. นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ด้านอุตสาหกรรม ปัจจุบันเป็นประธานสภาอุตสาหกรรม เป็นกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

9. นายประมนต์ สุธีวงศ์ ด้านการป้องกันและต่อต้านคอร์รัปชัน ปัจจุบันเป็นประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

โดยตลอดวาระ 2 ปี มติที่สำคัญของบอร์ดชุดนี้ เช่น มีมติในการประชุมครั้งแรก เมื่อ 26 พ.ย.57 ให้ คดีกลุ่มบุคคลแอบอ้างโครงการเกี่ยวกับพระราชดำริส่งเสริมปลูกสบู่ดำ-คดีบุกรุกป่าสงวนเทือกเขากมลา- คดีบุกรุกอุทยานสิรินารถ เป็นคดีพิเศษที่ต้องดำเนินการโดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

เห็นชอบเมื่อ 24 เม.ย.58 ให้คดีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองหยง จ.พังงา คดีองค์การสินค้า กล่าวหาบริษัทเกษตรพืชผล อินเตอร์เทรด จำกัด ทุจริตโครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลัง ปี 2554/55 และปี2555/56

เห็นชอบตามประกาศ กคพ. ฉบับที่ 6 ที่กำหนดลักษณะความผิดตามพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินที่กระทำโดยผู้มีอิทธิพลมีการกระทำผิดที่ซับซ้อน หรือผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงประเทศ มีฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ให้เป็นคดีพิเศษ

นอกจากนี้ มีมติให้ความผิดทางอาญาเป็นคดีพิเศษ 5 เรื่อง โดยเฉพาะคดีการทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ ซึ่งขณะดีเอสไอจะรับผิดชอบในส่วนคดีอาญากับกลุ่มกิจการร่วมค้า ในส่วนคดีแพ่งเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ป.ป.ง.

และมติสุดท้าย 14 มิ.ย.59 ให้คดีบุกรุกป่าเกาะนาคาน้อย จ.ภูเก็ต คดีเอกชนเข้าดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ใน จ.เพชรบูรณ์ คดีกล่าวหากลุ่มบุคคลหลอกลวงชาวมุสลิมไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ ซาอุดิอาระเบีย เป็นคดีพิเศษ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 พ.ย. คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติ และให้มีผลทันทีตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ มีทั้งผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิม 3 ท่าน และเพิ่มใหม่เข้ามาอีก 6 ท่าน ดังนี้
 
1. นายอธิคม อินทุภูติ ผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ ด้านกฎหมาย เลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรม ผู้อดีตพิพากษาศาลฎีกา เป็นผู้มีชื่อเสียงด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นอาจารย์ผู้บรรยายกฎหมายที่เนติบัณฑิตยสภา เคยเป็นประธานแผนกคดียาเสพติดในศาลอุทธรณ์ ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญ ปัจจุบันยังมีตำแหน่ง “ที่ปรึกษากรรมการ” ในศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ในอดีตยุครัฐบาล รสช. เคยเขียนบันทึกท้ายฎีกาคดียึดทรัพย์ ที่มีผลให้มีคำสั่งยึดทรัพย์นักการเมืองที่ร่ำรวยผิดปกติ ในปี 2534

2. นางสาวพันธุ์ทิพย์ นวานุช ผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ ด้านกฎหมาย คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่เคยเป็น ทนายความ (พ.ศ.2528-2548) เป็น อาจารย์พิเศษ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ “กฎหมายอาเซียน”

3. นายสุเจตน์ จันทรังษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิม ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และที่ปรึกษาประจำประธาน กสทช.

4. รองศาสตราจารย์เสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิม ด้านเศรษฐศาสตร์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กรรมการตลาดหลักทรัพย์

5. นายฉัตรพงศ์ ฉัตราคม ผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิมด้านความมั่นคงประเทศ ปัจจุบัน เป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

6. นายสราวุธ เบญจกุล ผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ ด้านการเงินการธนาคาร ปัจจุบัน เป็นรองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมมีตำแหน่งในกรรมการในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการด้านกฎหมายหลายแห่ง

7. นายมานะ นิมิตรมงคล ผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ปัจจุบันเป็น เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น (ประเทศไทย) มาแทน นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เป็นผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน”และอีเมล watchdog@anticorruption.in.th

8. พล.ต.ท.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ ด้านการสอบสวนคดีอาญา ปัจจุบัน เป็นผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบช.กมค.) เคยออกมาระบุว่า “ปัญหาเชิงระบบทำให้ตำรวจทำงานไม่ประสบความสำเร็จ ไม่มีประสิทธิภาพ งานสอบสวนมีความเหลื่อมล้ำ ซึ่งต้องปรับปรุงและพัฒนาให้มีความเท่าเทียมกัน วิเคราะห์ ตรวจสอบถ่วงดุล เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างใกล้ชิด”
 
และสุดท้าย “9. พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล”ผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ ด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปัจจุบัน เป็นเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เคยนั่ง ประธานคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการถอดยศตำรวจ “พ.ต.ท.”ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ทั้งหมดเป็น “ดรีมทีมชุดใหม่”ที่จะเข้ามาเดินหน้าทบทวนให้เกิดเป็นคดีพิเศษ ร่วมกับสำนักงานดีเอสไอ ที่กำลังมีปัญหาในปีที่ 2 และ 3 ของรัฐบาล คสช. โดยบอร์ดชุดนี้คาดว่าจะหมดวาระไปพร้อมกับรัฐบาล คสช. (หากมีการเลือกตั้ง ในปี 2562)

เชื่อว่า เมื่อดูรายชื่อบอร์ดดีเอสไอ ชุดใหม่ ในยุค คสช. /2 แล้ว น่าจะบอกได้เลยว่า เป็นดรีมทีม ที่จะเข้ามาปัดกวาด“คดีสำคัญๆ”เพราะเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ที่ถือว่ามีมากแล้ว อีก 2 ปีต่อไป ก็จะมากและยากขึ้น 

โดยเฉพาะการเข้ามาตรวจสอบธุรกรรมการเงินคดี “สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด”รวมถึงคดีฟอกเงิน "กลุ่มบุคคล-นิติบุคคล"ที่เอี่ยวคดีทุจริตคลองด่าน ที่คสช.ขีดเส้นเอาไว้


กำลังโหลดความคิดเห็น...