xs
xsm
sm
md
lg

นักวิชาการมะกันตบหน้ารัฐบาลสหรัฐ ชี้รัฐประหารทางรอด 'จารุพงศ์'อีแอบโพสต์ปลุกระดมต้าน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTVผู้จัดการรายวัน -นักวิชาการชื่อดังมะกัน “ตบหน้า” รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุปล่อยให้ “ระบอบทักษิณ” คงอยู่ คือ ความตายของประชาธิปไตยไทย“จารุพงศ์” ไม่กล้าโผล่หน้า ใช้เฟซบุ๊กปลุกระดมสมุนลิ่วล้อให้ออกมาต่อต้านคสช. “ลุงยิ้ม ตาสว่าง”โพสต์เฉ่งอย่าหน้าตัวเมีย เอาแต่หลบซ่อนตัว “อุ๊งอิ๊ง”ลูกทักษิณ ขอร่วมเทรนด์ชู 3 นิ้วต่อต้านรัฐประหาร ระหว่างซบพ่อที่ดูไบ ด้านนักวิชาการชื่อดังมะกันตบหน้ารบ.สหรัฐฯ การให้ระบอบทักษิณปกครองประเทศต่อไป ก็คือการรับประกันให้ปชต.ในไทยต้องตายดับสูญในอนาคตอันใกล้ และการรัฐประหารอาจจะเป็นเพียงหนทางเดียวที่สามารถฟื้นฟูปชต.ให้กลับคืนมาได้ “วินธัย” แจง “เสี่ยโรงสีอุบลฯ” เครียดส่วนตัวจนยิงตัวตาย ไม่เกี่ยวถูก คสช.เรียกรายงานตัว กต.ลั่นไทยไม่พอใจท่าทีออสเตรเลีย

เมื่อเช้าวานนี้ (2มิ.ย.) ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนินนอก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เชิญรองหัวหน้าคสช. ประกอบด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รวมถึง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. ร่วมประชุมหารือ ภายหลังจากที่ได้มอบหมายให้หัวหน้าส่วนต่างๆไปประชุมส่วนย่อยทั้ง 7 กลุ่มงาน ที่ได้รับผิดชอบในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มงานเศรษฐกิจ ซึ่งหัวหน้า คสช. ให้ความสำคัญ เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการแก้ไขให้เร็วที่สุด

โดยเมื่อเวลา 13.30 น. พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษก คสช. แถลงถึงสถานการณ์ภายในประเทศนั้น พล.อ.ประยุทธ์ มองว่า ขณะนี้สถานการณ์การปรองดองในประเทศเริ่มดีขึ้น เนื่องจากไม่มีปัญหาการทะเลาะกัน ระหว่างประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน แต่จะต้องทำให้ดีมากขึ้นกว่านี้ โดยใช้กลกของ ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ที่จัดตั้งขึ้น เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน

พ.อ.วินธัย ยังได้อธิบายเพิ่มเติมถึงศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปด้วยว่า ขณะนี้ได้ใช้กลไกของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และกระทรวงมหาดไทย โดยจะเริ่มทำให้เกิดความเข้าใจกันตั้งแต่ในระดับครอบครัว ตลอดจนถึงระดับตำบล รวมถึงอยากให้ทุกฝ่าย ร่วมกันสร้างความปรองดอง ขณะที่การเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านการควบคุมอำนาจการปกครองนั้น คสช. จะเน้นการสร้างความเข้าใจกับประชาชน ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ โดยเหตุการณ์เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ทาง คสช.ได้จับกุมผู้กระทำผิดตามประกาศของ คสช. ได้ 6 ราย โดยหากเจ้าหน้าที่สอบสวน แล้วพบว่ามีความผิด ก็จะต้องดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม ขณะที่การแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว จะมีความผิด หรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละสถานการณ์

พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษก คสช. กล่าวถึง การที่หลายประเทศมีมาตรการเตือนเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทยว่า เป็นไปตามปกติของแต่ละประเทศ ที่มีมาตรการต่อประเทศที่มีการรัฐประหารอยู่แล้ว โดยในส่วนการทำความเข้าใจกับต่างประเทศนั้น คสช.ได้ให้ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะกระทรวงต่างประเทศ และฝ่ายความมั่นคงชี้แจง โดยเน้นการสื่อสารข้อมูล เพื่อสร้างความเข้าใจ ใช้เหตุผลข้อเท็จจริงในการหักล้าง

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีนายสราวุธ ภูธรโยธิน บุคคลที่ถูกหมายเรียกตามประกาศ คสช. ได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย โดยชี้แจงว่า สาเหตุที่นายสราวุธ ทำร้ายตัวเองนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการถูกออกประกาศเรียกรายงานตัวของ คสช. แต่อย่างใด เนื่องจากได้รับข้อมูลจากญาติของนายสราวุธ ว่า เกิดจากปัญหาความเครียด ทั้งในเรื่องสุขภาพส่วนตัว และการประกอบธุรกิจ ทั้งนี้ขอย้ำว่า การที่ คสช. ยังมีการเรียกบุคคลเข้ารายงานตัวนั้น ไม่ใช่เป็นลักษณะของการเรียกตัวผู้กระทำผิด แต่มีเจตนาให้บุคคลเหล่านั้น มาทำความเข้าใจ ปรับทัศนคติ เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศ

***ทหาร-ตร.เตรียมปรับยุทธวิธีควบกลุ่มต้านคสช.

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หารือร่วมกับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องในกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงาน และกรอบวิธีการปฏิบัติ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การชุมนุมต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยยอมรับว่า ขณะนี้การชุมนุมอยู่ในลักษณะแฟลชม็อบ (flashmob) ที่จะมาเป็นกลุ่มเล็กๆ ใช้เวลาไม่นาน และเปลี่ยนรูปแบบการชุมนุมไปเรื่อย ทำให้การควบคุมการชุมนุมยากขึ้น

***"อุ๊งอิ๊ง" ซุก "นช.แม้ว" ชู 3 นิ้วต้าน คสช. ที่ดูไบ

มีรายงานว่า ภายหลังจากที่เกิดเหตุกลุ่มผู้ต่อต้าน คสช. ได้ชุมนุมที่บริเวณห้างสรรพสินค้า เทอร์มินอล 21 ย่านสุขุมวิท กทม.โดยใช้สัญลักษณ์ชู 3 นิ้วโดยอ้างว่า เพื่อเสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพนั้น ในสังคมออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร บุตรสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องขังหลบหนีคำพิพากษาศาลฎีกา ชูสัญลักษณ์ดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยภาพดังกล่าว น.ส.แพรทองธาร ซึ่งสวมเสื้อสีดำมีลายสีขาวพาดขวาง นั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพตนเองกำลังชู 3 นิ้ว

ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบจากเว็บไซต์อินสตาแกรม ingshin21 ของน.ส.แพรทองธาร ที่เคลื่อนไหวล่าสุดซึ่งถ่ายภาพพร้อมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะเดินเลือกซื้อเครื่องสำอางค์ และร่วมทานอาหารก็พบว่าเป็นเสื้อตัวเดียวกัน ขณะที่ก่อนหน้านี้ อินสตาแกรมดังกล่าวได้โพสต์ภาพ น.ส.แพรทองธาร ยืนคู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ บริเวณทางขึ้นหน้าเครื่องบินส่วนตัว พร้อมพิมพ์คำว่า Next stop Dubai ซึ่งคาดว่า ทั้งคู่จะอยู่ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ก่อนจะเดินทางต่อ

อย่างไรก็ตามสัญลักษณ์ที่ทางผู้ต่อต้านคณะรัฐประหารใช้ล่าสุดนั้น มีรายงานว่า แท้จริงเลียนแบบมาจากภาพยนต์ต่างประเทศ เรื่อง The Hunger Games ซึ่งแสดงถึงความเป็นขบถต่ออำนาจ ของนางเอกต่อผู้สร้างปกครองอาณาจักรภายในเกมการต่อสู้ แต่ทั้งนี้ก็มีผู้ที่เห็นต่างนำมาล้อเลียนกลุ่มต่อต้าน อาทิ ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ในการปฏิญาณตนของคณะลูกเสือสามัญ หรือแม้กระทั่งนำมาเขียนคำนิยามเสียดสีรัฐบาลชุดที่แล้วว่า โกงข้าว ล้มเจ้า เผาเมือง เป็นต้น

***"จารุพงศ์"ปลุกสมุนป่วน คสช.อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (2 มิ.ย.) นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีต รมว.มหาดไทย ที่หลบหนีการเข้ารายงานตัวต่อคสช. ตามประกาศคำสั่ง ได้โพสต์ภาพกระดาษเขียนข้อความด้วยลายมือ ลงวันที่ 2 มิ.ย.ว่า “ เรียนสมาชิกพรรคเพื่อไทย ส.ส.และผู้สมัคร ส.ส. จากการที่ คสช.ได้ทำรัฐประหารนำประเทศเข้าสู่ยุคมืด เป็นรัฐทหารจนถูกประณามและต่อต้านจากประชาชนผู้รักประชาธิปไตยและสังคมโลก ผมขอยืนยันไม่ยอมรับอำนาจที่มิได้มาจากประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย และยังถือว่าพรรคเพื่อไทยดำรงอยู่โดยชอบธรรม”

“ผมขอเรียกร้องต่อมวลสมาชิกผู้สนับสนุน ส.ส.และผู้สมัครพรรคเพื่อไทยทุกท่าน ได้โปรดพิจารณาให้การสนับสนุนและเข้าร่วมการต่อสู้กับประชาชนผู้รักษาชาติ รักประชาธิปไตย ที่ดำเนินการอย่างกล้าหาญและชาญฉลาดอยู่เวลานี้ ตามเงื่อนไขและความเหมาะสมของแต่ละท่านด้วย โดยใช้หลักการ ใช้ปัญญา เหตุผล และความยุติธรรมเสมอภาค เสรีภาพ ประชาธิปไตย เคารพหลักการแห่งสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นพลังอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีอำนาจใดจะโค่นล้มได้ ขอให้มวลสมาชิกพรรค ผู้สนับสนุน ส.ส.และผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทุกคนยึดมั่นในหลักการนี้เพื่อนำประเทศหลุดพ้นอุ้งมือเผด็จการ”

***“ลุงยิ้ม ตาสว่าง”เฉ่ง'จารุพงศ์'อย่าหน้าตัวเมีย

วันเดียวกัน นายพฤกษ์ พฤกษ์สุนันท์ หรือลุงยิ้ม ตาสว่าง แกนนำคนเสื้อแดงสายฮาร์ดคอร์ ซึ่งถูกคำสั่ง คสช.ให้เข้ารายงานตัวในวันนี้ (3 มิ.ย.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กเพจชื่อ “ลุงยิ้ม ตาสว่าง” โจมตีกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยกัน โดยระบุว่ามีคนเป็นไส้ศึกคอยชี้เป้า โดยเฉพาะ “แห้ว โหระพา” มีแกนนำบางคนเอาแต่หลบซ่อนตัว แต่ประกาศเชิญชวนคนออกมาชุมนุมจนถูกจับไม่มีความรับผิดชอบ รวมถึงการถูกใส่ร้ายจากบุคคลที่ คสช.เชิญไปรายงานตัวก่อนหน้านี้ว่าเป็นคนอยู่เบื้องหลังการดำเนินการหลายเรื่อง

" ตั้งแต่ทำม็อบมาไม่เคยพาใครไปถูกจับกุม เป็นแกนนำที่ออกหน้ามาตลอด ไม่เคยปิดหน้า ฉะนั้นขอให้แยกกันเดินทางใครทางมัน แต่ขอว่าเป็นผู้นำต้องเสียสละ อย่าหน้าตัวเมียจะได้เป็นฮีโร่ ขอประกาศตัดขาดจากกัน เสรีภาพของใครของมัน พร้อมยืนยันว่าไม่เคยขอเงินบริจาคจากพรรคเพื่อไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร "

***กองปราบฯควบคุมตัว6รายฝ่าฝืนอัยการศึก

วานนี้ ( 2 มิ.ย.) ที่ กองปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหาร ควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ประท้วงการยึดอำนาจของคสช.ตาม พ.ร.บ.ฝ่าฝืนกฏอัยการศึก รวมทั้งหมด 6 รายมาควบคุมตัวที่ กองปราบปราม ประกอบด้วย น.ส.วาริน ทินกร อายุ 71 ปี ที่ใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากพิมพ์ว่า "People" น.ส.นุชรา สุขแสวงบุญ อายุ 48 ปี น.ส.สุนันทา พ่วงศิริ อายุ 50 ปี นายมงคล แสงสุดา อายุ 43 ปี น.ส.จิราพร วราพิศิษฐ์ อายุ 53 ปี และ นายสุเมศ วิโรจน์ชัยยันต์ อายุ 40 ปี โดยควบคุมตัวทั้งหมดได้ที่แยกราชประสงค์ แยกอโศก และหน้าห้างสรรพสินค้าฟอร์จูนทาวน์

ทั้งนี้ผู้ถูกจับกุมทั้งหมดนั้นทางเจ้าหน้าที่ทหารได้สอบปากคำจนเสร็จสิ้นและส่งให้พนักงานสอบสวน กองปราบปราม สอบประวัติและลงบันทึกประจำวันไว้ โดยยังไม่แจ้งข้อหา แต่หากผู้ถูกจับกุมรายไหนมีพฤติกรรมรุนแรง จะถูกแจ้งความดำเนินคดี ส่วนรายไหนต่อต้านด้วยความสงบก็จะขังไว้ 7 วันแล้วปล่อยตัวต่อไป

*********เด้งรองผบ.ภ.8 เข้ากรุ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รรท.ผบ.ตร.) ลงนามคำสั่งที่ 268/2557 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2557 ให้ พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปก.ตร.โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผบ.ตร.มอบหมาย จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยให้ไปรายงานตัวที่ ศปก.ตร.ภายในวันที่ 3 มิ.ย. เวลา 16.00 น.

นอกจากนี้ มีรายงานข่าวว่า พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.ในฐานะรักษาราชการ แทนผบช.ภ.3 ได้ลงนามคำสั่งให้พล.ต.ต.อภิชาติ เพชรประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี ไปปฏิบัติราชการที่บช.ภ.3 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงและให้พล.ต.ต.สุรพล แก้วขาว รองผบช.ภ3 ไปรัการาชการแทนในตำแหน่งผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี ทั้งนี้ ได้ให้เหตุผลในการปรับย้ายครั้งนี้เพื่อความเหมาะสมในพื่นที่

นอกจากนี้มีรายงานว่าพล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.8ได้มีคำสั่งให้พล.ต.ต.องอาจ ผิวเรืองนนท์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ไปปฏิบัติงานที่บช.ภ.8 จ.สุราษฎร์ธานี จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง และให้พล.ต.ต.กระจ่าง สุวรรณรัตน์ รอง ผบช.ภ.8 ไปรักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต

****ลั่นชู3นิ้วอาจถูกจับกุมได้ภายหลัง

วานนี้(2มิ.ย.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วยผบ.ตร.รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.ศ. ช่วยราชการ บช.น. ดูแลงานความมั่นคง พร้อม รองผบช.น. ผบก.ทุกหน่วย และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมประเมินสถานการณ์การปฏิบัติหน้าที่กับผู้ชุมนุมฝ่าฝืนคำสั่งกฎอัยการศึกของคสช. โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า วันนี้ได้เชิญผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องในบช.น. และข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมในหลายวันที่ผ่านมา ประเมินผลการชุมนุม และวางแผนการปฏิบัติในวันต่อๆไป เพื่อให้สอดคล้องและรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเริ่มจากการประเมินสถานการณ์จากทหารที่มีฝ่ายข่าว และตำรวจที่มีฝ่ายข่าว นำมาประเมินร่วมกัน ก่อนกำหนดยุทธวิธี โดยผู้กำหนดยุทธวิธีคือ ทหาร เป็น ผบ.เหตุการณ์ ตำรวจเป็นผู้ให้การสนับสนุน

รองผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีการชุมนุมเกิดขึ้นถือว่าผู้ชุมนุมฝ่าฝืนประกาศ คสช. ฝ่าฝืนกฎอัยการศึก เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นผู้ชุมนุมที่มาแสดงสัญลักษณ์ใดๆเกิดขึ้น เราต้องทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย ต้องมีการจับกุม ส่วนวิธีการจับกุม เป็นยุทธวิธีที่ทหารหรือตำรวจต้องปฏิบัติร่วมกัน ส่วนการจับกุมในภายหลังถือเป็นยุทธวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ฝากบอกว่าผู้ที่มาชุมนุมนั้น เจ้าหน้าที่จะถ่ายรูปท่านไว้ แล้วขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับ และจะดำเนินการติดตามภายหลัง ในข้อหาฝ่าฝืนประกาศของ คสช. และขัดคำสั่งกฎอัยการศึก ส่วนจะไปจับที่ไหน เมื่อใด เป็นเรื่องที่ผู้ปฏิบัติเป็นผู้ดำเนินการเอง

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า เมื่อวันที่1มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการจับกุมผู้กระทำผิดได้กี่ราย พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า จับกุมได้ทั้งหมด 6 ราย เมื่อจับกุมแล้ว ตำรวจจะส่งผู้ถูกควบคุมให้เจ้าหน้าที่ทหารดำเนินการต่อไป ส่วนจะขึ้นศาลหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของฝ่ายทหารที่จะไปคัดกรองว่าการกระทำของผู้ชุมนุมผิดมากหรือน้อยเพียงใด

"ขณะนี้ประเทศไทยใช้กฎหมายกฎอัยการศึก การต่อต้านโดยแสดงสัญญาลักษณ์ จึงถือว่าเป็นความผิด ไม่ว่าท่านจะมายืนชูมือ ชูนิ้วเฉยๆก็ถือว่าเป็นความผิด"

**"วิเชียร"ขู่คสช.ต้องช่วยตามที่ร้องขอ

นายวิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ประชุมคณะกรรมการสมาคมเรื่องปัญหาราคาข้าวตกต่ำ และข้อเสนอให้คสช.ช่วยเหลือ ภายหลังโครงการรับจำนำข้าวสิ้นสุดลง และยังไม่มีรัฐบาลบริหารประเทศ ทำให้ชาวนาเดือดร้อนจากการขายข้าวที่ถูกพ่อค้าและโรงสีให้ราคาข้าวต่ำเพียงตันละ 6,000-7,000 บาท

นายวิเชียร กล่าวว่า คณะกรรมการมีมติกำหนดราคาข้าวเปลือกให้เป็นเกณฑ์เดียวกันทั่วประเทศ เพื่อยื่นให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้าคสช.ช่วยเหลือ โดยให้เฉลี่ยต้นทุนการผลิต 7,700 บาท บวกกำไรร้อยละ 40 จะได้เกณฑ์ราคาข้าวได้ดังนี้ คือ ข้าวหอมมะลิ 105 ความชื้น 15% ราคา 16,000 บาท/ตัน ผลผลิต 65 ถัง/ไร่ ข้าวหอมจังหวัด ความชื้น 15% ราคา 15,000 บาท/ตัน ผลผลิต 65 ถัง/ไร่

ข้าวเหนียวเมล็ดยาว ความชื้น 15% ราคา 13,000 บาท/ตัน ผลผลิต 90 ถัง/ไร่ ข้าวขาว 5% ความชื้น 15% ราคา 12,000 บาท/ตัน ผลผลิต 90 ถัง/ไร่ ข้าวปทุมธานี ความชื้น 15% ราคา 16,000 บาท/ตัน ผลผลิต 65 ถัง/ไร่

โดยหลังจากชาวนาได้รับเงินจำนำข้าวครบถ้วนแล้ว สมาคมพร้อมด้วยตัวแทนโรงสี แลผู้ส่งออกข้าวจะขอเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อหาทางออกที่พึงพอใจร่วมกัน หากคสช.ไม่ให้ความช่วยเหลือ หรือไม่ยอมรับราคาข้าวตามที่กำหนดได้ ชาวนาทั่วประเทศจะพร้อมใจกันหยุดชำระหนี้ธ.ก.ส. และจะลุกขึ้นต่อสู้แน่นอนเพื่อความอยู่รอดของชาวนา

**ทภ.2จับแกนนำกปปส.-นปช.สลายสีเสื้อ

เวลา 14.30 น. ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี(ย่าโม) อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ไชยพร รัตแพทย์ รองแม่ทัพน้อยที่ 2 ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยภาค 2 นำแกนนำกลุ่มกปปส.นครราชสีมา และแกนนำนปช. เช่น นายอนุวัฒน์ ทินราช รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายสมโภชน์ ปราสาทไทย นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย น้องชายนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ มาสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เพื่อความเป็นสิริมงคล และจับมือแสดงสัญลักษณ์ปรองดองกัน ไม่ขัดแย้งหรือแตกแยกกันอีก

**3ประเทศไม่ร่วมแข่งกีฬาโรงเรียน

นายวินัย ทองรัตน์ นายกสมาคมการกีฬาจังหวัดตรัง กล่าวว่า วันที่ 15-24 มิถุนายน จังหวัดตรัง ร่วมกับสถาบันการพลศึกษา จัดการแข่งขันกีฬาโรงเรียนกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 17 หรือพะยูนเกมส์ จะมีนักกีฬา ผู้ควบคุมทีม กรรมการ ผู้ติดตามประมาณ 7,000 คนร่วมกิจกรรมที่จ.ตรัง อย่างไรก็ตามล่าสุดได้รับการยืนยันจากโรงเรียนกีฬาประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และบรูไนว่า จะไม่เดินทางมาร่วมแข่งขัน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยกับนักกีฬาและผู้ฝึกสอน หลังมีการทำรัฐประหารในประเทศไทย แม้ตนจะได้ชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เข้าใจแล้วก็ตาม

**วิทยุชุมชนสงขลา ขอออกอากาศ

นายดำริห์ พรหมสุทธิ์ นายกสมาคมวิทยุพัฒนาธุรกิจไทย พร้อมหัวหน้าสถานีวิทยุชุมชนในจ.สงขลา กว่า 50 สถานี ยื่นหนังสือต่อนายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัด ขอให้สถานีวิทยุที่ได้รับใบอนุญาตทดลองออกอากาศภาคธุรกิจ โดยได้ยื่นข้อเสนอให้สามารถออกอากาศได้ตามปกติ ภายใต้เงื่อนไข 5 ข้อ คือ 1.ขอออกรายการตามปกติ เวลา 06.00-20.00 น. 2.ขอให้นักจัดรายการ หรือผู้ดำเนินรายการจัดรายการได้ตามปกติ 3.นักจัดรายการไม่พูดยุยงส่งเสริมเรื่องการเมือง หรือพูดให้เกิดความแตกแยกใดๆทั้งสิ้น 4.หากสถานีวิทยุใดยุยง ก่อให้เกิดความแตกแยก ให้ปิดคลื่น ยึดเครื่องส่ง และยึดใบอนุญาตทันที และ 5.ให้ทุกคน ร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดี มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

**สถานบันเทิงป่าตองโอดเคอร์ฟิว

นายวีรวิทย์ เครือสมบัติ ประธานชมรมสถานบันเทิงหาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ได้นัดรวมตัวยื่นหนังสือถึงคสช.ผ่านทางนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อขอขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงหาดป่าตองให้เป็นไปตามปกติ เพราะแม้คสช.ปรับช่วงเคอร์ฟิวเป็นเวลา 00.01-04.00 น. ผลกระทบไม่ได้เบาบางลง เพราะผู้ประกอบการให้ความร่วมมือปิดให้บริการพร้อมกันตั้งแต่เวลา 24.00 น. ทำให้บรรยากาศเงียบเหงามาก ประกอบกับเป็นช่วงโลว์ซีซันนักท่องเที่ยวน้อย ทำให้รายได้ลดลงไปกว่า 70-80% จนส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่

****กต.ลั่นไทยไม่พอใจท่าทีออสเตรเลีย

วานนี้ (2มิ.ย.)ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้มีรัฐบาลจาก 39 ประเทศ ได้ประกาศท่าทีและมีมาตรการตอบโต้ ซึ่งเข้าใจว่าหลายประเทศได้แสดงความเป็นห่วง ขอให้ไทยกลับเข้าสู่การเลือกตั้ง และขอให้ไทยกลับเข้าสู่หลักประชาธิปไตย ซึ่งเราเข้าใจว่ารัฐบาลของเขาแสดงท่าทีเพราะยึดเรื่องหลักการ โดยปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่า ควรต้องมองในภาพรวม และท่าทีต่างๆ ควรมีความพอดีและคำนึงถึงผลประโยชน์ระยะยาว เพราะไทยเป็นมิตรประเทศยาวนาน มีผลประโยชน์และความร่วมมือหลากหลาย

นายเสข กล่าวว่า ปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้หารือทวิภาคีกับประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมประชุม อาทิ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เยอรมนี โดยไทยได้แสดงความไม่พอใจกับท่าทีของออสเตรเลียที่ได้มีการประกาศลดการมีปฏิสัมพันธ์กับกองทัพไทย และพิจารณาไม่ให้ผู้นำเหล่าทัพเดินทางเข้าประเทศออสเตรเลียออกมาเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ พร้อมกันนี้ ได้อธิบายขั้นตอนภายใต้โรดแมปให้ฟัง ซึ่งถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดีขึ้น เพื่อให้นำข้อมูลเหล่านี้ไปพิจารณาเพื่อทบทวนท่าที รวมถึงมาตรการตอบโต้ต่างๆ ที่มีกับไทย เมื่อคำนึงถึงสถานการณ์ปัจจุบันเป็นที่ชัดเจนว่าเรามีขั้นตอนนำไปสู่การปรองดอง สร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยการปฏิรูป ซึ่งจะนำไปสู่การเลือกตั้งและกลับสู่ประชาธิปไตยในที่สุด

****นักวิชการนอกชี้ระบอบ'แม้ว'อันตรายต่อปชต.ไทย

ในบทความเรื่อง “Thai coup holds promise of democracy” (รัฐประหารในไทยให้ความหวังแก่ประชาธิปไตย) ดับเบิลยู สกอตต์ ธอมป์สัน (W Scott Thompson) ศาสตราจารย์กิตติคุณทางด้านการเมืองระหว่างประเทศ แห่งวิทยาลัยนิติศาสตร์และการทูตเฟลตเชอร์ (Fletcher School of Law and Diplomacy) มหาวิทยาลัยทัฟต์ส (Tufts University) ซึ่งได้ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ลอสแองเจลิสไทมส์ เป็น นสพ. ที่ใหญ่ที่สุดเป็นที่ 4 ของสหรัฐอเมริการ ชี้ว่า ประเทศไทยต้องประสบโชคร้าย เฉกเช่นเดียวกับเยอรมนีในยุคทศวรรษ 1930 และอิตาลีในยุคทศวรรษ 1920 ทำให้ได้นักหลอกล่อฉวยโอกาสทางการเมืองซึ่งเที่ยวให้สัญญาต่างๆ มากมาย เข้าครองอำนาจปกครองประเทศ

“ทักษิณนั้นทำเงินได้เป็นพันๆ หมื่นๆ ล้านในอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือ และได้เริ่มซื้อเหล่านักหนังสือพิมพ์ตลอดจนนักการเมืองทางภาคเหนือมาเป็นพวก เขาชนะการเลือกตั้งในปี 2001 อย่างถล่มทลาย และก็เริ่มแสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ของเขา เขาดำเนินการปิดกั้นส่วนต่างๆ ของสื่อมวลชนซึ่งเขายังไม่สามารถควบคุมได้ นอกจากนั้นมีรายงานว่ามีผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยๆ 3,000 คนถูกฆ่าตายในสงครามปราบปรามยาเสพติดของเขา อีกทั้งแสดงให้เห็นอย่างเต็มตาว่าเขาจะยังครองอำนาจต่อไปอีกยาวนาน” บทความชิ้นนี้กล่าว

“ทฤษฎีเรื่องประชาธิปไตยนั้นไม่เคยเลยที่จะหมายความอย่างง่ายๆ เพียงแค่ว่า การปกครองโดยคนส่วนใหญ่ แน่นอนทีเดียวว่าทักษิณก็ใช้กลไกด้านการตรวจสอบและการคานอำนาจด้วย แต่เป็นชนิดที่แตกต่างออกไป โดยที่เขานำมาใช้เพื่อกระชับฐานอำนาจของเขาให้เข้มแข็ง ทั้งในกิจการตำรวจ และก็ในกองทัพด้วยถึงแม้มีหลักฐานว่าเขาประสบความสำเร็จน้อยกว่า …”

ดับเบิลยู สกอตต์ ทอมป์สัน กล่าวในตอนสรุปบทความของเขาว่า “การเลือกให้ระบอบทักษิณปกครองประเทศต่อไป ก็คือการรับประกันให้ประชาธิปไตยในไทยตายดับสูญไปภายในอนาคตอันใกล้ ขณะที่การสนับสนุนการก่อรัฐประหารยึดอำนาจของฝ่ายทหาร อาจจะ (แค่อาจจะ) เป็นเพียงหนทางเดียวเท่านั้นที่จะสามารถฟื้นฟูประชาธิปไตยให้กลับคืนมาได้ ความจริงทางประวัติศาสตร์ทั่วๆ ไปนั้นมีอยู่ว่า ระบอบปกครองต่างๆ ที่นำมาซึ่งระเบียบเรียบร้อย อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย ขณะที่แทบไม่ปรากฏเลยว่าระบอบปกครองในทางตรงกันข้ามจะสามารถทำอะไรเช่นนี้ได้ ทั้งนี้ระบอบปกครองที่ปล่อยให้ทำอะไรตามใจนั้น มีความโน้มเอียงที่จะนำไปสู่การปราบปรามอย่างรุนแรง ซึ่งกลายเป็นการสร้างความย่อยยับให้แก่การปกครองอันเรืองปัญญา”
กำลังโหลดความคิดเห็น...