xs
xsm
sm
md
lg

ประชาธิปไตยต้องใช้เวลาและความอดทน

เผยแพร่:   โดย: ชัยอนันต์ สมุทวณิช

ในที่สุด ทหารก็ประกาศกฎอัยการศึก ทหารเข้าควบคุมสถานการณ์และยุบ ศอ.รส.ซึ่งเป็นที่สะใจชาวบ้านเป็นอันมาก ชีวิตคนในกรุงเทพฯ ก็ดำเนินไปเหมือนเดิม แต่ทั้ง กปปส. และนปช.ก็ยังคงชุมนุมกันอยู่ในที่ตั้งโดยไม่มีการเคลื่อนไหว ผู้ซึ่งยินดีเป็นพิเศษก็คือนักธุรกิจ

เมื่อมีการประกาศกฎอัยการศึกแล้ว ทีวีของ กปปส.ก็ต้องยุติการกระจายเสียง ทำให้ภรรยาผมผิดหวังมากเพราะชอบฟังแก้วสรร ปราศรัยทุกคืน กอ.รส.ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องเข้ามาหารือกันมีข้อสงสัยว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะรัฐบาลที่มีอยู่ยังจะมีต่อไปหรือไม่ เพราะครม.ชุดนี้ก็พร่ำท่องคาถาว่าจะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

ผมคาดว่าคงจะมีความพยายามที่จะให้รัฐบาลชุดนี้หมดไป และมีการตั้งรัฐบาลชั่วคราวขึ้นใหม่ มีตัวเก็งหลายคนที่เราคุ้นเคย แต่การจะตั้งจะผ่านกระบวนการใดนั้นยังเป็นที่น่าสงสัยอยู่ ยังดีที่เรามีวุฒิสภาทำหน้าที่แทนรัฐสภา วุฒิสภาและคณะทหารตลอดจนผู้เกี่ยวข้องคงต้องประชุมปรึกษากัน

การชุมนุมครั้งนี้นับว่ายาวที่สุดที่เราเคยมีมาคือมากกว่าหกเดือน สำหรับผู้ซึ่งไปชุมนุมทุกวันคงเหงาพอสมควรที่ไม่ได้ไปพบปะผู้คน และฟังคำปราศรัย สำหรับคุณสุเทพแล้ว คงเป็นทางออกที่ทำให้คุณสุเทพได้โล่งใจไปได้

การชุมนุมของ กปปส.ชี้ให้เห็นว่าคนไทยต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำนวนมาก คนหลายแสนคนได้บริจาคเงิน และสิ่งของตลอดจนทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อนำรายได้มาช่วย กปปส.หากรวมกันแล้วคงคิดเป็นเงินนับพันล้านบาท

คำถามก็คือ แล้วต่อไปเราจะอยู่กันอย่างไร การประกาศกฎอัยการศึกเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวที่ป้องกันไม่ให้เกิดการนัดหยุดงานของพนักงานรัฐวิสาหกิจ และเป็นการป้องกันความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น ปัญหาก็ยังคงค้างคาอยู่ก็คือ ในทางการเมืองเราจะมีการจัดการกันอย่างไร

คำตอบง่ายๆ และกว้างๆ ก็คือ ต้องเริ่มมีการปฏิรูป แต่จะเริ่มตรงไหนและใครจะเป็นคนทำคงต้องคิดกันต่อไป การปฏิรูปนั้นจำเป็นต้องมีเจ้าภาพ และรัฐบาลชั่วคราวนั่นเองที่น่าจะเป็นผู้ทำหน้าที่นี้ได้ดีที่สุด

เราจะป้องกันวงจรอุบาทว์ของการเลือกตั้งการเข้ามากอบโกยโกงกินกันได้อย่างไร เพราะนักการเมืองก็ยังคงเป็นคนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อเราได้คุณอภิสิทธิ์เข้ามา เราก็มีความคาดหวังว่ามีเลือดใหม่ การเมืองไทยคงจะดีขึ้น แต่ก็ไม่เป็นความจริง การเมืองไทยเป็นเรื่องแปลกที่ต้องอาศัยนักการเมืองคร่ำหวอดอย่างคุณสุเทพ ออกมาปฏิเสธการเมืองและต่อสู้กับการเมืองในระบบ ย่อมแสดงว่าคนไทยไม่มีศรัทธาในการเมือง และเห็นว่าการทำให้การเมืองสะอาดขึ้นได้ก็ต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองในระบบ

เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ดูเป็นเรื่องแปลกที่เราจะอาศัยสิ่งที่ไม่ใช่การเมืองมาจัดการกับการเมือง ที่จริงแล้วเราควรจะกล่าวว่า เราใช้ การเมืองแบบไม่เป็นฝักฝ่าย มาจัดการปฏิรูปการเมืองแบบเป็นฝักฝ่ายมากกว่า แต่จะเป็นไปได้หรือในเมื่อการเมืองของเราเป็นการเมืองในระบบพรรค พรรคก็คือพวกพ้อง การเมืองแบบฝักฝ่ายก็คือการเมืองในระบอบประชาธิปไตยนั่นเอง

มีข้อเสนอว่า ถ้าเช่นนั้นอย่าบังคับให้ ส.ส.ต้องสังกัดพรรค แต่ในอดีตเราก็เคยมี ส.ส.ที่ไม่สังกัดพรรคมาแล้ว กลายเป็นว่า ส.ส.พวกนี้กลับไปเพิ่มอำนาจการต่อรอง และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การเมืองไร้เสถียรภาพ

ถ้าเช่นนั้น การแก้ที่ระบบการเลือกตั้งจะเป็นหนทางที่ถูกต้องมากที่สุดหรือไม่ เราเคยมีการเลือกตั้งแบบสัดส่วนมาแล้วแต่ก็ไม่ได้เกิดผลดีอะไร วิธีการที่จะช่วยได้ก็คือการขจัดการซื้อสิทธิขายเสียง ด้วยการควบคุม และลงโทษอย่างหนัก

ประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องใช้เวลา เมื่อเราได้ยินข่าวของอินเดียเราก็ค่อยมีกำลังใจ พรรคชนตะต้องรอคอยอย่างอดทนเป็นเวลานานกว่าจะเอาชนะพรรคคองเกรสได้ แต่อินเดียซึ่งมีประชากรที่ยากจน และขาดการศึกษาก็ไม่เคยมีการปฏิวัติรัฐประหาร

ดังนั้น เราจึงมีข้อสรุปว่าขอให้เราจงอดทนและพยายามต่อไป ในที่สุดเวลาก็จะเป็นผู้แก้ปัญหาให้เราเอง เราเพิ่งมีระบอบประชาธิปไตยมาไม่ถึง 100 ปี รอให้ถึง 100 ปีเราคงจะเห็นการเมืองของเราดีขึ้น เพราะระหว่างนี้การประท้วงก็ดี การชุมนุมก็ดี ล้วนแต่เป็นการให้การศึกษาทางการเมืองที่ดีที่สุด หกเดือนที่ผ่านมา คนซึ่งไปชุมนุม และดูทีวีอยู่ที่บ้านได้ความรู้มากที่สุด นับว่าไม่เป็นการสูญเปล่าเลย
กำลังโหลดความคิดเห็น...