xs
xsm
sm
md
lg

การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนสร้างพลเมือง

เผยแพร่:   โดย: ภาณุเบศร์ มหาเรือนขวัญ

ด้วยข้อเท็จจริงคือไม่มีข้อเสนอใดข้อเสนอเดียวที่ถูกต้องสมบูรณ์สำหรับการปฏิรูปประเทศไทยให้มีความเป็นธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ไม่ว่าจะมาจากฟากฝ่ายไหนหรือสวมเสื้อสีใด ซึ่งนั่นก็เป็นไปตามเงื่อนไขของสังคมที่มีพลวัตตลอดเวลา และมีการเคลื่อนย้ายถ่ายเททางความคิดและผลประโยชน์ระหว่างกันอันซับซ้อน และสลับไปสลับมา ไขว้ ขมวด และยึดโยงกันแน่นจนแค่คลี่ปมก็แทบทำไม่ได้ ในขณะเดียวกันเมืองไทยก็อยู่ในสถานการณ์ที่ความเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างทางการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อจะกระจายอำนาจและทรัพยากรที่รวมศูนย์ไม่เคยมาจากภาคการเมืองแต่อย่างใดด้วย

ด้วยปัจจุบันปัญหาและวิกฤตที่เกี่ยวเนื่องกับความไม่เป็นธรรมทำให้ไม่เพียงประชาชนจะเข้าไม่ถึงทรัพยากรการเมือง ทรัพยากรเศรษฐกิจ ทรัพยากรสังคม และทรัพยากรธรรมชาติอย่างเท่าเทียมกันเท่านั้น ทว่าวิกฤตหรือปัญหาแต่ละด้านก็มีความหลากหลายและสลับซับซ้อนยึดโยงกันอย่างยากจะจำแนกหรือแก้ไขได้เป็นเรื่องๆ หรือประเด็นๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการไม่มีที่ดินทำกินของเกษตรกร การแย่งชิงทรัพยากรน้ำและธรรมชาติ การอยู่ร่วมกับป่าของคน จนถึงความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม เนื่องเพราะวิกฤตการณ์เหล่านั้นนอกจากจะเกิดจากกระบวนการบริหารจัดการนโยบายทางสังคม-เศรษฐกิจ-การเมืองภายในประเทศที่ผิดพลาดจากการมุ่งพัฒนาแต่เศรษฐกิจที่มีตัวชี้วัดเป็นการเจริญเติบโตของ GDP จนหลงลืมมิติทางสังคมอื่นๆ แล้ว ยังถูกครอบงำทิศทางการพัฒนาจากกฎกติกาและระเบียบการค้าการลงทุนที่กำหนดโดยกลุ่มองค์กรโลกบาลและบรรษัทข้ามชาติที่มีอำนาจเหนือรัฐชาติ (Nation-State) ที่มุ่งเข้ามาควบคุมมาตรการทางกฎหมายและนโยบายในประเทศให้เอื้อต่อการทำกำไรสูงสุดบนความสูญเสียของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกกอบโกยออกไปนอกประเทศในนามการค้าการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

สาเหตุสำคัญหนึ่งซึ่งทำให้ทรัพยากรการเมือง-เศรษฐกิจ-สังคม-ธรรมชาติ ที่มีอยู่อย่างจำกัดและมีแนวโน้มที่จะรองรับกับความต้องการที่แตกต่างหลากหลาย และเพิ่มขึ้นไม่ได้นั้นกลับถูกทุนที่ควบรวมกับการเมืองฉวยใช้ไปเพื่อผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะถูกจัดสรรอย่างเท่าเทียมและเสมอภาคกันในหมู่ประชาชน และเกิดการพัฒนาที่ไม่สอดคล้องกับระบบนิเวศและวัฒนธรรมของท้องถิ่นชุมชนจนไม่เกิดการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมกับท้องถิ่นถึงแม้จะมีการใช้ประโยชน์จากฐานทรัพยากรอาหารและทรัพยากรชีวภาพของท้องถิ่น หรือไม่มีแม้กระทั่งมาตรการเยียวยาชดเชยที่เป็นธรรมเมื่อเกิดผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ของรัฐและเอกชน ตลอดจนขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นและประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) ในการศึกษาผลกระทบด้านต่างๆ จากการใช้เครื่องมือ SEA, EIA, EHIA และ CHIA ที่รอบด้านเพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้องก่อนเดินหน้าโครงการ ก็คือการขาดการลงทุนในการพัฒนา ‘พลเมืองในระบอบประชาธิปไตย’ เพื่อจะตรวจสอบอำนาจรัฐในการกำหนดนโยบายสาธารณะและถ่วงดุลอำนาจทุนในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่

กล่าวอีกนัยหนึ่ง พลังพลเมืองจะเป็นปัจจัยชี้ขาดสำคัญต่อการสร้างความเป็นประชาธิปไตยทางการเมืองการปกครองและความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ เพราะหากประชาชนอ่อนแอความมั่นคงของระบอบประชาธิปไตยจะถูกสั่นคลอนจนอาจสูญสลายเพราะทนแรงเผด็จการที่มาท้าทายไม่ได้ ภายในขณะเดียวกันความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจซึ่งไม่เอารัดเอาเปรียบคนเล็กคนน้อยก็ก่อเกิดขึ้นไม่ได้เช่นกัน ฉะนั้นการสร้างความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตยและความเป็นธรรมของระบบเศรษฐกิจจึงจำเป็นต้องลงทุนสร้าง ‘พลเมืองที่มีความกระตือรือร้น’ (active citizen) ภายใต้การสร้างเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้เข้มแข็งขึ้นจากการยอมรับเสียงข้างมากแต่ขณะเดียวกันก็เคารพเสียงข้างน้อยที่แตกต่างออกไปด้วย โดยการจะบรรลุวัตถุประสงค์เช่นนี้ได้ก็ต้องระดมและทุ่มเททรัพยากรด้านต่างๆ เพื่อเปลี่ยนประชาชนเป็นพลเมืองที่เห็นประโยชน์สาธารณะและเข้าร่วมกิจการสาธารณะอย่างแข็งขันทั้งในแง่มุมของการเสนอแนะ ติดตาม ตรวจสอบ เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายสาธารณะที่มีความเป็นธรรมต่อไป

ภายใต้เงื่อนไขและปัจจัยข้างต้นนั้นจึงเลี่ยงไม่ได้ที่ประเทศไทยจะต้องลงทุนในการพัฒนาพลเมืองอย่างเร่งด่วนถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีหน่วยงานรัฐ องค์กรสาธารณะประโยชน์ และกลุ่มต่างๆ ที่ทำหน้าที่พัฒนาพลเมืองอยู่แล้วก็ตามที ทว่าที่เป็นปัญหาสำคัญคือต่างมุ่งเน้นแต่ประเด็นตนเองเพราะเห็นแต่ประเด็นของตนเองเท่านั้นสำคัญจนขาดการบูรณาการข้ามประเด็น ทั้งๆ เป็นประเด็นที่สัมพันธ์กัน เช่น กรณีที่ดินที่ไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตรของเกษตรกรรายย่อยและไม่เพียงพอต่อการอยู่อาศัยของคนเล็กคนน้อยจะแก้ไขได้ก็ต่อเมื่อมีการปฏิรูปภาษีที่ดิน ที่ต้องทำพร้อมๆ กับการแก้ไข พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดกว้างให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองที่ดินได้เพื่อจะได้เห็นว่าใครเป็นเจ้าของ โดยเฉพาะในกลุ่มคนสาธารณะในแวดวงการเมือง ซึ่งรวมถึงกลุ่มทุนขนาดใหญ่ในชาติและข้ามชาติด้วย

อย่างไรก็ตาม ดังกล่าวมาข้างต้นแล้วว่าไม่มีข้อเสนอใดข้อเสนอเดียวที่ถูกต้องสมบูรณ์สำหรับการปฏิรูปประเทศไทยให้มีความเป็นธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ตลอดจนไม่อาจใช้เกณฑ์หรือหลักฐานใดเพียงหลักฐานหนึ่งมาตัดสินใจ แต่ควรใช้เกณฑ์หรือหลักฐานที่หลากหลายในการประกอบการตัดสินใจด้วยชุดของเหตุผลข้อมูลมากกว่ามุ่งผลประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจเฉพาะหน้า ซึ่งที่ผ่านมาการตัดสินใจในประเด็นของการปฏิรูปประเทศไทยไม่มีความชัดเจนเพราะยังขาด ‘พื้นที่สาธารณะ’ ทั้งในเชิงรูปธรรมที่หมายถึงกระบวนการและกลไก และพื้นที่สำหรับการถกแถลงเหตุผลข้อมูลทัศนะที่ต่างกันอันจะทำให้ความคิดที่หลากหลายได้ปรากฏและเผยตัวตน ดังเช่นที่สมัชชาปฏิรูปประเทศไทยกำลังพยายามทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่สาธารณะในเชิงของการสร้างกระบวนการและกลไกเพื่อให้ภาคีที่เชื่อมร้อยเข้ามาได้ทำงานร่วมกันอย่างสมานฉันท์ อันจะทำให้ความแตกต่างกันอันเนื่องมาจากการมุ่งภารกิจเฉพาะประเด็นจนหลงลืมภาพรวมหรือทิศทางภาพใหญ่ในการปฏิรูปประเทศไทยได้ลดความขัดแย้งที่รุนแรงลง

การพัฒนากรอบการตัดสินใจในการปฏิรูปประเทศไทยจึงไม่เพียงต้องใช้ชุดข้อมูลและเกณฑ์ที่หลากหลายร่วมกันเพื่อทำการคัดเลือกประเด็นการปฏิรูปที่ควรจะเชื่อมร้อยกันเพื่อจะขยับเขยื้อนไปได้พร้อมๆ กันเท่านั้น ทว่ายังต้องนำข้อคิดเห็นทั้งสนับสนุน ท้วงติง หรือคัดค้านของประชาชนเข้ามาร่วมพิจารณาด้วยในฐานะที่มีความสำคัญเท่าเทียมกับข้อเสนอของกลุ่มผู้กำหนดนโยบาย ภายในเวลาเดียวกันเวทีสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย โดยเฉพาะในครั้งที่ 3 นี้ที่มีธีม (theme) เป็น ‘พลเมืองปฏิรูปประเทศไทย’ ยังได้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือและกลไกที่ขาดหายไปในสังคมไทยด้วย โดยนอกจากจะทำหน้าที่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การเรียนรู้ และสร้างเครือข่ายกับประชาชนในฐานะที่ทุกคนมีศักดิ์ศรี สิทธิ และเสียงเสมอกันแล้ว ยังมุ่งลงทุนพัฒนาพลเมืองผ่านประเด็นสาธารณะต่างๆ ร่วมกันด้วย เพราะตระหนักดีว่าพลเมืองคือนวัตกรรมทางสังคมที่สำคัญยิ่งต่อความสำเร็จในการกำหนดนโยบายสาธารณะที่เป็นธรรมและพัฒนาระบอบประชาธิปไตย นอกเหนือไปจากการปรับตัวของรัฐให้อยู่ในครรลองของระบอบประชาธิปไตยที่ให้ความสำคัญกับทุกสียงเสมอกันแม้ว่าจะเป็นเสียงส่วนน้อยที่ไม่ได้เลือกตนเอง
กำลังโหลดความคิดเห็น...