xs
xsm
sm
md
lg

คารวะบรรพบุรุษ คารวะแผ่นดิน คารวะ สายัณห์ เล็กอุทัย

เผยแพร่:   โดย: สุวิชชา เพียราษฎร์

<font size=3><b>สายัณห์ เล็กอุทัย</b></font>
คืนวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2552 สายัณห์ เล็กอุทัย ผู้ร่วมก่อตั้ง ASTV และผู้เขียนคอลัมน์ “คารวะบรรพบุรุษ” บทความทางด้านภูมิปัญญาตะวันออกที่เคยโด่งดังในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันในช่วงปี 2542-2546 ได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยอายุ 63 ปี

สายัณห์ หรือ พี่สายัณห์ ของน้องๆ และเพื่อนร่วมงานชาว ASTV ผู้จัดการเกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2489 จบการศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา จ.ชลบุรี รุ่น18 รุ่นเดียวกับ สนธิ ลิ้มทองกุล กระทั่งเป็นนักศึกษา จบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยยูซีแอลเอ ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกาด้วยกันซึ่งถือว่าทั้งคู่มีความผูกพันสัมพันธ์เป็นเพื่อนรักกันมายาวนานต่อเนื่อง

หลังจากใช้ชีวิตที่อเมริการ่วมกับครอบครัวอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง เส้นทางชีวิตของสายัณห์ก็หักเหให้หวนมาสู่บ้านเกิดเมืองนอนซึ่งความเป็นที่รักของเพื่อนๆ และรู้จักคนกว้างขวาง สายัณห์มีโอกาสทำงานที่ชอบหลากหลาย และต่อมาเมื่อ นิกร พรสาธิต เจ้าของอาณาจักรสื่อในเครือข่ายวัฏจักรที่เคยยิ่งใหญ่ยุคฟองสบู่ชักชวนสายัณห์ให้มาร่วมงานด้านบอร์ดคาสต์เป็นครีเอทีฟทำรายการให้กับ ‘ไทยสกาย’ เคเบิลทีวียุคบุกเบิกของไทย สายัณห์ก็พลิกชีวิตของตัวเองอีกครั้ง

ที่ไทยสกาย สายัณห์นับเป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับวงการโทรทัศน์อย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เขาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีใหม่ๆ นำรูปแบบใหม่ๆ มาทำรายการ จนสร้างความแปลกใหม่แก่ผู้ชมและคนที่ทำงานร่วมกับเขา

แม้ว่า ไทยสกายจะไม่ประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจเนื่องจากข้อจำกัดหลายอย่างในขณะนั้น แต่ประสบการณ์ด้านวิดีโอและบอร์ดคาสต์ที่สั่งสมในตัวของสายัณห์ก็พอกพูนขึ้น และสะท้อนออกมาให้เห็นเมื่อเขาได้ร่วมสร้าง ASTV ทีวีระบบดาวเทียมร่วมกับสนธิ ในช่วงปี 2546

ASTV ใช้เวลาไม่ถึง 3 ปีก็สามารถขึ้นมายืนอยู่แถวหน้าของวงการทีวี และปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันอย่างดี นอกจากสนธิ ลิ้มทองกุลแล้วหนึ่งในผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ย่อมต้องรวมถึงสายัณห์ เล็กอุทัย

ประสบการณ์ที่เคี่ยวกรำมานานบวกกับความคิดสร้างสรรค์ของสายัณห์ทำให้ ASTV เป็นทีวีที่แม้จะใช้ทุนน้อยแต่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพเพราะกล้าใช้เทคโนโลยีและเปลี่ยนวิธีคิดเดิมๆ อาทิ ห้องส่ง ออกแบบรถถ่ายทอดสดที่ดัดแปลงมาจากรถกระบะ ระบบงานตัดต่อ ออกอากาศ และกระจายสัญญาณ

ที่ลืมไม่ได้ คือ การเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อสู้กับระบอบทักษิณ และการร่วมชุมนุมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ตลอดทุกที่ หรือครั้งประวัติศาสตร์ยาวนานต่อเนื่อง193 วัน เบื้องหลังการถ่ายทอดสดมาราธอนที่ไม่มีสถานีโทรทัศน์ช่องไหนในไทยหรือในโลกเคยทำมาก่อน ก็เป็นการทำงานที่ทุ่มเททั้งสมองและแรงกายของเขา ทั้งหมดทำให้ ASTV เข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างแท้จริงและได้กลายเป็นต้นแบบของทีวีดาวเทียม และทีวีดิจิตอลในวันนี้

นี่เป็นบทบาทหน้าที่การทำงานของสายัณห์ครั้งสุดท้ายในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค ASTV ที่ได้ทำงานที่ตัวเองรักจนกระทั่งเสียชีวิต

แต่ก่อนหน้านั้น สายัณห์นับว่าเป็นคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังของสื่อในเครือผู้จัดการมาตลอดโดยที่ไม่ค่อยมีใครทราบนัก เช่น การออกแบบตัวอักษรคำว่า “ผู้จัดการ” และโดยเฉพาะในฐานะผู้เขียนบทความที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาตะวันออกผ่านคอลัมน์ที่ชื่อว่า “คารวะบรรพบุรุษ” และจัดรายการวิทยุผู้จัดการภายใต้ชื่อ “คารวะแผ่นดิน”

บทความและรายการวิทยุดังกล่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตสายัณห์ที่แสดงให้ผู้อ่านและผู้ฟังที่รู้จักเขาได้ประจักษ์ถึงความเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถของเขาอีกด้านหนึ่งจากการศึกษาค้นคว้าศาสตร์ที่บรรพบุรุษแต่โบราณมาได้ค้นพบจนเชี่ยวชาญรู้ลึกรู้จริงมาถ่ายทอดแก่คนรุ่นหลังได้อย่างลึกซึ้ง

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน ยุคที่การค้าคำนึงถึงแต่ผลประโยชน์และกำไรเป็นที่ตั้งโดยไม่สนใจโทษต่อผู้บริโภคที่จะได้รับตกทอดสู่ลูกหลาน หลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 สายัณห์ เห็นว่า มีแต่ภูมิปัญญาตะวันออกเท่านั้นคือคำตอบจึงพยายามค้นคว้าและได้หยิบยกปรัชญาตะวันออกที่เป็นพื้นฐานเข้ามาประยุกต์กับวิถีชีวิตของคนในสังคมเสนอเป็นทางเลือกเพื่อความเหมาะสมในการใช้ชีวิต

คอลัมน์ “คารวะบรรพบุรุษ” ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน จึงเป็นบทความที่เต็มไปด้วยศาสตร์และศิลป์ด้วยการแสดงฝีมือวาดภาพประกอบที่วิจิตรของเขาที่ไม่มีใครเหมือนจนได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง และถูกจัดพิมพ์เป็นหนังสือรวมบทความที่เคยเขียนออกมาหลายเล่มในเวลาต่อมา อาทิ อ่านแล้วเฮง ในปี 2545 กันก่อนป่วย และกินให้เป็นในปี 2546

ดังนั้น แม้วันนี้ สายัณห์ เล็กอุทัย จะจากไป แต่ด้วยผลงานและสิ่งที่ได้ฝากเอาไว้ให้กับสังคมก็จะคงอยู่ตลอดไป.
กำลังโหลดความคิดเห็น...