xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

จาก “หงา คาราวาน”ถึง “สุชาติ สวัสดิ์ศรี”“ผมว่าเขามาช้าไป อายุ 70 เข้าไปแล้ว”“มาเป็นหัวหอกเองด้วย ไม่น่าเชื่อ ผมคิดไม่ถึง”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ชั่วโมงนี้ วิวาทะร้อนในแวดวงวรรณกรรมเห็นทีจะหนีไม่พ้นการออกอาการฟาดงวงฟาดงาของ “สุชาติ สวัสดิ์ศรี” เจ้าของนามปาก สิงห์สนามหลวง ที่มีต่อเพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมเส้นทางเดียวกัน โดยมีต้นสายปลายเหตุมาจากกรณีการจับกุมนักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่จำนวน 14 คน

แน่นอน โจทย์หลักของวิวาทะครั้งนี้ก็คือ สุรชัย จันทิมาธร หรือ หงา คาราวานศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2553 ผู้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นอาจารย์ใหญ่แห่งวงการเพลงเพื่อชีวิต รวมถึงกวีรัตนโกสินทร์อย่างเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และวิทยากร เชียงกูล

ด้วยข้อหาฝักใฝ่ในรัฐบาลเผด็จการทหาร เป็นพวกอดีตหัวก้าวหน้า

ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จุดยืนทางการเมืองเปลี่ยนไปหรือไม่ ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ได้สัมภาษณ์พิเศษหงา คาราวาน พร้อมบทวิเคราะห์ร้อนๆ เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ การเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษาในยุคปัจจุบันว่าแตกต่างจากยุค 14 ตุลา 16 หรือ 6 ตุลา 19 อย่างไร

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2557 สุชาติ สวัสดิ์ศรีเปิดวิวาทะครั้งแรกเกี่ยวกับเรื่องรัฐประหาร ล่าสุด ตีกระทบเรื่องฝักใฝ่เผด็จการทหารอีก

ในความรู้สึกเราทั้งสองครั้งแกเป็นฝ่ายเปิดฉากก่อน เราอยู่เฉยๆ มันไม่ใช่ ก็มีการโต้กันเปรียบเหมือนวิวาทะ เหมือนมีอะไรแกก็จะใส่ก่อน 2 ครั้งเลย อันนี้ก็เหมือนกัน 'บอกว่ากลับบ้านเถอะ' คล้ายว่ากลับเนื้อตัวกลับตัวกลับใจเสียเถิด แปลกันตามตรงเลยแกมาแรงก็เลยไปแรง

ครั้งแรกนั้นเป็นเรื่อง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใหม่ๆ เลย แล้วมีเสียงสนับสนุนของฝ่ายต่อต้านรัฐประหาร เราก็ดูกลุ่มฝ่ายทางนู้นฝ่ายเสื้อแดง เราก็แหย่เล่น เฟซบุ๊กเรามีอยู่แล้วเป็นพื้นที่ของเรา เขียนกลอนบ้างอะไรบ้างเป็นประเด็นไป เขียนว่า 'ต่อต้านรัฐประหารทำไม ทำไมไม่บอกว่าเอายิ่งลักษณ์คืนมาเอาทักษิณกลับมา มันจะตรงประเด็นกว่า'

ผมเจอ สุชาติ เจอกันก่อนนะ อย่างโพสต์วันนี้เมื่อวานเจอกันก่อนผมโพสต์ เมื่อวานนี้ยังกินเหล้ากันอยู่เลย ไปงานเปิดตัวหนังสือของกลุ่มบ้านเพลง นั่งคุยกันนั่งกินเหล้ากันดีๆ ไม่เห็นมีแวว แต่วันต่อมาเขาอัดเรา จะอ้วก หากระโถนให้หน่อย โห! มาแรงนี่หว่า เมื่อวานไม่เห็นจะพูดเลย เจอกันไม่เห็นพูดเลย ความรู้สึกอย่างนั้นเราก็เลยเขียนโต้กลับ

ประเด็นหลังนี้ ไม่ใช่ว่าเราคนเดียว มีพี่เนา (เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์) ขึ้นชื่อแรกเลย วิทยากร เชียงกูล และก็เรา เขาบอกว่าให้กลับบ้านเสียเถอะ ยังไม่สายเกิน (หมายถึงถอยออกจากเผด็จการทหาร) ผมก็เลยรู้สึกว่าแกเจตนาจงใจ เวลามีกระแสอะไร แกจะตีมาทางพวกด้านวรรณวิจักษ์ นักคิดนักเขียน เป็นพวกผู้นำทางความคิดของคนหนุ่มสาวสมัยแสวงหา 14 ตุลา 2516

เคยเป็นกลุ่มพระจันทร์เสี้ยวด้วยกัน มี สุชาติ สวัสดิ์ศรี วิทยากร เชียงกูล ฯลฯ คือเพื่อนกันนั่นแหละ กลุ่มนักเขียนนักคิด ต่อมาความคิดก็ไม่เหมือนกัน อย่างวิทยากรเป็นอาจารย์มหาลัยด้วย มีมิติทางด้านอีกด้านหนึ่ง พี่เนา ก็เป็น สปช. เราก็อยู่ในฐานะนักเขียนคนนึง และเราเล่นดนตรีด้วย ผมรู้สึกว่าการที่สุชาติตีกระทบถือว่าเป็นการจงใจ ตั้งข้อสังเกตว่าต้องการจะเกาะกระแสอะไรหรือเปล่า? การที่กระแสต้านรัฐประหารเป็นข่าวเป็นประเด็นขึ้นมา ตีกระทบอย่างนี้ตั้งใจปลุกกระแสใช้เราให้เป็นประโยชน์กับเขาหรือเปล่า เพราะใส่มาทางเรามันไว มันเหมือนโยนน้ำมันลงในกองไฟ เรื่องต่อต้านรัฐประหาร ฟังดูเผินๆ มันก็เป็น หลักการที่ดี คือในยุคที่ประชาธิปไตยมันกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว กลับมาต่อต้านประชาธิปไตย

การออกตัวต่อต้านเผด็จการทหาร และกราดด่าพี่น้องในวงการวรรณกรรมที่เห็นต่าง สุชาติ สวัสดิ์ศรีมีนัยแฝงหรือเปล่า

ในยุค 14 ตุลา มันสวยงาม มายุคนี้ผมไม่มั่นใจว่าความหมายเดียวกันหรือเปล่า ทำไมเราถึงไม่รู้ว่าต่อต้านเผด็จการกับเขา เพียงแต่ว่าที่เข้าต่อต้านเผด็จการเอาประเด็นตรงๆ เลยนะ เราก็ไม่ได้ว่าอะไร ถ้าคุณคิดอย่างนั้น คุณคิดในทิศทางนั้นก็ตามสบาย เฮ้ย! อย่าทำ! เราไม่เคยห้าม เราอาจจะเห็นด้วยด้วยซ้ำแต่เราไม่แสดงออก แต่ว่าในการที่โยนหินก้อนเบ้อเริ่มผลัก เราให้ไปอยู่ในพวกนิยมเผด็จการ อันนี้แหละที่มันดูเหมือนยัดเยียด ซึ่งที่จริงเราอาจจะนิยมเผด็จการก็ได้ ต่อต้านเผด็จการก็ได้ มันอยู่ที่ตัวของเราเอง เราจะคิดยังไงก็ได้

ความจริงแล้วเราก็ไม่ได้ไปขวางเขา จะคิดยังไงก็ได้ แต่คล้ายๆ ว่า คุณมาตีเราให้เราคิดใหม่ เหมือนเราเป็นคนผิด มันยังไงก็ไม่รู้ รู้สึกว่าคุกคามเราหรือเปล่า? โดยเฉพาะ 3 คนที่เอ่ยชื่อ ซึ่งก็มีอีกมากมายหลายคน ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ แนวคิดอย่างพวกเราๆ ท่านๆ ทุกคนถูกกระทบ

แต่ว่าการกระทบครั้งนี้เรามองว่าเป็นการเจตนาแฝงกระแสไว้ แต่มันก็ผ่านมาแล้ว เขาปล่อยแล้ว (กลุ่มนักศึกษาดาวดิน) ก็ดีใจด้วย ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะ ดีใจด้วย

ที่ผ่านมาวงการนักคิดนักเขียนแตกแยกเป็น 2 ฝ่ายอยู่แล้วหรือเปล่า

อย่าพูดว่า 2 ฝ่ายเลย ผมว่านักเขียนก็มีไม่ได้มากมายอะไร นับหัวกันได้เลย ส่วนหนึ่งก็ไม่ได้อยู่ฝ่ายไหน พวกเขียนทำมาหากินอย่างเดียว เขียนนวนิยาย ไม่แสดงออก เป็นนักเขียนอาชีพ บางคนไม่ได้มาเทกไซค์

ผมยอมรับความแตกต่าง เราก็เทกไซค์ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราเสียผู้เสียคนอย่างที่ สุชาติ เขาว่า เรียกว่าเรามาน้อยใจตรงนี้ ก็รู้สึกเขาประเมินเราผิด เขาดูถูกเรา ทำไมเขาไม่ยกหูมาคุยกับเรา ถ้าเพื่อนเราจริงๆ

ตีเอาๆ เป็นอย่างไงก็เป็นอย่างนั้น ในเมื่อคุณผลักผมมาอย่างนี้ ผมก็ตอบโต้ แต่ผมไม่เคยผลักไสคุณ ไม่เคยยัดเยียดคุณเลย ไม่เคยด่า จนเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่อยากด่า ถือว่าเป็นเพื่อน แต่ไม่รู้เขาอยากเป็นเพื่อนเราหรือเปล่า (หัวเราะ)

การที่ สุชาติ สวัสดิ์ศรีพาดพิงน้าหงาทำนองว่าเป็นหัวก้าวหน้าที่ล้าหลัง น้าหงาจะอธิบายว่าอย่างไร

ต่างคนต่างมุมมองนะ ผมก็ว่าเขาล้าหลัง ผมว่าเขามาช้าไป เขาเกิดในยุคโน้นแต่ยุคโน้นทำไมเขาปลีกตัวปลีกวิเวก เป็นนักคิดที่ปลีกตัวไม่เอา ไม่ออกมาเคลื่อนไหว เป็นปัจเจกเป็นนักคิดที่ทรงคุณค่าคนหนึ่งแต่คิดอะไรผมไม่รู้นะ แต่มาตอนนี้รุนแรง ผมก็เลยมองๆ ว่า มาช้าไปหรือเปล่าวะ? ผมว่าเขาทำเหมือนกับวัยรุ่นสมัยนู้นทำเหมือนกับตัวเองเป็นดาวดินคนหนึ่ง ทำไมมาช้า อายุ 70 เข้าไปแล้ว มาเป็นหัวหอกเองด้วย ไม่น่าเชื่อ ผมคิดไม่ถึง!

ดูเหมือนเขาจะมองว่าน้าหงาไม่รู้จักเรียนรู้บทเรียนในอดีต เสียผู้เสียคนไปแล้ว

คือไปรับใช้อํามาตย์คืออยู่ดีๆ ก็มาผลักไสเรามุมนั้น! ก็รู้สึกยังเหมือนเดิมนั้นแหละเราไม่อยากมีพรรคมีพวกอะไรกับเขา เราเสียใจที่เขาเข้าใจอย่างนั้น และก็เสียใจยิ่งขึ้นไปอีกที่เขาเขียนด่า ด่าเป็นหมูเป็นหมาเลย ไร้ราคา เพราะฉะนั้นเรารู้สึกว่านำธรรมมะเข้ามาใช้ดีกว่า การด่าอย่างนั้นก็เหมือนด่าตัวเองด่าใส่กระจก ให้ทุกข์ ให้อกุศล

คิดอย่างไรกับรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร

เวลามันผ่านมาปีกว่าๆ ผมก็ยังติดตามและดูอยู่ว่ามีบางอย่างเหมือนจะดี บางอย่างก็แย่อะไรทำนองนี้ แต่ว่ามันมาในนามของ 'รัฐประหาร' ในนามยึดอำนาจก็ต้องเสียเวลาแก้ภาพตรงนี้นาน ผมติดตามอยู่ ยังให้เวลาอีกปีสองปี แต่ว่าต้องแก้ไขเรื่องหลักๆ ให้ได้ โดยเฉพาะในภาคของวิชาการ เรื่องเศรษฐกิจ แทนที่จะไปซื้อเรือดำน้ำ แย่! คิดได้ยังไง แม้กระทั่งเรื่องเปิดบ่อน ดีนะไม่ได้เป็นภาครัฐคิด เป็นเรื่องส่วนบุคคลไปแต่ไม่ใช่คนธรรมดาคนใหญ่ด้วย

มั่นใจการบริหารประเทศของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แค่ไหน

คิดว่าอยากรอดูอีกซักหน่อย ดูเขาแก้ปัญหา อย่างในเรื่องนักศึกษาเขาก็แก้ปัญหาได้เปลาะนึงแล้ว

ดูเหมือนประเทศไทยล้มลุกคลุกคลานประชาธิปไตยบ้างรัฐประหารบ้าง

มันคือลักษณะพิเศษ วนแล้ววนอีก รอการเยียวยาแก้ไขอะไรบางอย่างหรือเปล่า? ผมก็ไม่ค่อยเชื่อมั่นที่เขาต่อสู้ เพื่อประชาธิปไตยเพื่อการเลือกตั้ง ประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง ตรงนี้ผมมองเห็นความแตกต่าง รู้สึกว่าประชาธิปไตยโดยการเลือกตั้ง พรรคการเมือง ได้ผลประโยชน์ใส่พรรคพวกกันเอง เป็นรัฐบาลก็รวยไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายค้าน ส.ส.เข้ามา เป็นกลุ่มผู้รับเหมา ผู้มีอิทธิพล พวกเหี้ยก็เยอะ คุณภาพไม่มี นี่หรือคำตอบของการเลือกตั้ง? ผมว่ามันไม่ใช่! จะแก้อย่างไรไม่รู้ แก้กฎหมายฉบับไหนแล้วยังหาคำตอบไม่ได้รัฐสภาจะมีประโยชน์อย่างไร

ผมรู้สึกว่าการปฏิวัติไม่ให้คำตอบ การเลือกตั้งก็ไม่ได้คำตอบ การรัฐประหารก็ไม่ให้คำตอบ เราก็มองหาทางออกกันอยู่ หน้าที่ของทุกคนคือช่วยกัน เท่าที่มีลมหายใจกันอยู่

เห็นด้วยกับการจับกลุ่มนักศึกษากลุ่มดาวดินที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยไหม

ไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว เด็กก็คือเด็ก อย่างที่เขาพูด มันผิดกฎหมายเราก็พูดไม่ออก สุดท้ายก็ปล่อยเพราะมีผลกระทบเยอะไงมันจะบานปลาย ก็วางตัว ไว้ตัวหน่อยนึง ปล่อยก็ไว้ตัว ถ้าผิดก็จับอีกนะ

แต่เด็กมองดูอีกด้านนึงใจร้อนไปหน่อย อยากให้เขาคิดมากกว่านี้หน่อย ไม่ได้ว่าเขาคิดน้อยนะ เขาอาจจะคิดมากกว่าเราก็ได้ แต่ว่ามันเร็วเกินไป มันเติบโตเร็วเกินไป อะไรที่มันลุกไวเร็วมันก็จะมอดเร็ว

ทำไมถึงมองว่าการกระทำของนักศึกษากลุ่มนี้เร็วเกินไป

ถ้าเป็นประกายเพลิงประกายไฟมันลุกเร็วเกินไป และมันก็ดับเร็ว เขาพยายามเปรียบเทียบโยงใยไปถึงเรื่องเก่าๆ เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ที่อีกไม่นานคนรุ่นลูกรุ่นหลานก็จะลืม โยงใยแต่ไม่เหมือนกัน เพราะนั่นเป็นเผด็จการยาวนาน สู้กับเผด็จการทหารสู้กันมานยาวนาน เป็นลำดับเหมือนเรื่องคอร์รัปชั่น เป็นการสะสมกฎหมาย ค่าครองชีพ เรื่องนู้นเรื่องนี้มันสะสม จนกระทั่ง จับ 9 นักศึกษาที่รามคำแหง และขับไล่ออกจากการเป็นนักศึกษา ก่อนชนวนจะมาเป็น 14 ตุลา

แต่คราวนี้คือจะเน้นเทกไซด์ ไม่ใช่เพื่ออะไร เพื่อพวกเขาเอง มีความรู้สึกอย่างนั้น รู้สึกว่าไม่ใช่เพื่อภาคประชาชนเท่าไหร่

พิจารณาแล้วการขับเคลื่อนของนักศึกษากลุ่มดาวดินมีวาระซ่อนเร้นหรือเปล่า

ผมก็คิดว่าอย่างนั้น ใครๆ เขาก็คิด ซึ่งเราก็ไม่ได้ว่า คุณคิดได้ทำได้แต่ถ้าคุณถูกจับคุณก็อย่าโวย

แสดงว่าพวกเขากำลังถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

เรื่องถูกหลอกผมไม่ยืนยันไม่รู้ใครหลอกใครยังไง เหมือนไปดูถูกเขาอีก แต่ว่ามีผู้ผลักดันไหม? มี! กำลังใจเยอะแยะ ครูบาอาจารย์ของเขาเอง ระดับสถาบัน ครูบาอาจารย์ธรรมศาสตร์ อันนี้เราจะมองผิวเผินไม่ได้ แต่มันมีกระบวนความคิดอย่างนั้น แนวไหนอย่างไร มันทับซ้อนกันอยู่ ความเคลื่อนไหวต้านเผด็จการ มีหลายระดับหลายแนวคิด

ผมเขียนเพลงเกี่ยวกับกลุ่มดาวดินผมก็เขียน เขียนเป็นวาทกรรมอะไรก็ว่าไป ช้าๆ หน่อยจะสวยกว่าไหม โผงผางก็จะชูธง

ภายใต้การปกครองของรัฐบาลชุดนี้ พิจารณาดูแล้วประเทศไทยดีขึ้นเยอะไหม

บางเรื่องก็เบาใจ บางเรื่องก็หนัก เรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง ชาวไร่ ชาวนาเกษตรกรแก้ไม่ได้ มาพลาดตรงนี้

การเมืองต้องนิ่งก่อนหรือเปล่าประเทศถึงจะมีการพัฒนา

มันไม่นิ่งนะสิ มีคนจุดประกายตลอด น่าจะเป็นเวรเป็นกรรมของบ้านเรา รวมกันไม่ได้เสียที ซึ่งผมไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของอะไรทั้งหมด คิดได้เท่าที่ได้ ร้องเพลงเท่าที่ได้

ให้เวลา คสช. ต่ออายุได้กี่ปี

อยากให้เขาอยู่ ผมไม่ได้นิยมเผด็จการนะ แต่ว่าอยู่เพื่อจะค้ำให้กฎหมายใหม่ขึ้นมา และ กฎหมายใหม่ควรจะร่างให้เสร็จก่อน คสช. หมดอำนาจและปล่อยให้มีการเลือกตั้งคงจะดีขึ้นระดับหนึ่ง และก็ฝนตกขี้หมูไหลมันจะมาอีก มันจะปรับตัวเชื้อโรคต่างๆ นานา อย่างนี้

รู้สึกประทับใจผลงานใดของ คสช. บ้าง

เรื่องประมงแก้ปัญหาปลาใหญ่กินปลาน้อย และขบวนการทักษิณจัดการได้ค่อนข้างดี ทำให้คนเห็นหูตาสว่างมากขึ้น

ได้ข่าวว่าน้าหงากำลังมีผลงานรวมเล่มเรื่อง 'ในยามที่พระเจ้าหลับไหล' ฝากผลงานสำหรับแฟนนักอ่านหน่อย

ในยามที่พระเจ้าหลับไหล เป็นหนังสือรวมงานเขียนจากอดีตถึงปัจจุบันของผม 80 เรื่อง เขียนใหม่ปีนี้ 2 เรื่อง มี CD ผลงานเพลงใหม่แจกด้วย (ติดตามรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊ก กึ่งศตวรรษเรื่องสั้น สุรชัย จันทิมาธร) นอกนั้นเขียนกลอนฝึกมือ นักเลงกลอนนอนเปล่าก็เศร้าใจ (ยิ้ม)





กำลังโหลดความคิดเห็น...