xs
xsm
sm
md
lg

อย่าทำตัวเหนือกฎหมาย

เผยแพร่:   โดย: ราวี เวียงพยัคฆ์

เมื่อเดือนเมษายน/พฤษภาคม 2556 ศาลรัฐธรรมนูญถูกคนกลุ่มหนึ่งมาคุกคามปิดล้อม นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เสนอแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างของศาลรัฐธรรมนูญเสียใหม่ นักกฎหมายที่รับใช้การเมืองก็ออกมาสนับสนุนกันอย่างเอิกเกริก ณ ขณะนั้น ผมเขียนดักคอเอาไว้ว่า เพราะเขาต้องการที่จะลดทอนความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญที่พวกเขาไม่อาจจะแทรกแซงได้ และเชื่อว่าจะต้องมีคดีสำคัญๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องพิจารณาอย่างแน่นอน

ผมทายเอาไว้ด้วยว่า จะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องมีร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และที่สำคัญอีกเรื่องก็คือร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท

ผมทายผิดอยู่ประเด็นเดียวคือ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพราะร่างดังกล่าวนี้ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ และค้างอยู่ที่วุฒิสภา

ผมยังเชื่อว่าถ้าหากผ่านวุฒิสภา ก็จะต้องมีใครสักคนร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน และก็เชื่อว่าไม่ผ่านศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญขียนไว้ชัดอยู่แล้วว่า

การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานของรัฐต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม

ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่พรรคฝ่ายรัฐบาลผ่านมาและไปหยุดอยู่ที่วุฒิสภานั้น มันไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรมอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นคนเขาไม่ออกมาค้านกันทั้งบ้านทั้งเมืองจนเลยเถิดมาถึงทุกวันนี้หรอก

คราวนี้ปฏิบัติการคล้ายๆ ที่เกิดขึ้นกับศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นอีกแล้ว ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เนื่องจาก ป.ป.ช.กำลังพิจารณาคำร้องที่มีผู้ไปร้องว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะนายกรัฐมนตรี และในฐานะประธานคณะกรรมการข้าวปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการจำนำข้าว ป.ป.ช.พิจารณาเรื่องนี้มาแรมปีแล้วครับ ประชาชนทั้งหลายที่ติดตามเรื่องนี้รู้สึกว่า ป.ป.ช.จะทำงานล่าช้าไปด้วยซ้ำ แต่ก็น่าเห็นใจ ป.ป.ช.ตรงที่ไม่ค่อยจะได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการด้วยกันซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะผู้ถูกร้องคือ นายกรัฐมนตรี ซ้ำข้อมูลเรื่องข้าวนับตั้งแต่รัฐบาลนี้ใช้วิธีการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดจากชาวนา กลายเป็นเรื่องลึกลับซับซ้อนไม่มีใครให้ข้อมูลได้ว่าจำนำข้าวมากี่แสนกี่ล้านตัน ใช้เงินไปเท่าไร รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาแถลงก็อ้ำๆ อึ้งๆ แถลงไปเกาหูไป จิบน้ำชาไป โดยที่ไม่มีสาระแต่อย่างใด

แต่ไม่ว่าจะไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการอย่างไร ในที่สุด ป.ป.ช.ก็ประสบความสำเร็จในการรวบรวมข้อมูล รวบรวมหลักฐานจนสามารถกำหนดนัดหมายให้นางสาวยิ่งลักษณ์ไปรับทราบข้อกล่าวหาจนได้ ถึงเวลานัดหมายนางสาวยิ่งลักษณ์กลับไปสาธิตการดับไฟป่าอยู่ภาคเหนือโน่น ทั้งที่ก่อนหน้านี้นางสาวยิ่งลักษณ์เรียกร้องให้ประชาชนทั้งหลายทั้งปวงเคารพระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย

“บ้านเมืองจะอยู่ยังไงค่ะ ถ้าหากไม่เคารพกฎหมาย”

แม้จะส่งทนายความไปรับทราบข้อกล่าวหา ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยกดดันศาลรัฐธรรมนูญเมื่อเดือนเมษายน/พฤษภาคมเมื่อปีที่แล้ว มากดดัน ป.ป.ช.มาล้อมที่ทำการ ป.ป.ช.และเผาหุ่นขึ้นป้ายประณาม ป.ป.ช.ท่านหนึ่งคือ นายวิชา มหาคุณ ที่เป็นผู้ดูแลสำนวนการร้องเรียนและสอบสวนเรื่องนี้

ขณะเดียวกัน เวทีของคนเสื้อแดงอื่นๆ ก็ประสานเสียงก่นด่า ป.ป.ช.และประกาศที่จะออกมาปกป้องนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีร่วมรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ผู้ประกาศว่าเขาเป็นขี้ข้าทักษิณ ถึงกับออกมาข่มขู่ว่า ถ้าหาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนางสาวยิ่งลักษณ์ “วุ่นวายแน่”

ณ ขณะนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังไม่ไปยื่นคำให้การต่อ ป.ป.ช.โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ขอเวลาอีก 45 วันแต่ ป.ป.ช.ให้เวลาอีกแค่ 15 วันซึ่งก็คงจะเป็นเพราะ ป.ป.ช.เห็นว่า ได้ให้เวลานางสาวยิ่งลักษณ์มาพอสมควรแล้ว และรู้ว่านางพยายามจะยืดเวลาเตะถ่วง

คนเป็นนายกรัฐมนตรี ข้อมูลสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมให้วันสองวันก็เสร็จ ถ้าหากไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตก็ไม่เห็นจะต้องวิตกกับการตรวจสอบ ยิ่งถ้าหากให้การกับ ป.ป.ช.เสร็จ ป.ป.ช.เชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์กับเธอเสียอีก

การออกมากดดัน ป.ป.ช.ก็ดี การข่มขู่คุกคาม ป.ป.ช.ที่กำลังทำกันอยู่ขณะนี้ยิ่งจะทำให้ผู้คนทั้งหลายเข้าใจว่า นางสาวยิ่งลักษณ์น่าจะเกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวที่ขาดทุนมหาศาลถึง 4 แสนกว่าล้านบาท และทำให้ผู้คนทั้งหลายไม่เข้าใจว่าประชาธิปไตยที่นางสาวยิ่งลักษณ์พูดอยู่เสมอนั้นมันคืออะไรกันแน่ คือความพยายามที่จะอยู่เหนือกฎหมายหรืออย่างไร

ประเทศประชาธิปไตยนั้นไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย กรรมการ ป.ป.ช.เองก็ต้องปฏิบัติตาม และการชนะการเลือกตั้งมาเป็นรัฐบาล ก็ไม่มีข้อยกเว้นให้กับนางสาวยิ่งลักษณ์แต่อย่างใด

ความพยายามที่จะกดดัน ป.ป.ช.ของบรรดากลุ่มคนที่สนับสนุนนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ได้เกิดประโยชน์กับตัวนางสาวยิ่งลักษณ์เลย

มีแต่จะทำให้นางสาวยิ่งลักษณ์ตกต่ำยิ่งกว่าจุดที่เธอยืนอยู่เสียด้วยซ้ำ
กำลังโหลดความคิดเห็น...