xs
xsm
sm
md
lg

“ทักษิณ” คือต้นเหตุและปลายเหตุของวิกฤติความขัดแย้ง

เผยแพร่:   โดย: ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
ศาสตราภิชาน มหาวิทยาลัยรังสิต


มีผู้อธิบายว่า วิกฤติความขัดแย้งการเมืองไทย “ทักษิณ” เป็นเพียงปลายเหตุ ไม่ใช่ต้นเหตุ

โดยสร้างแนวคิดพร้อมคำอธิบายว่า เป็นเพราะความแตกต่างของคนรวยคนจนในสังคมไทยมีมาก แล้วก็พลอยอธิบายต่อไปว่า ชนชั้นสูงเอาเปรียบชนชั้นต่ำ ความขัดแย้งจึงซึมลึกที่โครงสร้าง และด้วยวิธีอธิบายเหตุผลทำนองนี้ “ทักษิณ” จึงเป็นแค่ปลายเหตุของปัญหา

ผมคิดว่า คำอธิบายดังกล่าว ทำให้ “ทักษิณ” ดูดีเกินจริง!

ฟังดูราวกับว่า “ทักษิณ” เป็นเหยื่อของโครงสร้าง เป็นผู้ไร้เดียงสา ไม่รู้อิโหน่อิเหน่กับความขัดแย้งหรือแม้แต่กระทั่งความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของคนในสังคมไทย


ฟังราวกับว่า “ทักษิณ” ไม่ได้กระทำผิดอะไรเลย แต่ใครเกิดมาเป็น “ทักษิณ” ก็คงเป็นอย่างนี้

คำอธิบายข้างต้น ได้ช่วยผลักภาระความรับผิดชอบออกไปจากตัว “ทักษิณ” โดยปัดไปโทษโครงสร้างแห่งความไม่ทัดเทียม กลายเป็นยกความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากการดิ้นรนเอาตัวรอดของ “ทักษิณ” ให้เป็นความขัดแย้งในโครงสร้าง ปลดปล่อยหรือฟอกความชั่วของทักษิณ ด้วยการพยายามดึงคำอธิบายโยงขึ้นไปเป็นเรื่องของชนชั้นสูง คล้ายๆ ที่แกนนำเสื้อแดงเรียกว่า “อำมาตย์” เป็นตัวการที่ทำให้บ้านเมืองแตกต่าง และนำไปสู่การแตกแยก

ผมเห็นความจริงในข้อที่ว่า สังคมไทยมีความแตกต่างในรายได้สูงมากจริง

มีคนรวยจำนวนหนึ่งที่รวยล้น และคนจนที่กระจาย และก็ยังเห็นต่อไปด้วยว่า คนรวยจำนวนหนึ่ง เกิดจากอำนาจผูกขาด ทั้งธุรกิจและการเมือง ในอดีต คนได้อำนาจทางการเมืองก็มาได้ผูกขาดหาสิทธิประโยชน์พิเศษทางเศรษฐกิจ กอบโกยเป็นทรัพย์สินส่วนตัว และต่อมา ก็เข้ายึดอำนาจทางการเมือง เพื่อพยายามรักษาผลประโยชน์ทางธุรกิจส่วนตัว

ผมชี้ชัดให้เห็นเลย... “ทักษิณ” ไงล่ะ คือ ตัวอย่างแห่งความชั่วร้ายที่ทำให้โครงสร้างสังคมมีความแตกต่างมากขึ้น!

“ทักษิณ” จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้แสวงหาความมั่งคั่งร่ำรวยที่ผูกขาดทั้งเศรษฐกิจและการเมืองในเวลาต่อมา!

“ทักษิณ”
ไงล่ะ คือ ตัวอย่างที่ตักตวงผลประโยชน์จากโครงสร้างที่เหลื่อมล้ำ ฉวยโอกาสเบียดบังรายได้ของประเทศ ไปกระจุกตัวอยู่กับคนๆ เดียว มากกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ อย่างน้อย ผมยอมรับว่า ไม่เคยคิดว่าทักษิณจะสะสม เบียดบังสังคมไปมากขนาดนี้ จนทำให้สังคมมีความแตกต่างมากกว่าที่สามารถวัดได้จากการสำรวจสำมะโนประชากรจะตรวจพบเสียอีก

ผมจึงมั่นใจว่า “ทักษิณ” คือ ตัวการร่วม (ส่วนหนึ่ง) ของต้นเหตุ !

ไม่ใช่เป็นเพียงปลายเหตุของวิกฤติความขัดแย้งทางการเมือง

การวิเคราะห์ความขัดแย้งที่เกิดจากชนชั้น แล้วเอา “ทักษิณ” เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ของ “คนจนและชนชั้นล่าง” จึงเป็นการสร้างภาพลวงตา!

ทั้งลวงสังคม และลวงผู้วิเคราะห์เอง!


พฤติกรรมแบบ “ทักษิณ” จึงควรได้รับการใส่ใจที่จะขจัดให้หมดไป และไม่ให้เกิดขึ้นอีกในสังคมไทย

นักต่อสู้เพื่อคนยากจน เพื่ออุดมการณ์แห่งความทัดเทียม ควรจะรังเกียจที่จะเข้าร่วมกับสมุนของทักษิณที่มุ่งจะรักษาผลประโยชน์ให้ “นาย” เพื่อแลกเปลี่ยนบุญคุณ ตอบแทนบุญคุณ “นาย”

หากมองตามความจริงในบริบทของระบบอุปถัมภ์ “ทักษิณ” ก็คือ “มหาอำมาตย์” ที่แย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์!

จะแก้ปัญหาความแตกต่างของสังคม แก้ปัญหาความขัดแย้ง จึงแก้ไม่ได้ ถ้าจะมุ่ง “แก้ตัวให้ทักษิณ” ซึ่งเป็นนายทุนผู้หากินกับโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมมาโดยตลอด

แก้ไม่ได้ ถ้าจะร่วมมือกับระบอบทักษิณ

แต่จะต้องยืนอยู่บนข้อเท็จจริง ที่ปรากฏชัดเจนเป็นลำดับ ถึงความชั่วร้ายที่ระบอบทักษิณได้กระทำกับประเทศไทย โดยเฉพาะที่ได้โกงกิน กอบโกยเข้ากระเป๋าตัวเอง บิดเบือนใส่ร้ายระบบศาลยุติธรรมของประเทศ

ดังนั้น จึงต้องขจัดระบอบทักษิณออกจากสังคมไทย และค่อยๆ ต่อรอง ถ่วงดุล เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอันไม่เป็นธรรมกันต่อไป


และถ้าลองมองย้อนหลังถึงความจริงของประเทศไทยที่ผ่านมา เราจะเห็นว่า โครงสร้างสังคมการเมืองของเราก็ค่อยๆ พัฒนาขึ้นตามลำดับมาโดยตลอด มิใช่หรือ

สถานการณ์ความตึงเครียดในบ้านเมืองเวลานี้ ก็เกิดขึ้นเพราะการเคลื่อนไหว สั่งการ และบริหารจัดการโดย “ทักษิณ” เพื่อ “ทักษิณ” โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชนส่วนรวม

การต่อสู้เคลื่อนไหวของขบวนการเสื้อแดงทักษิณในขณะนี้ ตีบตันเต็มทีแล้ว เพราะ...


1) ข้อเรียกร้องให้นายกฯ ยุบสภา ดูจะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมส่วนใหญ่ เพราะคนส่วนมากรู้ทันแล้วว่าจุดมุ่งหมายที่แท้จริงก็เพื่อจะช่วยทักษิณให้ไม่ต้องรับโทษและได้ทรัพย์ที่ถูกยึดคืน โดยออกกฎหมายนิรโทษกรรมเมื่อได้อำนาจ

ข้ออ้างว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่เป็นประชาธิปไตย ก็ฟังไม่ขึ้น เพราะรัฐบาลนี้ มาจากการเลือกตั้งของประชาชนในเดือนธันวาคม 2550 เลือกตั้งครั้งเดียวกับที่ได้ ส.ส.เข้ามาเลือกนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

ผู้คนระแวงสงสัยว่า หากยุบสภาแล้วบ้านเมืองจะดีขึ้นได้อย่างไร

หากระบอบทักษิณได้อำนาจบ้านเมือง แล้วจะรุกไล่ต่อ จนล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือไม่?

แล้วจะให้ใครเป็นประมุข หรือผู้นำสูงสุดของระบอบทักษิณ?

2) ที่ผ่านมา (เขียนบทความวันที่ 13 มี.ค.2553) ท่าทีของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้ดำเนินการกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง โดยฉลาดพอที่จะไม่ทำตัวเป็นคู่ขัดแย้งกับการชุมนุมของคนเสื้อแดงในระบอบทักษิณ แต่วางตัวเป็นผู้บริหารประเทศ ที่ต้องรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด คอยดูแลคนทุกฝ่าย รวมทั้งผู้ชุมนุมเสื้อแดงของระบอบทักษิณให้เข้าร่วมชุมนุมได้อย่างสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่กีดขวาง หรือปะทะ

แกนนำสามเกลอหัวขาด จึงขาดคู่ชก ขาดเป้าโจมตี ก็ได้แต่ปลุกระดมจากข่าวเท็จ ข่าวลวงไปเรื่อยๆ

หากเป็นอย่างนี้ไปตลอด การให้คนมาชุมนุมอย่างสงบ ปราศจากอาวุธ ต่อให้มีถึง 1 ล้านคน ตามที่แกนนำคุยโวเอาไว้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

3) คนเสื้อแดงระบอบทักษิณ คงสามารถชุมนุมภายใต้อากาศร้อน ขาดเสบียงกรัง ขาดยา ขาดการสมทบอุดหนุนจากประชาชนทั่วไปที่เพียงพอ ขาดคนหมุนเวียนเปลี่ยนเข้าร่วมชุมนุม ได้ไม่ยาวนานเท่าใดนัก จึงเป็นเรื่องหนักใจของแกนนำที่ต้องปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด

จะกลับบ้าน หรือจะทำอย่างไร?

4) มีผู้วิเคราะห์ว่า ถึงจุดหนึ่ง แกนนำผู้ชุมนุมอาจเลือกใช้ปฏิบัติการรุนแรง

ส่งกองกำลังวินาศกรรม หรือลอบสังหาร


คำถามที่ตามมา คือ เมื่อทำไปแล้ว จะเป็นอย่างไร

ผลก็คือ หน่วยงานของรัฐที่มียุทธปัจจัย และกำลังทหาร ตำรวจ ก็ต้องออกปฏิบัติการ
ต้องมีคนถูกจับกุมดำเนินคดี

โอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองโดยวิธีนี้ ก็ยังมองไม่ออกว่าจะเกิดได้อย่างไร

5) จะเกิดรัฐประหารได้ไหม?

คำตอบ คือ ยาก

เพราะจะให้ตำรวจทหารที่ปันใจแก่ระบอบทักษิณลงมือปฏิบัติการ ก็คงยาก เพราะยามนี้ ขณะนี้กำลังความสามารถคงไม่เพียงพอ แต่พลาดพลั้งอาจเป็น “กบฏ” ถูกยิงเป้า ถูกประณามไปทั้งโคตรเหง้า


นอกจากนี้ ที่ผ่านมา ทหารกำลังหลักก็ได้เรียนรู้แล้วว่า การยึดอำนาจนั้น ไม่ยากเท่ากับการบริหารประเทศหลังรัฐประหาร

หลังรัฐประหาร มีความยากลำบากในการหาพลเรือนมาบริหารประเทศอย่างไร

หลังรัฐประหาร การจะอยู่ในอำนาจยากยิ่งนัก เพราะจะต้องมีการประท้วง ต่อสู้กันต่อไป และครั้งนี้ หากรัฐประหาร ไม่เพียงต้องต่อสู้กับเสื้อแดงของทักษิณ แต่ต้องสู้กับรัฐบาลอภิสิทธิ์และประชาธิปัตย์ที่ถูกปฏิวัติไปด้วย

เมื่อพิจารณาว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์มิได้เลวร้าย โกงบ้านกินเมือง หรือทำผิดคิดชั่วถึงขั้นว่าถ้าอยู่ต่อไปจะทำให้บ้านเมืองล่มสลาย ตรงกันข้าม กลับปรากฏว่า เป็นรัฐบาลที่มีผู้นำสุจริต ตั้งใจทำงานเพื่อส่วนรวม ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวแอบแฝง ขณะนี้ก็กำลังฟื้นฟูวิกฤติเศรษฐกิจได้ดี ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายๆ ตัวบ่งชี้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจกำลังโงหัวขึ้นมาเป็นลำดับ อีกทั้ง ยังพยายามแก้ปัญหาความขัดแย้ง ไม่ได้กลั่นแกล้งทหาร ทหารกำลังหลักย่อมคิดว่าร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศให้พัฒนาต่อไป ไม่ดีกว่าหรือ

ใครช่วยหาทางลงให้กับแกนนำเสื้อแดงของระบอบทักษิณด้วยเถิด

และก็ช่วยหาที่หลบหนีคดีอาญาให้ “ทักษิณ” ด้วย เพราะสหรัฐอาหรับเอมิเรตน์ (UAE) เขาไม่ให้ที่ซุกหัวต่อไปแล้ว!

กำลังโหลดความคิดเห็น...