xs
xsm
sm
md
lg

ทหาร-ตร.บุกยึด สวนป่า'ยสวดี' รัฐสูญ100ล้าน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ทหารร่วมตำรวจและฝ่ายปกครองจังหวัดเลย สนธิกำลังตรวจยึด "สวนป่ายสวดี" ร่วม 700 ไร่กลางป่าสงวนภูเรือ ของ "ท่านผู้หญิงยสวดี" แต่ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว ตกเป็นมรดกของบุตรชาย ด้านป่าไม้เข้มรัฐเสียหาย 100 ล้าน ต้องยึดคืนเป็นสมบัติชาติ ให้เวลารื้อถอนอาคาร 24 หลัง 30 วัน ขณะที่ผบ.กกล.รส.เผยไม่ทำลายสภาพป่า พัฒนาทำประโยชน์ได้ เตรียมเสนอคสช.พิจารณา

วานนี้(26 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อบ่ายวันที่ 25 มิถุนายน พล.ต.วรทัต สุพัฒนานนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดทหารบก(กกล.รส.จทบ.)เลย นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย สนธิกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ ตรวจยึดพื้นที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูเปือย ภูขี้เถ้า ภูเรือ ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ในการคืนผืนป่าให้กับแผ่นดินที่ "สวนป่ายสวดี" บ้านห้วยลาด ต.สานตม อ.ภูเรือ จ.เลย

ทั้งนี้ ยสวดีรีสอร์ทหรือสวนป่ายสวดีแห่งนี้ เจ้าของ คือ ท่านผู้หญิงยสวดี บูรณะสัมฤทธิ อัมพรไพศาล ปัจจุบันถึงแก่อนิจกรรมแล้ว และบุตรชายรับช่วงดูแลต่อ เดิมมีหลักฐานการครอบครองที่ดินเป็น น.ส.3 ก. ทั้ง 7 ฉบับ แต่ตรวจสอบแล้วพบว่าออกโดยมิชอบ และกรมที่ดินได้มีคำสั่งเพิกถอนเมื่อปี 2555 ต่อมาเจ้าของร้องต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อขอความเป็นธรรม และศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษายืนว่า น.ส.3 ก. ออกโดยมิชอบ ให้กรมป่าไม้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย

นายฉลองชัย ศาลางาม หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่า ลย 7 (หนองเสือคราง) สำนักจัดการป่าไม้ที่ 6 อุดรธานี กรมป่าไม้ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่เห็นว่าผู้ครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าว ทำความผิดตามพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 และพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 ห้ามมิให้ผู้ใดก่อสร้างแผ้วถาง หรือเผาหรือทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น จึงได้เข้าตรวจยึด เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายและคำสั่งคสช. เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับผู้ที่ครอบครองที่ดินผิดกฎหมาย หรือกำลังคิดที่จะซื้อที่ดินที่ไม่มีหลักฐานหรือได้หลักฐานมาโดยมิชอบ

โดยเจ้าพนักงานได้ตรวจสอบพื้นที่รวม 708 ไร่ 1 งาน มีการปลูกสร้างศาลาอเนกประสงค์ สิ่งปลูกสร้างอื่น รวม 24 หลัง มูลค่าที่รัฐเสียหายประมาณ 100 ล้านบาท และได้ตัวผู้ต้องหา คือ นายโชค แสงนาค อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 ซอยวัดชมพูเวช 6 ต.ท่าทราย เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งรับเป็นผู้ดูแลสถานที่ ซึ่งจากนี้ไปภายใน30 วัน จะให้เจ้าของรีสอร์ตรื้อสิ่งปลูกสร้างให้หมด และเมื่อครบกำหนดแล้วไม่รื้อถอน จะให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำการรื้อถอนต่อไป

พล.ต.วรทัต กล่าวว่าเมื่อมีการตรวจสอบโดยกรมป่าไม้แล้ว กกล.รส.ก็ต้องตรวจยึดคืน เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมต่อไป อย่างไรก็ตามกรณีนี้ไม่ได้มีการทำลายพื้นที่ป่า แต่มีการปลูกสร้างดัดแปลงพื้นที่บางส่วน ซึ่งบางจุดสามารถพัฒนาทำประโยชน์ในรูปแบบอื่นๆตามกฎหมายกำหนดไว้ได้ ซึ่งต้องเสนอไปยังคสช.เพื่อพิจารณาต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อปี 2537 มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีออกเอกสารสิทธิที่ดินท้องที่อ.ภูเรือ และอ.ด่านซ้าย จ.เลย พบว่าในปี 2533 มีการออก นส. 3 ก. เลขที่ 39 เลขที่ 40 เลขที่ 74 , 75 , 76 , 77 , 78 , 79 และ 80 เนื้อที่ประมาณ 350 ไร่ มีชื่อท่านผู้หญิงยสวดี บูรณะสัมฤทธิ อัมพรไพศาล เป็นผู้ถือสิทธิครอบครอง หลักฐานที่นำมาประกอบการออกนส. 3 ก. คือ ส.ค.1 และใบจอง น.ส. 2 มีการขูดลบแก้ไขเพิ่มเติมรายการต่างๆ และไม่ตรงกับแปลงที่ดินที่นำมาออกนส. 3 ก โดยผู้มีชื่อเป็นผู้ขอออก นส. 3 ก ปฏิเสธว่าไม่เคยขอออก และไม่เคยมีหลักฐานในที่ดินเดิม

อีกทั้งพื้นที่ออก นส. 3 ก อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ การออก นส. 3 ก จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย พนักงานที่ดินอำเภอภูเรือจึงร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสภ.อ.ภูเรือ ให้ดำเนินคดี และมีหนังสือถึงท่านผู้หญิงยสวดี บูรณะสัมฤทธิ อัมพรไพศาล เพื่อคัดค้าน และให้ส่ง น.ส. 3 ก ทั้ง 7 ฉบับให้อำเภอภูเรือเพิกถอน ต่อมากรมที่ดินได้มีคำสั่งเพิกถอน นส.3 ก เลขที่ 74 ถึงเลขที่ 80

ขณะที่ท่านผู้หญิงได้อุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนนส. 3 ก ต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย และฟ้องศาลปกครองชั้นต้น มีอธิบดีกรมที่ดินเป็นจำเลยที่ 1 กรมป่าไม้เป็นจำเลยที่ 2 ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรม ที่ดินที่เพิกถอน นส. 3 ก ทั้ง 7 ฉบับ แต่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง และมีการอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืน

ข่าวแจ้งว่า ท่านผู้หญิงยสวดี บูรณะสัมฤทธิ อัมพรไพศาล ซึ่งเป็นเจ้าของ"สวนป่ายสวดี" เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2450 ปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 สมรสกับหลวงอัมพรไพศาล เมื่อปี 2474 มีบุตร-ธิดารวม 4 คน เป็นปูชนียบุคคลของแวดวงการศึกษาไทย เป็นผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการโรงเรียนอัมพรไพศาล ย่านติวานนท์ จ.นนทบุรี ซึ่งเปิดสอนมากว่า 50 ปี และยังคงทำงานจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต

นอกจากนี้ยังเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ผลิตลูกศิษย์ที่เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษจำนวนมาก คิดค้นหลักสูตรการสอนใหม่ๆ เป็นผู้แต่งตำราเรียนวิชาภาษาอังกฤษที่ยังใช้อยู่ในปัจจุบัน ขณะเดียวกันยังเคร่งครัดในการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องกับลูกศิษย์ทุกคน จึงได้รับการเชิดชูเกียรติเป็น "ปูชนียบุคคลด้านการศึกษา" โดยท่านผู้หญิงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประถมาภรณ์ช้างเผือก(ป.ช.) ประถมาภรณ์มงกุฏไทย(ป.ม.) และทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ(ท.จ.ว.)

ท่านผู้หญิงยสวดี บูรณะสัมฤทธิ อัมพรไพศาล ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคชราเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2555 สิริรวมอายุ 105 ปี หลังฉลองวันเกิดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2555 และเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2556 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯแทนพระองค์ไปในการพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ในการนี้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ โดยเสด็จด้วย
กำลังโหลดความคิดเห็น...