xs
xsm
sm
md
lg

DD การบินไทย

เผยแพร่:   โดย: ชัยอนันต์ สมุทวณิช

บริษัท การบินไทย เป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่สุด มีคนทำงานประมาณ 25,000 คน การที่บริษัทมีขนาดใหญ่ จึงต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรไว้มาก ธุรกิจการบินเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง มีการตัดราคากันมาก ดังนั้นการตลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ต้องมีการวางแผนการใช้เครื่องบินที่ดีด้วย กล่าวคือ มีการใช้เครื่องบินให้คุ้มค่า มีการทำงานที่ตรงต่อเวลา และรู้จักใช้ประโยชน์จากการหาเวลาบินที่ดี โดยปกติแล้วเส้นทางการบินแต่ละเส้นทางทำรายได้ต่างกัน สำหรับการบินไทยแล้ว เส้นทางกรุงเทพฯ-ฮ่องกง เป็นเส้นทางที่ทำกำไรให้มากที่สุด

ธุรกิจการบินไม่เหมือนกับธุรกิจอื่น ตรงที่เมื่อเครื่องบินขึ้นไปแล้วก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้อีก ดังนั้นสิ่งที่เรียกว่า เคบิน แฟคเตอร์ จึงมีความสำคัญ คือดูว่าจำนวนที่นั่งเต็มมากเท่าใด ส่วนใหญ่หากเกินร้อยละแปดสิบก็ถือว่าดีมากแล้ว

การบินไทยเป็นสายการบินที่มีคนนิยมมาก เพราะมีบริการที่ดี มีพนักงานต้อนรับที่ยิ้มแย้มแจ่มใสพร้อมที่จะให้การบริการ มีสจ๊วตคนหนึ่งป๊อปปูล่ามากถึงกับร้องเพลงเต้นระบำแขกเวลามีคนอินเดียขึ้นเครื่อง แต่การเป็นพนักงานต้อนรับนี่ ก็ต้องอดทนอย่างมาก ผู้โดยสารบางคนเมาแล้วก็ลวนลาม บางคนใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดเท้าด้วย

แต่หนุ่มสาวไทยก็ใฝ่ฝันที่จะเป็นพนักงานการบิน เพราะนอกจากจะได้ท่องเที่ยวโดยไม่ต้องเสียค่าเครื่องบินแล้ว ก็ยังได้เงินค่าเบี้ยเลี้ยงแยะหากได้บินไปยุโรปบ่อยๆ เดือนหนึ่งก็ได้เงินเหยียบแสน แม้เงินเดือนจะน้อย แต่ค่าเบี้ยเลี้ยงแยะ พนักงานส่วนใหญ่อาศัยเงินเบี้ยเลี้ยงผ่อนบ้านผ่อนรถ

พวกพนักงานไม่ชอบกินอาหารบนเครื่อง แต่นิยมพกมาม่าไปต้มกินกัน ผมเองบางทีก็เบื่อเพราะอาหารแม้จะดูดี แต่ก็ไม่อร่อย นึกอยู่ว่าทำไมเขาไม่ทำก๋วยเตี๋ยวราดหน้าบ้าง หรือมันเป็นของพื้นๆ เกินไป แม้แต่เมนูยอดฮิตของนักกอล์ฟคือ ข้าวกะเพราะไก่ไข่ดาวก็ไม่มี สิ่งที่ผมชอบที่สุดเห็นจะเป็นชามะนาวที่รสกลมกล่อมมาก ในระยะยาวถ้านั่งชั้นหนึ่งหรือชั้นธุรกิจ ก็จะได้ทานอาหารดีหน่อย

คนการบินไทยจะมีความภักดีต่อบริษัทสูง พวกพนักงานพากันพูดว่า บริษัทมีบุญคุณ พวกเขาอยู่มาได้มีบ้าน มีรถ ตั้งครอบครัวได้ก็เพราะบริษัท ด้วยเหตุนี้จึงมีความสามัคคีสูง มีสหภาพที่เข้มแข็ง คนทำงานในสหภาพมีความกระตือรือร้นในการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร

แต่มีสิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ขององค์กรนี้ นั่นก็คือเต็มไปด้วยการแก่งแย่งแข่งขันกันในสำนักงานใหญ่ และมีการปล่อยข่าวซุบซิบนินทา และมีใบปลิวอยู่ตลอดเวลา ทำให้บรรยากาศของการทำงานเป็นไปอย่างเคร่งเครียด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริหารสูงสุด

แต่ก็คุ้ม เพราะสิทธิประโยชน์ที่ผู้บริหารระดับกลางขึ้นไปมีดีมาก เช่น การนั่งเครื่องฟรีในชั้นธุรกิจ ในสมัยก่อนบริษัทยังจ่ายภาษีให้อีกต่างหาก และหากใครไม่หยุดตามวันที่มีสิทธิหรือใช้วันหยุดไม่หมด ก็ได้เงินชดเชย

ผู้บริหารสูงสุดเรียกว่า DD ไม่มีใครรู้ว่าย่อมาจากอะไร นัยว่าเรียกกันมาตั้งแต่สมัยที่ฝรั่งยังทำงานร่วมกันอยู่ในสมัยก่อน DD เป็นลูกหม้อคนในบริษัทให้ความนับถือ รักใคร่ ที่มีชื่อเสียงก็คือ คุณฉัตรชัย บุญยะอนันต์ และกัปตันโยธิน ภมรมนตรี ลูกหม้อคนหลังสุดก็คือ คุณพิสิฐ กุศลาไสยานนท์ ซึ่งขึ้นมาจากผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ สไตล์การทำงานของคุณพิสิฐเรียบๆ ซื่อสัตย์ ยึดกฎระเบียบ ไม่หวือหวา แต่กระนั้นเมื่อมีการเมืองเข้ามาก็พยายามเอาคุณพิสิฐออก

ผู้ที่เข้ามาแทนคือคุณกนก อภิรดี เป็นคนที่แอคทีฟ และมีความคิดริเริ่ม มีพลังสูง และมีฝีมือทางด้านการตลาด สัญลักษณ์ของคุณกนกก็คือ จะจดบันทึกในกระดาษโน้ต และสั่งงานโดยส่งกระดาษโน้ตนั้นแจกผู้ร่วมงาน กนกมักคิดโครงการใหญ่ๆ เสมอ และชอบไปเยี่ยมลูกน้องตามหน่วยต่างๆ แม้เขาจะไม่ใช่ลูกหม้อ แต่คนในบริษัทก็มีความรักใคร่มาก

เมื่อการบินไทยขาดทุน ก็มีผู้บริหารเก่งๆ เข้ามาเป็นบอร์ดหลายคน เช่น ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย เป็นต้น ในระยะหลังๆ ก็มีคุณพิชัย ชุณหวชิร จากการปิโตรเลียม ในที่สุดก็มีการสรรหาเอาดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เข้ามา ดร.ปิยสวัสดิ์เป็นคนเก่ง จบมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ มีการอบรมที่ดี สุภาพ และที่สำคัญก็คือซื่อสัตย์ ดร.ปิยสวัสดิ์เข้ามาดำเนินการรัดเข็มขัดตัดรายจ่ายลงจนบริษัทฟื้นตัว แต่ก็กระทบผลประโยชน์ของพนักงานมากทั่วทั้งองค์กร ทำให้พนักงานไม่ชอบ และตั้งชื่อใหม่ให้ว่า “ปิยประหยัด” และในที่สุด ดร.ปิยสวัสดิ์ก็ไม่ได้รับการจ้างต่อ เป็นที่น่าเสียดาย และต่อไปก็ไม่แน่ว่าจะมีใครที่เข้ามาทำงานได้ดีเท่ากับดร.ปิยสวัสดิ์

ภาพของการบินไทยเป็นภาพขององค์กรที่มีการเมืองเข้าไปแทรกแซงมาก และมีการแสวงหาผลประโยชน์สูง เมื่อพ้นดร.ปิยสวัสดิ์ไปแล้ว คนที่เข้ามาใหม่ก็คงจะต้องได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายการเมือง ซึ่งถ้าจะพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อมแล้ว ก็จะต้องเป็นคนที่ทักษิณเลือกหรือไม่ก็เห็นชอบด้วย