xs
xsm
sm
md
lg

รัฐมนตรีอังกฤษผิดกับรัฐมนตรีไทย

เผยแพร่:   โดย: ปราโมทย์ นาครทรรพ

“A British politician is usually caught with his hand up a woman's skirt while a Canadian politician is usually caught with his hand in the till.”

Sun Media columnist Valerie Gibson

“นักการเมืองอังกฤษโดยปกติมักจะถูกจับตอนมือล้วงอยู่ในกระโปรง แต่นักการเมืองแคนาดาโดยปกติมักถูกจับตอนมือซุกอยู่ในหีบ (เงินหลวง)”

ท่านผู้อ่านที่เคารพ เห็นหรือยังครับว่านักการเมืองไทยเก่งกว่า ซุกอะไรก็ได้ไม่มีผิด แม้ฝ่ายค้านสงสัยขอเปิดอภิปราย รับท้ากำหนดวันแน่นอนแล้ว ยังยุบสภาหนี อ้างว่าผู้เลือกตั้งเท่านั้นที่จะตัดสินได้ ไอ้บ้า!

2 . เปรียบเทียบรัฐมนตรีเรื่องจริยธรรมและมาตรฐานความรับผิด ชอบกรณีคอร์รัปชัน

1. กรณีซุกหุ้นทักษิณ ผมเคยยกตัวอย่าง Irish Robinson เมียรัฐมนตรีกู้เงินให้ชู้ แต่ผัวต้องออกเพราะมิได้รายงานเงินกู้ของเมีย กรณีทักษิณสาหัสมากกว่านัก ศ.ดร.คณิต ณ นคร ว่า เราหักดิบกฎหมายให้ทักษิณพ้นโทษ เพราะกระทำผิดฐานห้ามแล้วยังขืนทำ หรือ Mala Prohibita จะยกเจตนาหรือบกพร่องโดยสุจริตมาเป็นข้อต่อสู้มิได้ ซ้ำผิดกระบวนพิจารณาที่ให้นายศักดิ์ เตชาชาญ ออกเสียงทั้งๆ ที่ไม่เคยนั่งพิจารณา กับทั้งยังนับคะแนนผิดกล่าวคือนำคะแนนผู้ที่ไม่ออกเสียงไปร่วมกับฝ่ายที่เห็นว่าทักษิณไม่ผิดอีกด้วย ทักษิณจึงเริ่มสร้างกติกามีอำนาจ พิฆาตนิติธรรม-นิติรัฐได้ เพราะทำผิดแล้วลอยนวล

2. อัลฟายัด สหายรักทักษิณ เจ้าของห้างฮาร์รอด จ้างรัฐมนตรีและส.ส.ไปตั้งกระทู้อภิปรายสร้างภาพให้ตน ซึ่งอยู่และลงทุนในอังกฤษมานาน แต่รัฐบาลอังกฤษไม่ยอมอนุมัติให้เป็นคนต่างด้าวผู้พำนักประจำ เพราะมีพฤติกรรมก้ำกึ่งและไม่สามารถพิสูจน์ที่มาของเงินทุนได้ กรณี Cash-for-questions affair นี้ ทำให้รมต. Neil Hamilton และ ส.ส. Tim Smith ตกกระป๋อง(1994) แต่ในสภาจกเปรตมี ส.ส.จกเปรต-นรม.-รมต.จกเปรต อภิปรายปกป้องและสรรเสริญหัวโจกจกเปรตหนีคำพิพากษา หวังให้พ้นมลทินกลับสู่อำนาจ หนักกว่านี้ รมต.ไทยยังขายและรับจ้างหาตำแหน่งที่ปรึกษาหรือกรรมาธิการให้พวกอาเสี่ยที่ชอบพิมพ์นามบัตรโก้เอาไว้หากิน

3. ทักษิณเป็นนายกฯ ที่มีศักยภาพและโอกาสที่จะสร้างความเจริญได้มากที่สุด หากไม่เลือกเดินทางสายอธรรม แม้จะถูกครหาใช้เงินและอำนาจซื้อกาม จนลือกันว่ามีลูกกับรัฐมนตรีและส.ส.หญิง จริงเท็จสังคมกลับไม่ถือ แต่ผมรู้ว่าทักษิณจะพบจุดจบอย่างไร ได้เตือนนับครั้งไม่ถ้วน 2 เรื่องตัวอย่าง คือ “ทักษิณควรฉวยโอกาสพึ่งพระราชอำนาจ” ผจก.17 พ.ย. 48 กับ “ทักษิณ แบลร์ : ใครจะไปก่อนกัน” ผจก. 16 ก.พ. 49 โปรดสังเกตวันเดือนปีที่เขียน หากทำตามผมเพียงครึ่งเดียว วันนี้ทักษิณจะยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่

แบลร์เสียข้อแรกข้อเดียว ทักษิณสียทั้ง 3 ข้อ คือ โกหกประชาชน คอร์รัปชัน และ แข่งบารมีในหลวง จึงต้องไปก่อนครบเทอมทั้งคู่ ทักษิณจะเอาบารมีอะไรมาแข่งทศพิธราชธรรมและบารมี 10 ประการที่ในหลวงทรงบำเพ็ญมานาน เฉพาะข้อ 1 ทานบารมี ทักษิณ"ขี้ไม่ให้หมาแดก"ก็ตกแล้ว กรณีที่ คมช.กล่าวโทษและการปฏิวัติไม่มีทางเกิดในอังกฤษ เพราะระบบเขาปิดประตูไว้มิดตั้งแต่ก่อนเข้าแล้ว ส่วนที่สังคมไทยไม่รู้จักโกหกของทักษิณนั้นเพราะสื่อและรัฐบาลของเราโง่ คุมหรือใช้สื่อไม่เป็น เหมือนเด็กอนุบาลสู้กับขบวนการปริญญาโทของทักษิณ

4. พลเอกสุรจิต จารุเศรณี รมว.เกษตรยุคจอมพลสฤษดิ์ และรมว.รักเกียรติ สุขธนะ สาธารณสุข ยุคนายกฯ ชวน รับสินบน 10 ล้านบาทและแหวนเพชรให้ภริยา เพื่อแลกสัมปทานป่าไม้ และรับสินบน 5 ล้านบาทเพื่อให้โรงพยาบาลซื้อยา เป็นเพียงรัฐมนตรีไทย 2 คนที่ติดคุก นับว่าน้อยคนกว่ารัฐมนตรีอังกฤษมาก ทั้งๆ ที่รัฐมนตรีไทยคอร์รัปชันมากคนและมากเงินเป็นร้อยล้านพันล้าน ของอังกฤษเป็นเรื่องกิเลสระดับต่ำของคนธรรมดา แต่ของไทยวางแผนและจงใจปล้นเอาดื้อๆ เป็นขบวนการ

ในหลวงทรงเล่าให้เมียประธานาธิบดีคาร์เตอร์ ฟังว่า เรื่องคอร์รัปชันถ้าจับตำรวจใหญ่ทุกคน เห็นจะไม่มีตำรวจเหลือสักคน ผมอยากให้ สตร.ซื้อแจก ก.ตร.อ่านทุกคน ในหลวงไม่เคยตั้งตำรวจเป็นองคมนตรีเลย ถ้าตำรวจโกงซะอย่าง ก็ไม่มีใครจับรัฐมนตรีโกง นายกฯ เป็นตำรวจด้วยก็ยิ่งแย่

5. หลายคนมาเล่าและอ้างหลักฐานว่า การคอร์รัปชันยุคนี้มโหฬารบานตะไทยิ่งกว่ายุคทักษิณ เพราะรัฐบาลรับมรดกคนโกงที่ทักษิณฝึกไว้ให้อย่างยอดเยี่ยม สมัยทักษิณ “รวมศูนย์-รวบอำนาจ-เป็นทาสหัวหน้า” ทุกอย่างต้องผ่านทักษิณหมด ปริมาณและขอบเขตจึงจำกัด ทุกวันนี้เป็นระบบของใครของมัน ไปแบ่งกันเอง อนึ่ง มะเร็งราชการที่เริ่มในการวางหมากบุคลากรรับใช้ยุคทักษิณกำลังเน่าเฟอะกระจายไปทั่ว ทักษิณบุ่มบ่ามสู้เนวินไม่ได้เพราะอย่างน้อยก็รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ในชีวิตราชการ เดี๋ยวนี้ระบบราชการไร้แล้วซึ่งเกียรติยศศักดิ์ศรี เป็นทาสนักการเมืองแบบโงหัวไม่ขึ้น ผู้นำงั่งๆ “(โปรดแปลตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยฯ) จึงได้แต่นั่งงงๆ”

6. การเข้ามาเป็นรัฐบาลของเราต่างกับอังกฤษ ผู้แทนไทยคนหนึ่งต้องซื้อที่นั่ง 30-100 ล้านบาท ที่เก่งสุดๆ ก็เกินกฎหมายกำหนด อย่างนี้ผู้นำจะเอาอำนาจทางศีลธรรมมาจากไหน รัฐบาลไหนก็ใบ้กิน ดังบทความผมใน ผจก. 8 สิงหาคม 2544 เรื่อง “คอร์รัปชัน..กับความเป็นไปไม่ได้ของระบบพรรคการเมืองไทย”

การเมืองไทยจึงเป็นขุมมหาสมบัติของเปรตนรก ในระบบ “เงินไม่มา-กาไม่เป็น” กับ”เงินไม่มา-ข้าไม่เซ็น” และพวกกระสือ “ชนะไหน เข้าด้วย ช่วยกระพือ”ตลอดมา ราชการบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ของเราเน่าเกือบจะทุกตารางนิ้วของแผ่นดินแล้ว อังกฤษไม่มีราชการส่วนภูมิภาค รัฐมนตรีจึงไม่มีเครือข่ายสวาปาม

7. คอร์รัปชันอังกฤษแสนกระจอกเมื่อเทียบกับคอร์รัปชันทางนโยบายของไทย คือคนโกงระดับหัวหน้าใหญ่สุมหัวกันคิด ใช้นักวิชาการและกระทรวงทบวงกรมสร้างโครงการใหญ่ๆขึ้นมารองรับ เช่น สุวรรณภูมิ รัฐสภาใหม่ กล้ายาง รถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน เป็นต้น คอร์รัปชันทางเทคโนโลยี คือระบบสื่อสารและแผนที่ดาวเทียมที่โก่งราคาและทำซ้ำทำซากจากแม่แบบเดียว ควรเป็น 1,000 ล้านบาทก็กลายเป็น 2-3,000 ล้านบาทแต่ละกระทรวง หวยบนดินก็ไม่ใช้เทคโนโลยี เพราะจะคอยเขียนเอาตอนรู้ผลรางวัลออกแล้ว เป็นต้น

8. อังกฤษเขาไม่คอยดูใบเสร็จหรือคำพิพากษาศาลฎีกา เรื่องที่ดินรัชดาฯ เขากระโดง เขายายเที่ยง อัลไพน์ ฯลฯ ไม่มีทางเกิดขึ้นในอังกฤษ เขาไม่มีโคตรหน้าด้าน เขามีกลไกป้องกันแก้ไขเริ่มตั้งแต่สำนึกในศีลธรรมจริยธรรมส่วนบุคคลขึ้นไป เรื่องใหญ่ๆ ของอังกฤษที่ทำให้รัฐมนตรีที่เป็นนักการเมืองแนวหน้าต้องเสียอนาคตล้วนแต่เป็นเรื่องกระจอกๆ ของเราทั้งสิ้น

ตัวอย่างอังกฤษ ประธานสภาลาออกเพราะตนเอง ผู้แทน รัฐมนตรีเบิกค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าเลี้ยงดู ค่าเช่าบ้าน เกินสมควร Jonathan Aitken ออกจาก รมต.เพราะเบิกค่าโรงแรมเกินแล้วติดคุกเพราะเบิกความเท็จ (1995) Peter Mandelson, รมต.Trade and Industry ลาออกทำให้รัฐบาลเกือบล่มเพราะเป็นคนสำคัญ เพราะไม่รายงานเงินยืมจากกรมบัญชีกลาง (1998) Henry McLeish, หัวหน้าครม.สกอตแลนด์ต้องลาออกเพราะลืมรายงานรายได้ค่าเช่าบ้านสมัยที่ยังเป็นผู้แทน Westminster (2001). MPNannygate จบอนาคตของรมต.อาวุโสพรรคแรงงาน David Blunkett ที่ลัดคิววีซ่าให้เด็กเลี้ยงลูก ฯลฯ

ระบบพรรคการเมืองและการใช้พระราชอำนาจที่ถูกต้องของอังกฤษป้องกันแ ละแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างไร (อ่านต่อฉบับหน้า)

กำลังโหลดความคิดเห็น...