xs
xsm
sm
md
lg

คุมตัว'ยูซุฟู'ทำแผน'ไมซาเราะห์'ล่องหน จ่อจับแท็กซี่ ตร.เชื่อ'อีซาน'ตัวบงการอยู่ในปท.

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTVผู้จัดการรายวัน - ผบ.ตร.เผย ยูซุฟู รับสอดคล้องหลักฐานจึงนำทำแผนยืนยันจุด มั่นใจเอาผิดชั้นศาลโยงบึ้มกทม.ได้ ยังไม่ได้รับรายงาน 'อีซาน' ตัวบงการเผ่นออกนอกประเทศไปก่อนหน้านี้ ชี้แท็กซี่มีพิรุธให้การวกวน อาจต้องจับตัวดำเนินคดีฐานขนคนต่างชาติ ย้ำมีข้อมูล ร้องเรียนเพียบจ่ายใต้โต๊ะตำรวจ ตม.เล็งรายงานนายกฯ ลั่นล้างบางยกเครื่อง สตม. คุมตัว"ยูซุฟู"มือบึ้ม ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 2 จุด เผยเส้นทางการเงินมาจากตุรกี "ดอน"เผย ไร้วี่แวว"วรรณา ไมซาเราะห์" ต่อติดสถานทูต รับมีปัญหาหลักแหล่งที่แท้จริง ยันความสัมพันธ์ไทย-ตุรกียังแน่นปึ้ก

วานนี้(8 ก.ย.)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์และท่าน้ำสาทร ว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องการสอบปากคำ หรือคำให้การของนายยูซุฟู มีไรลี ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีระเบิด ส่วนที่ระบุว่ามีผู้บงการอยู่เบื้องหลังชื่อว่านายอีซานหรือชื่ออื่นๆ นั้นตนยังไม่สามารถบอกได้ หากมีข้อเท็จจริงก็เป็นหน้าที่ของชุดสืบสวนสอบสวนต้องดำเนินการ รวมถึงจากการให้การของผู้ต้องหาที่อ้างว่ารู้ชื่อผู้บงการและเส้นทางการเดินทาง หรืออ้างว่าใครเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ตนก็ทราบจากข่าว ยังไม่ทราบ ยังไม่ได้รับรายงาน ซึ่งตรงนี้เป็นหน้าที่ของชุดสืบสวนสอบสวนเช่นกัน จะเกี่ยวข้องกับใครตนไม่สามารถที่จะยืนยันชื่อได้ขนาดนั้น เช่นเดียวกับที่อ้างว่าบุคคลที่คาดว่าเป็นผู้บงการเดินทางออกนอกประเทศผ่านทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็ยังไม่ได้รับการยืนยัน

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า วันนี้ตนได้คุยกับ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) ถามว่ามีเหตุการณ์อย่างนี้จริงหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ก็บอกว่าไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น ส่วนข่าวที่บอกว่า 2 คนที่หนีไปทางมาเลเซีย หรืออยู่ที่ชายแดนแถวมาเลเซียนั้น เป็นข้อมูลที่รับฟังมาแต่ก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยันขนาดว่ามีผู้ต้องสงสัยหรือผู้ที่ร่วมก่อการหนีเข้าไปในมาเลเซียแล้วหรืออยู่ที่ภาคใต้ ฟังมาก็ติดตามข่าว แต่ยังไม่มีการยืนยันชัดเจนขนาดนั้น

"ขบวนการนี้มีเป็น 10 ในกลุ่มบางคนรู้จักกันแต่บางคนไม่รู้จักกันเลย วิธีการค่อนข้างจะลึกลับซับซ้อน มีการส่งข้อความผ่านโซเชียล เทคโนโลยีใหม่ๆ ตำรวจก็ต้องใช้ความสามารถเข้าไปสู่ความลึกลับซับซ้อนนั้นให้ได้ อย่างไรก็ตามตนไม่ทราบรายละเอียดการสอบปากคำนายยูซุฟู เชื่อว่าหากคำให้การเป็นประโยชน์เจ้าหน้าที่คงนำมาใช้ประโยชน์ ส่วน จะรับสารภาพหรือไม่ก็ไม่จำเป็นเพราะเรามีพยานหลักฐานหลายๆ อย่างมาประกอบ ไม่ขอนำมาเปิดเผยเพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวนการสอบสวน"พล.ต.อ.สมยศ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีเพียงการแจ้งข้อหาและออกหมายจับในความผิด ข้อหาครอบครองยุทธภัณฑ์ ในพื้นที่สน.หนองจอก และสน.มีนบุรี มีอะไรเป็นหลักฐานเชื่อมโยงกับเหตุระเบิด 2 จุดหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า หลักฐานเยอะแยะ ที่สามารถระบุได้ว่ามีส่วนร่วมกับขบวนการนี้ แต่ตนเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้เพราะเจ้าหน้าที่จะทำงานยากและเจ้าหน้าที่ยัง ต้องสืบหาตัวผู้ร่วมขบวนการที่ยังไม่พบ หรืออาจมีมากกว่านี้ให้ได้ก่อน จะให้ระบุชัดเจนว่าขบวนการนี้มีกี่คนยังทำไม่ได้ ผมว่าตัวผู้ต้องหาอาจจะรู้จักไม่กี่คนเฉพาะกลุ่มที่ทำงานร่วมกัน แต่คนอื่นๆได้มีการสื่อสารกันแต่อาจจะไม่รู้จักกันก็ได้ การรับคำสั่งอาจรับมาเป็นทอดๆก็ได้ คนต้นทางกับกลางทางอาจรู้จักกัน โดยไม่รู้จักคนปลายทาง เชื่อว่าเขามีการคิดการวางแผน กำหนดวิธีการมาอย่างดี นี่คือความซับซ้อน ทั้งนี้ ในเบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานว่าจะแจ้งข้อหาใดบ้าง ยังบอกไม่ได้ว่าตอนนี้จะแจ้งข้อหาก่อเหตุระเบิด หรือก่อการร้ายได้หรือไม่ เข้าประเด็นข้อกฎหมายอะไร สอบถามไปทางพล.ต.ท.ศรีวราห์ ได้ความว่ากำลังดำเนินการอยู่ทุกอย่าง

"ก่อนจะแจ้งข้อหา ทั้งคำให้การของผู้ต้องหา พยานหลักฐานที่ปรากฏ คำให้การของพยานมันจะต้องสอดคล้องกันก่อน มันต้องใช้เวลาหากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์กับคำให้การไม่ตรงกันก็ใช้ไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติก็ระบุถึงสถานที่ไม่ถูก เช่นบอกว่าจุดนั้นคือหัวลำโพง บอกว่าอยู่หน้า ตร. จริงๆ อาจไม่ใช่ บอกจุดไม่ชัด ตรงนี้ต้องทำแผนประกอบคำรับสารภาพยืนยันไล่จุดให้ชัดเจน เมื่อคืนที่ผ่านมาจึงสอบสวนกันถึงตี 5 แม้แต่คำให้การของคนขับแท็กซี่เองก็ยังมีความสับสนไม่ตรงกันในแต่ละครั้ง ตอนแรกบอกรับผู้ต้องหาหน้าตึกชาญอิสระ อีกวันบอกไม่ใช่ ไปรับที่พระราม3 แม้แต่คนไทยยังพูดไม่ตรง ถามอีกวันบอกมึน บางครั้งอาจมีการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยการรับส่ง เคลื่อนย้ายชาวต่างชาติไปตามจังหวัดต่างๆ ซักถามแท๊กซี่บางคันที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง อ้างว่าไม่รู้จักกับบุคคลเหล่านี้ แต่มีการพูดคุยกันกว่า 20 นาที เป็นไปได้อย่างไรว่าไม่รู้จักกัน คุยตั้ง 20 นาที บอกว่าตัวอยู่ ฝั่งธนฯ ได้รับโทรศัพท์ จึงไปรับกลุ่มผู้ต้องหาที่ย่านรามคำแหง มันไม่เมคเซ้นส์ เมื่อซักไซร้มากๆก็ตอบเลี่ยงไปเลี่ยงมา เพราะกลัวมีความผิดว่าส่งคนพวกนี้ขึ้นรถทัวร์ไปภาคใต้ ขนย้ายชาวต่างชาติ พวกนี้พูดลึกไปก็โดนตัวเอง ปกปิดป้องตัวเองกะล่อนที่สุดเลย แต่สุดท้ายก็จนด้วยหลักฐาน อาจมีการดำเนินคดีกับแท็กซี่ด้วย เพราะไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่งชาวต่างชาติ แต่อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่สุดท้ายกลายเป็นความผิด แค่อยากได้เงินเท่านั้น ที่พยายามบอกคืออย่าเพิ่งเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา มันเปลี่ยนแปลงได้ อย่างถามว่าเคยไปหัวลำโพงไหม เขาบอกไม่เคย พอเอาซีซีทีวีให้ดูว่านี่คุณอยู่ที่หัวลำโพง จึงยอมรับ มันเป็นอย่างนี้หลายคดีพอขึ้นศาลก็อ้างว่าตำรวจซ้อมในรับสารภาพ ย้ำว่าอย่ารีบสรุปเพราะพวกนี้ฝึกมาดี ไม่ง่ายหรอกที่จะถามแล้วเผลอบอกยอมรับง่ายๆ หากรีบสรุปจะเสนอข่าวผิดๆไป” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว และว่า

พยานหลักฐาน และคำให้การของผู้ต้องหาสอดคล้อง สมบูรณ์จึงนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพได้ในวันนี้ และมั่นใจว่าสามารถดำเนินคดีในชั้นศาลได้ เขารับสารภาพในหลักฐานที่ตำรวจเอาไปยัน วันนี้ต้องพาไปชี้จุดให้ถูกต้อง มันไม่ง่ายทุกอย่างต้องเป็นขั้นเป็นตอน ตำรวจทำงานกันทั้งคืน

เมื่อถามว่านายยูซุฟูรับว่าเป็นคนประกอบระเบิด หรือนำระเบิดมายังที่ก่อเหตุ หรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า คงคล้ายๆอย่างนั้น ขณะที่ จากการสืบสวนสอบสวน พบว่า นายอาเดม คาราดักและนาย ยูซุฟู ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พักอยู่ในห้องเดียวกัน ส่วนมีรายงานว่าจับชายเสื้อเหลืองได้นั้นไม่มี ตนได้ยินจากสื่อมวลชน ก็สอบภาม ผบช.น ได้รับคำตอบว่าไม่ยืนยัน

***เผยเส้นทางการเงินมาจากตุรกี

ผู้สื่อข่าวถามว่าสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ได้มีการตรวจสอบเส้นทางสนับสนุนทางการเงินของขบวนการนี้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเส้นทางการเงินมาจากประเทศตุรกี พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ทางปปง.ก็กำลังดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินอยู่

ถามว่าโอกาสการสนับสนุนเส้นทางการเงินจากต่างประเทศจะมีมากน้อยแค่ไหน ผบ.ตร.กล่าวว่า ก็ต้องให้ปปง.ยืนยันเข้ามาก่อน

เมื่อถามถึงกรณีการออกมาระบุถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และสั่งให้จัดระเบียบใน สตม. นั้น ผบ.ตร.กล่าวว่า ตนได้รับร้องเรียนจากประชาชน บริษัททัวร์ บริษัทท่องเที่ยว ว่าได้รับผลกระทบ ได้รับร้องเรียนหลายเรื่อง ก็ได้ตำหนิตำรวจตม.ไปแล้วในการเรียกประชุมเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา บอกไปว่ามันมีผลกระทบต่อประเทศชาติ

สำหรับกรณีที่ระบุว่ามีการเรียกรับเงินใต้โต๊ะหลายรูปแบบ และกำชับไปยัง พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผบช.สตม.ให้ดำเนินการ นั้น พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า หากตนพบพฤติกรรมก็ต้องพิจารณาโยกย้าย

ถามว่าผบ.ตร.จะเกษียณฯในอีกไม่กี่วัน อาจไม่มีใครเกรงกลัว ผบ.ตร.กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร เมื่อวานนี้ พล.ต.อ.จักทิพย์ ชัยจินดา รองผบ.ตร. ว่าที่ผบ.ตร.คนต่อไปก็ร่วมรับฟัง อย่างไรก็ตามตนจะรายงานเรื่องนี้ต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีด้วย ตนอยากล้างบาง อยากยกเครื่องเหมือนกัน ส่วนเรื่องเงินใต้โต๊ะวันละ 1.8 ล้านบาท นั้น ตนก็ได้รับรายงานมาอย่างนี้

***นำตัว ยูซุฟู ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

เมื่อ15.00 น. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. ร่วมกันนำตัวนายไมไรลี ยูซุฟู ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 2 จุด โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารคุ้มกันอย่างหนาแน่น ซึ่งจุดแรกคือ ภายในห้องเลขที่ 412 และ 414 พูลอนันต์อพาร์ตเม้นท์ เลขที่ 134/5 ปากซอยเชื่อมสัมพันธ์ 11 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กทม. เป็นห้องเก็บอุปกณ์ประกอบระเบิดและจุดที่2 ซอยราษฎร์อุทิศ25/8 ไมมูณากาเด้นโฮม เขตมีนบุรี ซึ่งเป็นจุดที่นายมีไรลี นัดเจอกับผู้รวมขบวนการคนอื่น

****"ดอน"เผย ไร้วี่แวว"วรรณา" ต่อติดสถานทูต

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีนางวรรณา หรือไมซาเราะห์ สวนสัน ผู้ถูกออกหมายจับ ฐานอาจมีส่วนรู้เห็นในเหตุระเบิด หน้าศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ จะติดต่อขอมอบตัวกับสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงอังการา ประเทศตุรกีว่า ขณะนี้นางวรรณา ยังไม่ได้มีการติดต่อมาแต่อย่างใด และไม่ทราบว่าสุดท้ายแล้วนางวรรณา อยู่ในประเทศตุรกี จริงหรือไม่ ที่ผ่านมามีแต่ข่าวอ้างว่าอยู่ตุรกีเท่านั้น ส่วนการติดตามตัวว่านางวรรณา อยู่ประเทศใดนั้น เนื่องจากไทยไม่มีกฎระเบียบที่แน่นอนว่าจะให้คนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ ต้องมาลงทะเบียนกับสถานทูต ทำให้เวลาบุคคลใดไปต่างประเทศแล้วไม่มาแจ้งสถานทูต ไม่มีการลงทะเบียน หรือโทรศัพท์ติดต่อมา จะไม่มีหลักฐาน หรือรายการว่าบุคคลนั้นๆอยู่ประเทศใด ยกเว้น มีคนไทยคนอื่นมาแจ้งว่าเห็นอยู่ที่นั่น

ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถขอตรวจลงตรากับประเทศตุรกี ได้หรือไม่ นายดอน กล่าวว่า ได้ แต่ต้องไปขอกับทางการตุรกี ส่วนการประสานขอตัว หากพบว่าอยู่ประเทศตุรกีจริง สามารถทำได้ แต่ทั้งหมดต้องมาจากฝ่ายตำรวจที่ทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนเรียบร้อย และส่งให้อัยการฟ้อง จากนั้นจะแจ้งให้กระทรวงต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่ติดต่อประสานไปยังประเทศนั้นๆ

เมื่อถามว่า การประสานงานกับทางการตุรกี ติดขัดอะไร หรือไม่ นายดอน กล่าวว่า ไม่มีอะไรติดขัด มีความสัมพันธ์ที่ดีมาก โดยหลังเกิดเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. รมว.ต่างประเทศตุรกี ยังแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย ขณะที่ในส่วนของผู้ต้องหา ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนเองก็ยังไม่ได้ยืนยันว่า เป็นชาวตุรกีหรือไม่ ส่วนเรื่องพาสปอร์ต ก็ยังต้องตรวจสอบกันอยู่ ประเด็นนี้ไม่มีสิ่งใดที่เราได้รับการต่อว่า หรือตามติดจากตุรกีโดยตรง

**คสช.ชื้“ยูซุฟู”ทำแผนสอดคล้องรูปคดี

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าวผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ถึงความคืบหน้าการก่อเหตุลอบวางระเบิดแยกราชประสงค์และท่าน้ำสาทร ว่า การติดตามสืบสวนคดียังคงมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ผ่านมา กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยได้ส่งตัว นายไมไรลี ยูซุฟู ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ที่อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในคดีร่วมกันมียุทธภัณฑ์ไว้ในครองครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังได้ออกหมายจับเพิ่มเติมอีกจำนวน 2 ราย คือ นายอับดุลเลาะห์ อับดุลเลาะห์มาน (ชาวต่างชาติ ตามภาพสเก็ต) และชายต่างชาติไม่ทราบชื่อซึ่งปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิด ในข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดในครอบครอง เหตุเกิดที่พูลอนันต์อพาร์ทเม้น สรุปจนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับไปแล้วทั้งสิ้น 11 ราย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้สรุปมูลเหตุจูงใจหรือตัดประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องใดๆ จนกว่าจะมีพยานหลักฐานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ในส่วนของการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนนั้นขอความร่วมมือนำเสนอเฉพาะข่าวสารที่ได้รับการยืนยันและชี้แจงอย่างเป็นทางการเป็นหลัก เพื่อให้การรับรู้และความเข้าใจของสังคมเป็นไปอย่างถูกต้อง ป้องกันไม่ให้เกิดความสับสน ส่วนกรณีที่มีการตัดต่อภาพผู้ต้องหาไปเชื่อมโยงกับประเด็นทางการเมืองนั้น ขอให้ยุติการกระทำดังกล่าว เพราะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และสร้างความแตกแยกในสังคมไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พล.ต.ท.ดร.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หนองจอก สน.มีนบุรี ได้นำตัวนายไมไรลี ยูซุฟู ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ พูลนันต์ อพาร์ทเม้น เขตหนองจอก และ ไมมูณากาเด้นโฮม เขตมีนบุรี รวมถึงร้านขายวัสดุภัณฑ์แห่งหนึ่งในเขตบึงกุ่ม ซึ่งผู้ต้องหาได้ทำแผนเป็นไปอย่างถูกต้อง สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ขณะเดียวกันในส่วนของเจ้าของร้านขายวัสดุภัณฑ์ก็ได้ยืนยันตรงกันว่านายไมไรลี ยูซุฟู เป็นผู้ซื้อวัสดุภัณฑ์จากร้านค้าของตนจริงๆ.
กำลังโหลดความคิดเห็น...