xs
xsm
sm
md
lg

นิวัฒน์ตอกวุฒิ'ไม่ลาออก' จี้งัดอัยการศึก 'ประยุทธ์'ขีดเส้น2สัปดาห์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTVผู้จัดการรายวัน- "สุรชัย" อ้างเดี้ยงต้องเข้ารพ. ส่ง"พีระศักดิ์-อุดมเดช" เป็นตัวแทนเจรจา "นิวัฒน์ธำรง-ชัยเกษม" หาทางออกประเทศ สุดท้ายยืนกรานไม่ลาออก ไม่เอานายกฯม.7 ไม่ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ด้านวุฒิสภาแก้เกี้ยวเดินหน้าแผน 2 แผน 3 ตั้งนายกฯที่มีอำนาจเต็มให้เสร็จในสัปดาห์นี้ "ประยุทธ์" กำชับทหารเตรียมพร้อม รับสถานการณ์ใน 1-2 สัปดาห์นี้ "สมศักดิ์" จี้ทหารงัด "กฎอัยการศึก" ออกมาแก้สถานการณ์ ด้าน "สุเทพ" เปิดปฏิบัติการไล่ล่าใบลาออกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00น. ได้มีการหารือทางลับระหว่างรัฐบาล และวุฒิสภา เพื่อหาทางออกประเทศ ที่หน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร โดยฝ่ายรัฐบาลมี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี และนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม เป็นตัวแทนหารือ ร่วมกับนายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว.อุตรดิตถ์ ในฐานะว่าที่ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 และนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ ส.ว.สรรหา ซึ่งนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ว่าที่ประธานวุฒิสภา มอบหมายให้เป็นตัวแทนในการเจรจา เนื่องจากนายสุรชัย ไม่สามารถเข้าร่วมหารือด้วยได้ โดยได้แจ้งกับ นายนิวัฒน์ธำรง ก่อนการประชุมเริ่มขึ้นประมาณ 1 ชั่วโมง ว่า ป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล กระทันหัน

ขณะที่การหารือใช้เวลาเพียง 50 นาที และสถานที่การประชุมถูกปิดเป็นความลับ เนื่องจากเกรงว่ากลุ่ม กปปส. จะบุกล้มการเจรจา หลังประกาศไล่ล่ารัฐมนตรี

ด้านนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยภายหลังหารือว่า ทาง ส.ว.ได้มีการสอบถามแนวทางการแก้ไขปัญหาการเมืองเวลานี้ของรัฐบาล ซึ่งนายนิวัฒน์ธำรง ยืนยันว่า ทางออกทำได้ ภายใต้กฏหมายรัฐธรรมนูญ เวลานี้มีทางเดียวคือ ต้องเร่งให้มีการเลือกตั้งให้เสร็จเร็วที่สุด ตามแนวทางที่รัฐบาลได้เดินมาโดยตลอด

ขณะที่ฝ่าย ส.ว. ยืนยันที่จะให้มีนายกรัฐมนตรีคนกลาง อ้างข้อกฏหมายว่าทำได้ ที่จะให้มีนายกฯ ที่มีอำนาจเต็ม คณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่มีอำนาจเต็ม ตนก็ได้สอบถามไปว่า แล้วจะทำอย่างไรกับ พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไปที่ยังอยู่ เพราะถึง ส.ว.ได้คนมาเป็นนายกฯ ได้คนมาเป็นครม. ก็ไม่มีอำนาจเต็ม อำนาจไม่ต่างรัฐบาลชุดปัจจุบัน ส่วนเรื่องที่จะให้รัฐบาลรักษาการลาออก ยืนยันว่า ลาออกไม่ได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 รัฐมนตรีต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ จนกว่ามีครม.ชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง มาปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป สุดท้ายทางตัวแทน ส.ว. จะขอนำการพูดคุยวันนี้ไปหารือที่ประชุมวุฒิสภาก่อน

นายชัยเกษม กล่าวด้วยว่า นายนิวัฒน์ธำรง ยังได้พูดถึงการปฏิรูปว่า รัฐบาลสนับสนุนการปฏิรูป แต่จะให้ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งไม่ได้ ก็ได้ฝากให้วุฒิสภา ไปช่วยคิดมา ที่ทำได้แน่ๆ คือการปฏิรูปการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีอำนาจเต็ม และใครอยากจะแก้ไขกฎหมายเลือกตั้ง ก็ไปประสานกับกกต. ซึ่งส.ว.บอกไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งโดยความจริง แค่มีความเห็นว่าการเลือกตั้งเป็นทางออกที่ดีก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้ามามีส่วนนับสนุนการเลือกตั้ง ส่วนเรื่องที่ขอมายืนยันว่า อย่างไรก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีสภาผู้แทนราษฎร และจะไม่มีการแถลงร่วม เนื่องจากเป็นเพียงแค่การหารือ และการหารือ ไม่ได้สอบถามว่า จะให้ใครเป็นนายกฯ มาตรา 7 เพราะมันทำไม่ได้อยู่แล้ว รัฐบาลไม่สามารถให้ได้ตามที่ ส.ว.ต้องการ เพราะไม่มีประโยชน์อะไร คนที่ขึ้นมาได้มีอำนาจเต็มอย่างที่ ส.ว.กล่าวอ้าง รัฐบาลยินดีร่วมมือทุกเรื่อง แต่ต้องภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ

**วุฒิฯเดินหน้าตั้งนายกฯในสัปดาห์นี้

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.สรรหา และโฆษกคณะทำงานประสานองค์การ กล่าวว่า เมื่อนายชัยเกษม ยืนยันผลการหารือ มีข้อสรุปชัดเจนว่า รัฐบาลไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทำให้วุฒิสภาก็ต้องเดินหน้าดำเนินการ เพื่อให้ได้รัฐบาลอำนาจเต็มตามกรอบรัฐธรรมนูญต่อไป

"เมื่อทราบท่าที ที่ชัดเจนจากรัฐบาลอบ่างนี้แล้ว วุฒิสภาก็จะเดินต่อไป เรามีแผนสอง แผนสาม ที่จะดำเนินการอีก โดยจะทำทุกอย่างให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ โดยการดำเนินการทั้งหมดจะต้องนำมาหารือกับที่ประชุม ส.ว.ในวันนี้ เพื่อให้ตกผลึก และขอความเห็นชอบร่วมกันจากที่ประชุมส.ว.อีกครั้ง" นายวันชัย กล่าว

ต่อมาเวลา 17.30 น. นายวันชัย แถลงอีกครั้งหลังการหารือระหว่างวุฒิสภาว่า หลังจากที่รัฐบาลมีท่าทีชัดเจนแล้วว่า ไม่ให้ความร่วมมือกับวุฒิสภา ในแผน1 คือให้คณะรัฐมนตรีลาออก เพื่อเปิดทางให้ประเทศมีทางออกง่ายขึ้น ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางที่จะดำเนินการตามแผนอื่นต่อไป ไม่ว่าจะเป็นแผนที่ 2 หรือ 3 โดยมีการถกแถลงข้อดีข้อเสีย และความเป็นไปได้ จนมีมติมอบหมายให้ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ว่าที่ประธานวุฒิสภา ไปพิจารณาตามแต่สถานการณ์ที่จะพึงเกิดขึ้น เพราะขณะนี้สถานการณ์ภายนอก และอื่นๆ รุมเร้าและมีแนวโน้มที่จะเกิดความรุนแรง

"ทั้งนี้การจะดำเนินการตามแผน 2 หรือแผน 3 ต้องอยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ เช่น การเปิดประชุมหากจำเป็นที่ต้องเปิด หรือ การดำเนินการด้วยวิธีการอื่นใด ตามกรอบทุกมาตรา วันนี้เราถกแถลงกันทั้งหมด จุดได้ จุดดี จุดเสีย จุดอ่อน จุดแข็ง ถกจนหาข้อยุติได้ว่า ให้ประธาน และคณะทำงานไปพิจารณาตามกรอบที่ว่า ส่วนกรอบใดจะมาก่อน หรือหลัง แล้วแต่สถานการณ์ที่ประธานจะเป็นผู้พิจารณา โดยไม่ต้องมาร่วมหารือกันในชุดใหญ่อีกต่อไป"

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสัญญาณเปิด แสดงว่าทุกอย่างติดขัดไม่ได้ ใช่หรือไม่ นายวันชัย กล่าวว่า แน่นอน ตนเชื่อว่าความกล้าหาญ เด็ดขาดของวุฒิสภาต้องกล้าทำในจุดที่ถูกต้อง และแก้ปัญหาในตามกรอบรัฐธรรมนูญ

ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา หนึ่งในคณะทำงาน รีบกล่าวแย้งว่า เราจะไม่พูดเรื่องสัญญาณเปิด เพราะไม่มีสัญญาณใดๆทั้งสิ้น เราทำงานไปภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ และอำนาจหน้าที่ จึงอยากวิงวอนไปยังรัฐบาล แม้จะปิดประตูโดยไม่ทำอะไรเลย แต่ยังมีช่องทาง ถ้ารัฐบาลไม่ดำเนินการ ก็ยังมีหน่วยต่างๆ ที่มีหน้าที่ดูแลความทุกข์สุขของประชาชน ตนคิดว่าเป็นหน้าที่ของหน่วยความมั่นคง จำเป็นต้องออกมาดูแลไม่ให้เกิดขึ้น

เมื่อถามว่า เมื่อรัฐบาลปัดที่จะลาออก แสดงว่าวุฒิสภา จะไม่มีการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี มาตรา 7 แล้วใช่หรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ตอนนี้ต้องรอเงื่อนเวลาที่เหมาะสมก่อน ตนไม่อยากพูดเรื่องนายกรัฐมนตรี เพราะไม่ต้องการให้เป็นประเด็น

นายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว.อุตรดิตถ์ ว่าที่รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 กล่าวว่า วุฒิสภาจะหาแนวทางตั้งรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ตามแนวทางรัฐธรรมนูญและหลักประชาธิปไตยต่อไป ยืนยันว่า การที่วุฒิสภายังไม่ได้แนวทางชัดเจน ไม่ใช่การกั๊ก หรือหลอกให้กปปส. อกหักซ้ำสอง

นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ ส.ว.สรรหา หนึ่งในคณะทำงาน เปิดเผยว่า ระหว่างที่ตนและนายพีระศักดิ์ ได้หารือกับฝ่ายรัฐบาล เราได้มีการคุยถึงปัญหาการเลือกตั้งด้วย แต่ฝ่ายรัฐบาลยืนยัน ให้มีการเลือกตั้ง และมั่นใจว่าน่าจะจัดการเลือกตั้งได้ภายใน 60 วัน และขอให้วุฒิสภา ช่วยพูดคุยกับคู่ขัดแย้ง และกกต. ว่าอยากให้มีการเลือกตั้งก่อนการปฏิรูป แต่ตนได้แย้งว่า จากที่หารือกับหน่วยงานเห็นตรงกันว่า ต้องการให้มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มก่อน และไม่มีความเป็นไปได้ที่จะเลือกตั้งได้อย่างเรียบร้อย แต่รัฐบาลก็ยังยืนยันเช่นเดิม

ด้าน นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า การใช้แผน 2 และ แผน 3 ต้องรอดูสถานการณ์การเมืองในสัปดาห์นี้ว่า จะดำเนินการได้หรือไม่ อาทิ การใช้กฎหมายเทียบเคียงรัฐธรรมนูญ มาตรา 180 มาตรา 172 และ มาตรา 173 หรืออาจรอเวลาการเปิดประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญอีกครั้ง คาดว่านายสุรชัย จะแถลงแนวทางที่มีความชัดเจนในเร็วๆ นี้

** อดีตขรก.ให้กำลังใจ"สุรชัย"

ในวันเดียวกันนี้ นายเจด็จ อินสว่าง อดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะแกนนำอดีตข้าราชการระดับสูง พร้อมด้วยประชาคมธรรมศาสตร์อภิวัฒน์ และกลุ่มประชาคมชาวจุฬาฯ ได้เดินทางเข้ามอบดอกไม้ ให้กำลังใจ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา ให้เดินหน้าเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีอำนาจเต็ม และนำขึ้นกราบบังคมทูลฯ โดยเร็วที่สุด

นายสุรชัย กล่าวว่าขอบคุณที่ทุกคนมาให้กังใจ แต่ทุกต้องระวังจะถูกตั้งข้อขาสนับสนุนกบฏ เหมือนอย่างที่ตนโดนมาแล้ว จากที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกให้ไปพบ ในวันที่ 21 พ.ค. วิกฤตการเมืองขณะนี้ส่งผลกระทบให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ลามไปถึงระดับข้าราชการ กฎหมายไม่ได้ถูกนำมาใช้เพื่อความสงบเรียบร้อย แต่ถูกใช้เป็นเครื่องมือสำหรับคนที่เห็นต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรง ข้าราชการของรัฐไม่สามารถแยกผิดหรือถูกได้ ถือว่าเป็นอันตราย ซึ่งวุฒิสภา ไม่อยากปล่อยให้เมืองล่มสลาย จึงต้องออกมาแก้ปัญหา

ทั้งนี้ การแก้ปัญหาต้องใช้หลักสำคัญ 3 ประการ คือ 1. การมีส่วนร่วมของทุกส่วน 2. ยึดตามกรอบกฎหมายทุกประการที่จะแก้ปัญหาได้ และ 3. หาทางออกเพื่อคืนความสงบสุขให้ประเทศ ซึ่งตนยืนยันว่าจะตัดสินใจเร็ว ก็ทำได้ แต่ต้องไม่ใช่ตัดสินไปแล้วเกิดวิกฤตใหม่ จบแบบไม่จบ จึงขอเรียกร้องไปยัง ดีเอสไอ ว่า หากดีเอสไอ คิดว่ามีวิธีแก้ปัญหาในขณะนี้ ก็ให้เสนอแนะมา และตนก็จะยอมถอยอกมา ซึ่งวุฒิสภาได้ออกแถลงการณ์ แนะนำทางออกให้รัฐบาลแล้ว 3 ข้อ เพื่อจะได้ไปปรึกษาหารือกัน ก่อนที่จะตัดสินใจ แต่ถ้ารัฐบาลไม่ตัดสินใจ แล้วมีปัญหาความรุนแรงเกิดขึ้น รัฐบาลต้องรับผิดชอบ

นายสุรชัย กล่าวอีกว่า ส่วนแนวทางหาทางออกประเทศ ของวุฒิสภา ขณะนี้ก็มีความชัดเจนมากขึ้น โดยพยายามจะสรุปแนวทางและออกเป็นแถลงการณ์ให้ทันต่อเหตุการณ์ที่มีความตึงเครียดมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะทันภายในสัปดาห์นี้แน่นอน อย่างไรก็ตาม การส่งตัวแทนไปหารือกับรัฐบาลครั้งนี้ ถือว่าผลออกมา ไม่เป็นที่น่าพอใจ ทุกคนยังยึดติดกับแนวทางของตัวเอง จึงอยากขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับวุฒิสภาด้วย ตนยืนยันว่าจะไม่ท้อแท้แน่นอน จะยืนหยัดทำหน้าที่หาทางออกประเทศจนถึงที่สุด

**ปชป.ซัดรัฐถกวุฒิเหลวไร้ทางออก

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลไม่รับเงื่อนไขการลาออกจากรักษาการภายหลังหารือกับวุฒิสภา ว่า เป็นที่คาดการณ์อยู่แล้วว่ารัฐบาลจะไม่รับฟังอะไร นอกจากการดื้อดึงอยู่ต่อไป เพื่อให้มีการเลือกตั้ง จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ทุกฝ่ายพยายามช่วยกันคิดหาทางออกให้ประเทศไทย แต่รัฐบาลกลับคิดถึงแต่ประโยชน์ของตัวเอง โดยการให้ตัวเองกลับมามีอำนาจ ซึ่งถือเป็นการไม่มองความเป็นจริง ถ้ารัฐบาลร่วมมือกัน ก็จะหาทางให้ประเทศโดยไม่ต้องฉีกรัฐธรรมนูญ อีกทั้งหากดำเนินการตามข้อเรียกร้องรัฐบาล และพรรคเพื่อไทยก็ไม่มีอะไรเสียเปรียบ และจะมีการเลือกตั้งที่เร็วขึ้นด้วย

ทั้งนี้ สถานการณ์การเมืองหลังจากนี้ เชื่อว่าจะเข้มข้นขึ้น เพราะรัฐบาลหวงอำนาจ ปล่อยให้สมุนหรือกองโจรที่ถูกกฎหมาย คือศูนย์รักษาความสงบเงียบร้อย (ศอ.รส.) และสมุนนอกกฎหมาย คือชายชุดดำ ออกมาคุกคามฝ่ายตรงข้ามอย่างเต็มที่

**"ประยุทธ์"สั่งเตรียมพร้อม1-2สัปดาห์

มีรายงานว่า ในการประชุมติดตามสถานการณ์ประจำวัน เมื่อเช้าวานนี้ ที่ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เป็นประธาน โดยใช้วิธีประชุมทางไกล ผ่านระบบวีทีซี กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ) และกองกำลังสุรนารี เพื่อติดตามการทำงานของหน่วย

นอกจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้สอบถามความเห็นของผู้เข้าร่วมประชุม ทั้งระดับ 5เสือกองทัพบก และ ฝ่ายเสนาธิการ ถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ของนายสุเทพ และ กลุ่มเสื้อแดง นปช. รวมถึงแนวทางการหาทางออกของวุฒิสภา ต่อสถานการณ์การเมืองในขณะนี้

ทั้งนี้ ในที่ประชุม ยังไม่มีใครสามารถประเมินได้ชัดว่า สถานการณ์ในช่วง 1-2 สัปดาห์ต่อจากนี้ จะเป็นอย่างไร ซึ่งการเจรจาหาทางออกอาจจะได้ข้อยุติ หรืออาจจะนำไปสู่ความรุนแรงก็ได้ ทาง ผบ.ทบ. จึงให้ทุกฝ่ายเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากใช้แนวทางการเจราจาหาทางออกได้ก็ถือเป็นสิ่งดี แต่หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ทหารก็ต้องเตรียมพร้อม ซึ่งมีลำดับขั้นตอนตามกฎหมายอยู่แล้ว และ หากเหตุการณ์ไปสู่จุดนั้นแล้วกองทัพไม่เตรียมการ ก็ถือว่าบกพร่อง แต่ในขั้นต้น คือ ทำอย่างไรก็ได้ ไม่ให้เกิดความรุนแรง และไม่เกิดการเผชิญหน้าของสองฝ่ายก่อน

ด้านพล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ ต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ รวมถึงการยกระดับการชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) โดยพล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า "ยังไม่ได้หารือกับผบ.เหล่าทัพ"

**"ปลัด กห."ลั่นอย่าตะแบงกฎหมาย

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดเผยก่อนเดินทางไปประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ที่ประเทศพม่าว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาได้พบและปรึกษา พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ถึงแนวทางในการชี้แจงสถานการณ์ภายในประเทศ ต่อสมาชิกที่เข้าประชุม โดยจะชี้แจงในลักษณะที่ไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย ซึ่งเหตุการณ์การชุมนุมในประเทศเราเกิดมาแล้ว 6 เดือน คิดว่าสมาชิกทั้ง 9 ชาติ ติดตามสถานการณ์ของไทยมาโดยตลอด และได้แสดงความห่วงใยอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

"ผมยืนยันในความตั้งใจดีของทุกฝ่าย ในประเทศที่ช่วยกันร่วมแก้ไขปัญหา เท่าที่ผมติดตามสถานการณ์ทางตรงและทางอ้อมเห็นความพยามในการคลี่คลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ผมขอยึดถือแนวทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้ให้รองโฆษกกองทับก แถลงการณ์ 7 ข้อ เห็นถึงความตั้งใจดีของท่าน ในการเตือนด้วยหลักการ และเหตุผลต่อฝ่ายต่างๆ ถือเป็นกรอบ และความหวัง ในการทำให้บ้านเมืองกลับสู่สภาวะปกติ" พล.อ.นิพัทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า สถานการณ์ขณะนี้ เหมาะสมกับการที่มีนายกรัฐมนตรีเฉพาะกิจ ตามที่สมาชิกวุฒิสภา เสนอหรือไม่ พล.อ. นิพัทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่พูดตลอดมา และผู้ใหญ่ในบ้านเมืองพยายามบอก คือ กฎหมายระบุไว้อย่างไร ซึ่งต้องถามกันตรงนั้น ถ้ากฎหมายบอกว่าทำได้ ก็ทำ และถ้าทำไม่ได้ ก็อย่าฝืน ไม่เช่นนั้นจะยุ่ง เหมือนอย่างที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ ขณะนี้มีคนชี้สิ่งที่ถูกต้องอยู่ตลอด เราก็ต้องฟัง และปฏิบัติตามสิ่งเหล่านี้

เมื่อถามว่า สองฝ่ายตีความกฎหมายต่างกัน ฝ่ายกฎหมายของทหาร มองว่าทำได้หรือไม่ พล.อ.นิพัทธ์ กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายของทหารได้ติดตาม และได้ศึกษาอย่างถ่องแท้แล้ว ตนคิดว่าเรามีคำตอบอยู่ และรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ในฐานะข้าราชการ ไม่ขอพูดอะไร นักกฎหมายทั้งที่จบจากในประเทศ และต่างประเทศ เป็นความหวังของคนไทย กรุณาใช้หลักการ และตำราที่ได้ศึกษาอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งที่ผ่านมา 6 เดือน เรามีความเจ็บปวดมาแล้ว กับการพลิกแพลงกฎหมาย และพยายามที่จะตะแบงกัน ส่วนแนทางของทหารนั้น ก็ได้ทำหน้าที่ตามกรอบ ศอส. และ ศอ.รส. ซึ่งได้พยายามประคับประคองสถานการณ์มาโดยตลอด สิ่งที่กองทัพเนินการ ดูเหมือนง่าย แต่ความเป็นจริงนั้นยาก ดังนั้นควรยึดแนวทางของ ผบ.ทบ. ที่มีประสบการณ์จากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา การประคับประคองให้ทุกฝ่ายมาบรรจบในจุดที่เข้าใจ ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย ที่ผ่านมาเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นบางประปราย กองทัพก็ทำหน้าที่อย่างถูกต้อง และละมุนละม่อม พร้อมใช้ความระมัดระวังอย่างที่สุด

ส่วนการประกาศกฎอัยการศึกนั้นกระทรวงลาโหมได้ประชุมแล้ว ว่า ตามกฎระเบียบอะไรสามารถทำได้ หรือไม่ได้ ทั้งนี้ หวังว่าในสัปดาห์นี้ ถ้าทุกสิ่งเป็นไปตามคำพูดใครคนหนึ่งที่ระบุว่า จะเป็นแบบนั้น แบบนี้ ในสัปดาห์นี้ ตนคิดว่าบ้านเมืองเราจะได้มีแสงสว่างเสียที

เมื่อถามว่า ถึงเวลาที่ทหารต้องเด็ดขาดเพื่อแก้ไขปัญหาให้ยุติ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ความเด็ดขาดวันนี้ การปฏิบัติต่างๆยังอยู่ที่ ศอ.รส. มีทหารตำรวจอยู่ภายใต้การบังคับบัญชา คิดว่าไม่น่ามีอะไรแตกหัก ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างละมุนละม่อม และไม่ใช้กำลังจนช้ำ อาจจะดูน่ารำคาญในความเชื่องช้าไปบ้าง ตนให้เครดิตตรงนี้กับรัฐบาล ตนยืนยันว่า ตั้งแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จนถึงรัฐบาลรักษาการในขณะนี้ ศอ.รส. ยังทำหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง

**บี้ทหารใช้กฎอัยการศึกจัดการ

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากทาง กปปส. ที่บอกว่าจะมาหาเพื่อขอร้องให้รัฐมนตรีของพรรคชาติไทยพัฒนาทั้ง 2 คนลาออก แต่อย่างใด ซึ่งหากมีการประสานมาก็จะต้องเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อหารือ และมีมติ

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การเมืองขณะนี้เป็นสิ่งที่ประเมินยากว่าจะจบอย่างไร แต่เชื่อว่าคงมีการเปลี่ยนแปลงแน่ เพียงแต่จะเปลี่ยนแปลงอย่างไรเท่านั้น เพราะหากอยู่ในสภาพแบบนี้ มันไปไม่ได้แน่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินหรือไม่ว่า ทางเดียวที่จะจบได้คือ ทหารต้องออกมา นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ตนคิดว่าทหารก็ฉลาดพอ เขาคงไม่ปฏิวัติ แต่น่าจะเป็นลักษณะของการใช้กฎอัยการศึกเข้ามาจัดการ แม้ว่าการใช้กฎอัยการศึก จะอยู่ภายใต้กำกับของรัฐบาล แต่ก็จัดการให้เด็ดขาดได้กับทั้ง 2 ฝ่าย

" รัฐบาลปัจจุบันก็เป็นรัฐบาลรักษาการ ทหารก็อาจจะออกมา และบอกว่า เอาอย่างนี้มั๊ย ผมจัดการเรื่องต่างๆ ให้สงบแล้ว คุณไปสู่สนามเลือกตั้ง แล้วอีกกี่เดือน ยุบสภา และนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ ก็อาจจะเป็นอย่างนั้น เหมือนกับเอาอำนาจของกฎอัยการศึกมาบีบทุกฝ่าย เท่าที่ประเมิน น่าจะออกทางนี้" นายสมศักดิ์ กล่าว

**"สุเทพ"ออกชวนปชช.ร่วมไล่รัฐบาล

เมื่อวานนี้ (19 พ.ค.) ซึ่งเป็นวันดีเดย์ ปฏิบัติการขับไล่รัฐบาลเป้นครั้งสุดท้าย โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้นำขบวนเคลื่อนออกจากสถานที่ชุมนุม หน้าองค์การสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก ผ่านสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เข้าถนนราชดำเนินกลางผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สี่แยกคอกวัว และเลี้ยวซ้ายจนไปสิ้นสุดที่ย่านพาหุรัด เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมปฏิบัติการทวงคืนอำนาจอธิปไตยขั้นที่ 1 เรียกร้องให้ ครม.รักษาการลาออกจากตำแหน่ง

ทั้งนี้ ระหว่างสองข้างทางมีประชาชนออกมาต้อนรับให้กำลังใจและมอบเงินบริจาคจำนวนมาก และเมื่อไปถึงย่านพาหุรัด ขบวนของนายสุเทพได้พักรับประทานอาหารกลางวัน เมื่อรับประทานเสร็จได้เคลื่อนขบวนมุ่งหน้ากลับมายังเวทีหน้าองค์การสหประชาชาติ

** ปฏิบัติการล่าใบลาออกรมต.

ส่วนกลุ่มปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว ก็ได้แยกย้ายกันไปไล่ล่าใบลาออกของรัฐมนตรี โดยน.ส.จิตภัสร์ กฤดากร และ นางทยา ทีปสุวรรณ นำมวลชนไปกดดันที่บ้านพัก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม แต่นายชัชชาติและครอบครัว เดินทางออกจากบ้านแต่เช้าแล้ว มีเพียงคนดูแลบ้านเท่านั้น อยู่ด้านใน โดยมีการเปิดเผยว่า นายชัชชาติและครอบครัวเดินทางออกไปตั้งแต่ช่วงเช้า

ขณะที่ นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. และนพ.ระวี มาศฉมาดล จากกองทัพประชาชน และเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (กคป.) ได้นำมวลชนไปยังบ้านพัก นายพงษ์ศักดิ์ รักตะพงษ์ไพศาล รมว.พลังงาน ที่หมู่บ้านเกศินีวิลล์ ซอยประชาอุทิศ 21 แต่นายพงษ์ศักดิ์ ก็ไม่อยู่บ้านเช่นกัน

ด้านนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. นำมวลชน พร้อมกลุ่มสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) เดินทางไปยังกรมชลประทาน ย่านสามเสน หลังมีข่าวว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วยนายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาประชุม ที่กรมชลประทาน

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่คณะของ กปปส.ไปถึง นายบรรหาร พร้อมด้วย นายยุคล รวมทั้งนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน และคณะ ได้หลบขึ้นเรือหนีไปก่อน โดยอ้างว่าจะไปตรวจเยี่ยม ติดตามความคืบหน้างานก่อสร้างอาคารชลประทาน ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ประตูระบายน้ำคลองบางกรวย และประตูระบายน้ำคลองบางบัวทอง ก่อน กปปส.จะเดินทางไปถึงเพียง 10 นาทีเท่านั้น

นายถาวร กล่าวว่า ตนทราบมาว่า รัฐมนตรี 2 คนของพรรคชาติไทยพัฒนา คือ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกฯและ รมว.เกษตรฯ และนายสมศักย์ ภูรีศศรีศักดิ์ รมว. ท่องเที่ยวและการกีฬา ได้เซ็นใบลาออก และได้ยื่นให้กับนายบรรหาร ไว้แล้ว เราเลยต้องการมาทวงถามนายบรรหาร ถึงใบลาออกของทั้ง 2 คน ที่นำไปเก็บไว้ เพราะถ้านายบรรหารจะเป็นขี้ข้ารับใช้ระบอบทักษิณ ก็เป็นไปคนเดียว แต่ถ้าใบลาออกยังไม่ถึงมือนายบรรหาร ก็อยากจะให้รัฐมนตรีทั้ง 2 คน ออกมาเปล่งวาจาต่อสาธารณชนว่าขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ก็มีผลแล้ว

**"หลวงปู่ฯ"บุกกกต. บี้เอาผิดช่อง11

เมื่อเวลา 10.20 น. วานนี้ หลวงปู่ พุทธะอิสระ แกนนำ กปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ ได้นำมวลชนเดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกต.ผ่านน.ส. สุรณี ผลทวี ผู้อำนวยการสำนักเลขานุการกกต. เพื่อขอทราบความชัดเจนว่า รัฐบาลรักษาการ มีอำนาจที่จะทูลเกล้าฯ ร่าง พ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งได้ โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจาก กกต. ตามที่นักวิชาการกลุ่มสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.) ระบุหรือไม่ รวมทั้งขอให้กกต. ดำเนินการตรวจสอบรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 กรณีปล่อยให้มีการถ่ายทอดการอภิปรายของกลุ่มนักวิชาการ สปป. เพราะเวลาที่ถ่ายทอด เป็นการใช้เงินภาษีของประชาชน แต่เนื้อหาการอภิปราย กลับเป็นการยุยง โจมตีฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งขอให้ กกต.ดำเนินการกับอธิบดีในกรณีนี้อย่างเด็ดขาด ถ้าทำไม่ได้ หรือเห็นการดำเนินการของช่อง 11 เป็นไปโดยถูกต้อง ก็ขอให้มีการถ่ายทอดการชุมนุมของ กปปส. เวทีแจ้งวัฒนะบ้าง

**ศอ.รส.แถลงเตือน สรส.อย่าหยุดงาน

คณะทำงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) เปิดเผยแถลงการณ์ ศอ.รส. ฉบับที่ 9 เรียกร้องให้สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ละเว้นการกระทำผิดกฎหมาย หรือการนัดหยุดงานตามที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ยุยงปลุกปั่น โดยให้มีการติดป้ายสนับสนุนให้มีรัฐบาลใหม่ตามที่กลุ่ม กปปส.เรียกร้อง และการแสดงเชิงสัญลักษณ์ การประท้วงต่างๆ ศอ.รส. เชื่อว่า สรส.จะมีวิจารณญาณในการตัดสินใจว่าการกระทำใดถูกต้องหรือไม่ โดยเฉพาะการนัดหยุดงาน

ทั้งนี้ ศอ.รส. จะมีการเชิญผู้บริหารรัฐวิสาหกิจทุกแห่งร่วมประชุมกับผู้บริหาร ศอ.รส. ในวันที่ 21 พ.ค.นี้ เวลา 14.00 น. เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ และจะมีการทำหนังสือถึง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อหารือ และขอความอนุเคราะห์จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร เข้าร่วมแก้ไขสถานการณ์ หากเกิดเหตุร้ายถึงขั้นมีการตัดน้ำ ตัดไฟ ในพื้นที่รับผิดชอบของ ศอ.รส. ด้วย

** "โรมานอฟ"ไขสื่อไม่รู้เรื่องจับอาวุธ

พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวถึงการออกมาข่มขู่จาก สรส. ที่เป็นแนวร่วมกปปส. อาจจะตัดน้ำตัดไฟ ว่า ตามระเบียบกระทรวงกลาโหม ระบุไว้ชัด หากเกิดเหตุการณ์ที่อาจเป็นภัยต่อความสงบ หรือเกิดเหตุดังกล่าว เป็นหน้าที่ของกองทัพ ให้จัดส่งนายทหารเข้าไปช่วยเหลือดูแลแก้ปัญหา เช่น ถ้ามีการตัดไฟ จากการไฟฟ้านครหลวง ระเบียบกองทัพ ระบุให้ กองพันทหารสื่อสาร เข้าไปต่อไฟ หากตัดน้ำประปา กองพันทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์เข้าไปดูแล ไม่ว่าจะตัดน้ำ ตัดไฟ จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปทำหน้าที่แทนอยู่แล้ว เพียงแต่รักษาการนายกฯขอให้กำชับ ผู้นำเหล่าทัพ ก็จะแก้ปัญหาได้

ส่วนกรณีที่นายสุเทพ ประกาศไล่ล่าจะจับตัวรัฐมนตรีนั้น เป็นเพียงสงครามจิตวิทยา เป็นเรื่องผิดปกติที่กลุ่มกบฏประกาศจะจับตัวรัฐมนตรี เป็นห่วงสถานการณ์จากนี้อาจจะมีการสร้างสถานการณ์มากขึ้น การประกาศจับตัวรัฐมนตรี เป็นการแสดงออกของคนจะแพ้ เลยพยายามทำทุกวิถีทาง

พ.อ.อภิวันท์ ยังกล่าวถึงนายทหาร กอ.รมน. เข้าจับกุมอาวุธสงครามได้จำนวนมากที่ จันทรารีสอร์ท จ.นครนายก มีการสืบขยายผลว่าอาจเชื่อมโยงมาถึงการชุมนุมคนเสื้อแดงว่า ยังไม่ทราบเรื่อง เพิ่งทราบข่าว เรื่องอาวุธ คิดว่ามีทั้งคู่ฝ่าย กปปส. เองก็มีเยอะ เรื่องนี้ใครทำผิดก็ให้รับโทษไป แต่ขอให้สืบสวนตามกฎหมายมาตรฐานเดียวกัน ส่วนตัวไม่สนับสนุนการชุมนุมต่อสู้ที่ไม่เป็นไปตามหลักกฎหมาย ขอให้เป็นไปตามหลักสันติวิธี.
กำลังโหลดความคิดเห็น...