xs
xsm
sm
md
lg

บิ๊กไบค์ กับความปลอดภัยในสังคมไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์

โดย...นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์
ประธานทุนง่วงอย่าขับในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มูลนิธิรามาธิบดี

นับวันจำนวนบิ๊กไบค์ในสังคมไทยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องบนท้องถนน คนทั่วไปจะสังเกตบิ๊กไบค์จากขนาด และล้อที่ใหญ่กว่ารถจักรยานยนต์ธรรมดา รถหนักขึ้น ตัวรถสูงขึ้น คนซ้อนท้ายบิ๊กไบค์บางรุ่นนั่งศีรษะสูงกว่าคนขี่เป็นคืบ บางยี่ห้อคนขี่กางแขนสองข้าง และได้ยินเสียงดังเวลาที่ขี่มาใกล้ๆ คนขี่ส่วนใหญ่เป็นชาย แต่ก็เริ่มเห็นผู้หญิงบ้างแล้ว จำนวนบิ๊กไบค์ขึ้นทะเบียนรถขณะนี้มากกว่าแสนคัน กระแสความนิยมบิ๊กไบค์นับวันยิ่งสูงขึ้น ดูได้จากจำนวนยอดขายในประเทศไทยสูงขึ้นแต่ละปีหลายสิบเปอร์เซ็นต์ สวนทางกับเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังถดถอย ในขณะที่ยอดขายรถยนต์และจักรยานยนต์ทั่วไปลดลง แม้กระทั่งยอดขายบิ๊กไบค์ในประเทศที่เจริญแล้วเพิ่มขึ้นแต่น้อยมาก

เหตุใดกระแสความนิยมในสังคมไทยจึงมาแรงมาก คนรุ่นใหม่ต่างก็ต้องการครอบครองและขี่บิ๊กไบค์ อยากเลียนแบบดาราและบุคคลที่มีชื่อเสียงและถูกชักชวนให้เข้ากลุ่มคนรักบิ๊กไบค์ คนรุ่นใหม่ชื่นชอบความแรงและพลังของเครื่องยนต์ที่สามารถเร่งความเร็วจากศูนย์เป็น 100 กม./ชม. ภายในเวลาไม่ถึง 5 วินาที สนุกและตื่นเต้นกับการบิดความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 200 กม./ชม. รู้สึกท้าทายกับการขับขี่ที่ต้องใช้ทักษะอย่างมากในการควบคุมบิ๊กไบค์เวลาเข้าโค้งและเบรครถ เปรียบง่าย ๆ เหมือนกับการควบคุมม้าพยศ ถ้ามีสาว ๆ นั่งซ้อนท้ายยิ่งทำให้คนขี่รู้สึกเท่ ได้อวดตัวเอง และภูมิใจที่เป็นจุดสนใจของผู้อื่น

ความจริงบิ๊กไบค์มีมานานแล้วในสังคมไทย แต่ก่อนจะจำกัดอยู่ในเฉพาะคนมีฐานะเท่านั้น ราคาของบิ๊กไบค์แพงมากตั้งแต่หลายแสนถึงหลายล้านบาท นอกจากนี้อุปกรณ์ความปลอดภัยครบชุดเหมือนนักแข่งอาชีพก็แพงเกือบแสนบาท มีหมวกกันน็อคเต็มใบ เสื้อการ์ดปกป้องไหล่ คอ หลัง กางเกง สนับกันกระแทกข้อศอก ข้อเข่า ถุงมือ และรองเท้า คนมีฐานะเหล่านี้จะขี่บิ๊กไบค์เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ขี่ด้วยกันเป็นกลุ่ม อาจมีรถยนต์นำขบวนไปด้วย เดินทางออกต่างจังหวัดในเวลากลางวันเฉพาะวันหยุดเหมือนกับในประเทศที่เจริญแล้ว คนขี่บิ๊กไบค์ที่มีฐานะเหล่านี้รู้ถึงอันตรายเวลาขับขี่ด้วยความเร็วสูง ถ้าพลาดพลั้งหมายถึงชีวิต อุปกรณ์ความปลอดภัยก็ไม่อาจช่วยชีวิตได้แค่ผ่อนหนักเป็นเบา แต่ก็ยังเอาชีวิตเข้าเสี่ยง อะไรจะเกิดก็ยอมขอให้ได้ขี่ เพราะคิดว่าขี่ดีมีความระมัดระวังมั่นใจว่าอุบัติเหตุไม่เกิดขึ้นกับตนเอง

ในปัจจุบันบิ๊กไบค์ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนรวยเท่านั้น คนทั่วไปเข้าถึงได้ และใช้สำหรับเดินทางในชีวิตประจำวัน ขับขี่ในเขตเมือง เนื่องจากสภาพถนนของเมืองใหญ่ของไทยไม่ดีเหมือนในประเทศที่เจริญแล้ว สภาพผิวถนนไม่เรียบ สูงๆ ต่ำๆ บางถนนมีรอยแยก มีเศษหินบนถนน ทำให้มีโอกาสสะดุดล้มเองได้ บางครั้งมีสุนัขวิ่งตัดหน้า ปริมาณถนนบ้านเราก็น้อย การจราจรก็ติดขัด ถนนค่อนข้างแคบไม่กว้างเหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่มีเลนจักรยานยนต์ คนขี่บิ๊กไบค์ส่วนใหญ่ไม่ขี่ชิดซ้าย จะขี่คร่อมเส้นแบ่งช่องจราจรระหว่างรถยนต์ แล้วแซงซ้ายแซงขวาเพื่อขี่ขึ้นไปข้างหน้า ถนนบางสายช่องจราจรแคบมากบิ๊กไบค์ไม่สามารถแทรกผ่านได้ ต้องเดินลากบิ๊กไบค์ซึ่งหนักมาก

บริเวณแยกที่มีสัญญาณไฟจราจรเวลาเปลี่ยนเป็นไฟเขียวจะสังเกตเห็นบิ๊กไบค์ออกตัวเป็นคันแรก เพราะคนขี่สามารถเร่งเครื่องได้เร็วกว่ารถจักรยานยนต์ทั่วไป ถึงแม้ระบบเบรกของบิ๊กไบค์ดีกว่ารถจักรยานยนต์ธรรมดามี ABS แต่ก็ไม่สามารถหยุดได้ทันที ต้องใช้ระยะทางในการหยุดรถ ยิ่งขี่เร็วยิ่งต้องใช้ระยะทางเพิ่มขึ้น บิ๊กไบค์ขี่ด้วยความเร็ว 100 กม./ชม. ต้องใช้ระยะทาง 46 เมตร ถ้าขี่เร็ว 160 กม./ชม. ต้องใช้ระยะทางเพิ่มขึ้นเป็น 100 เมตรในการหยุดบิ๊กไบค์ ดังนั้นบ่อยครั้งที่คนขี่บิ๊กไบค์หลังเร่งเครื่องเต็มที่หากรถยนต์คันหน้าเลี้ยวหรือหยุดกระทันหัน บิ๊กไบค์วิ่งไปชนเพราะเบรคไม่หยุด เพราะฉะนั้นคนขับรถยนต์ทุกคนถ้าจะเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวรถต้องมองกระจกหลังและให้สัญญาณไฟเลี้ยวแต่เนิ่น ๆ และเวลาจอดรถยนต์ข้างทางคนขับรถยนต์ต้องระมัดระวังก่อนเปิดประตูลงจากรถ

คนขี่บิ๊กไบค์ต้องรู้ว่าหมวกกันน็อคชนิดเต็มใบช่วยป้องกันสมองได้ระดับหนึ่งเวลารถล้มเอง และขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. เท่านั้น แต่ถ้าเร็วกว่านั้นหรือขี่ไปชนรถคันอื่น วัสดุหรือต้นไม้ข้างทาง หรือถูกรถคันอื่นชน หมวกกันน็อคและอุปกรณ์ความปลอดภัยไม่ใช่เหล็กหุ้มเนื้อ ไม่สามารถช่วยให้รอดชีวิตได้ เนื่องจากคนขี่บิ๊กไบค์ส่วนใหญ่จะขี่เร็วมาก อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมักจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ คนขี่อาจคอหักหรือตัวขาดตายทันที หรือบาดเจ็บสาหัส เป็นภาระให้ครอบครัวและสังคมดูแลตลอดชีวิต และยังทำให้เกิดความสูญเสียแก่บุคคลอื่น ๆ ที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน

ผู้เขียนได้รับเชิญไปอบรมอาสาสมัครบิ๊กไบค์ของตำรวจทางหลวงเรื่องความปลอดภัยหลายปีก่อน ได้ถามคนขี่มีใครบ้างที่เคยหลับในขณะขับขี่ ประมาณหนึ่งในสี่ของผู้เข้ารับการอบรมตอบว่า เคยหลับในขณะขี่บิ๊กไบค์ ข้อมูลนี้ตรงกับงานวิจัยของผู้เขียนก่อนหน้านี้ที่สำรวจคนขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง 370 คน ร้อยละ 38 ตอบว่าเคยหลับในขณะขี่วินมอเตอร์ไซค์ ไม่แปลกใจที่เห็นข่าวบิ๊กไบค์เสยท้ายรถที่จอดติดไฟแดง แหกโค้งไปชนรถที่สวนมา ตกข้างทาง ชนต้นไม้ เสาไฟฟ้า โดยไม่มีรอยเบรค สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการหลับใน

เราต้องยอมรับว่าบิ๊กไบค์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในสังคมไทย จะทำอย่างไรให้บิ๊กไบค์และผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน ปลอดภัยจากอุบัติเหตุจราจรที่นับวันจะเพิ่มขึ้น

ผมขอเสนอความเห็นต่อไปนี้ เริ่มต้นที่ครอบครัวและที่โรงเรียน เด็กวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี ขี่จักรยานยนต์ได้ เห็นคนอื่นขี่บิ๊กไบค์ก็อยากลองบ้าง พ่อแม่ ครูและอาจารย์ต้องเตือนว่า การขี่บิ๊กไบค์มีอันตรายมากกว่าจักรยานยนต์ธรรมดา การขี่ได้ไม่เหมือนกับการขี่เป็น หากคิดจะขี่บิ๊กไบค์ต้องเข้าโรงเรียนสอนขี่รถเพื่อรับการฝึกสอนทักษะให้มีความชำนาญก่อน

กฎหมายต้องกำหนดว่าคนขี่บิ๊กไบค์บนท้องถนนได้ ต้องมีใบอนุญาตขับขี่เฉพาะบิ๊กไบค์ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมต้องเร่งสรุปแยกประเภทรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ที่มีกระบอกสูบ 250 CC หรือ 400 CC ขึ้นไปให้เป็นบิ๊กไบค์ คนขี่ควรเป็นผู้ใหญ่มีวุฒิภาวะพอสมควร อายุอย่างน้อย 20 ปี และต้องได้รับประกาศนียบัตร จากโรงเรียนสอนขี่รถว่าได้ผ่านการอบรมฝึกสอนทักษะครบถ้วนแล้ว ถึงจะให้สอบใบขับขี่ที่เข้มงวดทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติก่อนที่จะได้รับใบอนุญาตขับขี่บิ๊กไบค์ ผู้ขี่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด จำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. ในเขตเมือง ในทางหลวงระหว่างเมืองต้องขี่ไม่เร็วกว่าที่กฎหมายบังคับรถยนต์ทั่วไป อย่าเร่งเครื่องเร็วมากโดยไม่จำเป็น ต้องรู้จักเว้นระยะห่างรถคันหน้าให้เหมาะสมกับความเร็ว ถ้าอยากประลองความเร็วต้องไปประลองกันในสนามแข่งเท่านั้น ห้ามใช้ถนนสาธารณะเป็นที่ประลองความเร็ว ทั้งคนขี่และคนซ้อนท้ายต้องสวมใส่หมวกกันน็อคชนิดเต็มใบ คนขี่บิ๊กไบค์ต้องมีสติ ไม่ประมาท ไม่คึกคะนอง ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับขี่ และสุดท้ายเมื่อขับขี่ทางไกลหรือขี่เวลากลางคืนถ้ารู้สึกง่วงนอนต้องไม่ฝืนขี่ ต้องจอดดื่มกาแฟ แล้วงีบหลับ 10-15 นาทีก่อนขี่ต่อ
กำลังโหลดความคิดเห็น...