xs
xsm
sm
md
lg

ไม่มีคำตอบจากนายปราโมทย์

เผยแพร่:   โดย: ปราโมทย์ นาครทรรพ

ท่านผู้อ่านที่เคารพ ผมเดินทางยังเช็กข้อมูลเลือกตั้งซ่อมซังกาบ๊วยที่สกลนครและศรีสะเกษไม่ละเอียด รอให้ ส.ส.ใหม่เก่าและทาสเสื้อแดงกลับมาจากเยี่ยมทักษิณ ที่อัยการและตำรวจไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนแล้ว ผมจะเขียน

ฉบับนี้ขอเสนอเลือดรักชาติไกลบ้าน คือ'คนผ่านทาง'จาก Houston, Texas เมืองโรงเรียนทักษิณ ผมตัดข้อความเกี่ยวกับตัวผมออก

สำมะหาอะไรกับผมคนรุ่นกลางเก่ากลางใหม่ ที่เพิ่งจะมีโอกาสมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในสังคมที่ชอบตามกระแส เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นการโกงเป็นเรื่องปกติ สังคมที่คนส่วนใหญ่ถ้าไม่ติดชั่ว ก็ติดดี ในสังคมที่มันมืดมัว เมื่อมีแสงสว่างสักนิด คนก็ฮือฮาพอใจแล้ว

เพราะฉะนั้นมีคนดีนิดหน่อย เพียงแค่ซื่อสัตย์สุจริต ป้องกันโกงกินทุจริตได้เป็นรายวัน ประนีประนอมกับคนชั่วอ้างเพื่อความสงบชั่วคราว แต่ขาดความกล้าหาญในการทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อชาติบ้านเมืองให้อยู่นานถึงวันข้างหน้า ทั้งในเรื่องระบบความยุติธรรม ยุทธศาสตร์เรื่องความอยู่รอดของประชาชนและบ้านเมืองในระยะยาว อย่างเรื่องน้ำ เรื่องพลังงาน เรื่องสนามบินสุวรรณภูมิ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ที่ไม่เคยแสดงศักยภาพหรือความมีวิสัยทัศน์อย่างที่อวดอ้างกันแต่อย่างใด คนส่วนใหญ่กลับชื่นชมโอบอุ้มกันเหมือนสิ่งมหัศจรรย์ คนพันธุ์หายาก นับว่าเป็นกรณีที่ต้องศึกษา

มาตรฐานของคนดีที่จะมาทำงานให้ชาติบ้านเมืองนี้ ดูเหมือนมันจะต่ำลง ในขณะที่มาตรฐานของความชั่วมันสูงขึ้น เพราะคนชั่วมันหน้าด้าน (ความกล้าหาญของคนชั่ว = ความหน้าด้าน) ทำได้ทุกอย่างทั้งโกงกิน ทั้งล้างผลาญบ้านเมืองอย่างไม่เกรงกลัวหรือสะเทินอายกลายเป็นความฉลาดโก้เก๋เท่ห์ เป็นตัวอย่างทำตามกัน เมื่อสังคมที่มาตรฐานของความดีและความชั่วมันสูง-ต่ำตาลปัตรกลับกัน คนที่มีสติปัญญาย่อมเห็นว่า ความเจริญรุ่งเรืองจะเกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ได้ยาก มีแต่คนที่ประมาทขาดสติเท่านั้นที่ยังหลงเชื่อ หลงเพ้อว่า เทวดาจะอวตารมาแก้ปัญหาของคน

คนนั้นถ้าดีแต่หน้า ดีแต่วิชา ดีแต่พูดจาคำคม แต่ไม่กล้าหาญที่ทำความดีอันยิ่งใหญ่ เพื่อสวนกระแสชั่วก็เหมือนคนดีเพียงตัว เพียงแค่คอยปัดความชั่วไม่ให้ระเคืองกาย คงไม่ต่างจากคนดีๆ ธรรมดา แต่ในเมื่ออ้างอวดอาสาเสนอตัวเพื่อออกมาจะนำพาคนหมู่ใหญ่ให้พ้นภัย นี่ก็เลยเวลามาเนิ่นนาน จนเริ่มเห็นผลของความอ่อนแอในสัจจะ

ถ้าคิดจะเป็นคนยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ขอให้เงยหน้าขึ้นไปดูองค์ต้นแบบที่ทรงประกาศเมื่อกว่า 60 ปีว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” แล้วให้เดินตามรอยพระบาทของพระองค์ท่าน ไปอย่างไม่ต้องลังเล ถ้าวันนี้ความกล้าหาญในความดีเอาชนะความหน้าด้านของความชั่วไม่ได้ ในวันข้างหน้าก็จะไม่มีที่ให้คนดีๆ ธรรมดาหน้าไหนขึ้นมายืนเสนอหน้าอยู่ท่ามกลางความชั่วได้อีกต่อไป

ตอนนี้สถานการณ์ทุกอย่างในบ้านเมืองมันก็จะไหลลงต่ำไปตามเหตุปัจจัย ผมเองเดาเอาว่า เกมการเมืองครั้งนี้ ทรราชทักษิณคงไม่น่าจะมีผลอะไร เพราะจะให้กลับมาใหญ่อย่างเดิมคงยาก ทั้งปัจจัยภายในที่มีทั้งมิตรทรยศ ทหารคิดคดหวังเป็นใหญ่ที่มีขุมกำลังมากมาย คงไม่ยอมให้กลับมาใหญ่ได้ดังเดิม เพราะไม่อย่างนั้นตนเองก็จะไม่มีที่ยืน ที่อยู่

ส่วนปัจจัยภายนอกในสายตาของต่างชาตินั้นก็หมดค่าราคาเหมือนคนบ้าโรคจิตไปแล้ว แต่ที่ผมสงสัย คือ มันเอาเงินมาจากไหนมากมาย หรือว่ามีประเทศใดหนุนหลังปั่นป่วนบ้านเมืองให้วุ่นวายไปนานๆ ถ้าท่านนายกฯ ยังบริหารบ้านเมืองเหมือนบริหารเวลา คือ ปล่อยให้เวลามันบริหารคน เหมือนอย่างเช่น รอให้ ผบ.ตร.ที่ไร้ประสิทธิภาพเกษียณไปเองแบบบัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น กู้เงินกันมาอีกมากมายแต่นายกฯ ต้องมาสกัดการโกงกินเป็นรายเรื่อง ก็คอยดูกันว่า บ้านเมืองจะไปทางไหน

ผมนะเชื่อ “อภิสิทธิ์ยังมีอำนาจและกำลังไม่พอ” (คราวนี้ไม่เห็นแย้งครับ) แล้วอำนาจและกำลังนั้นมันจะมาจากไหน ในเมื่อท่านนายกฯ ก็ไม่ใช่ทหารที่จะมีอาวุธเป็นอำนาจและกำลังหนุนหลัง เหลือเพียงอย่างเดียวก็ต้องใช้ “กำลังของความดี” แต่ต้องไม่ใช่ความดีธรรมดา แต่ต้องเป็น “กำลังความดีที่ต้องกล้าหาญ” ที่มันจะทำให้ยิ่งใหญ่ ให้มีบารมีถึงจะนำพาประเทศนี้ให้พ้นภัยไปได้ ไม่เช่นนั้นก็จะถูกคนชั่วมันทับกลืนหมด

ตอนที่ประเทศนี้ได้นายกฯ คนใหม่ คนถึงกับเชียร์ยกย่องว่า นี่คือ โอบามาร์คเพื่อเทียบกับโอบามา ซึ่งเป็นผู้นำที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ดี ถึงทุกวันนี้โอบามา ได้พยายามทำทุกอย่างทั้งปฏิรูประบบการรักษาสุขภาพ การป้องกันโลกร้อน การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และหลายอย่างเป็นรูปเป็นร่างเห็นทิศทางชัดเจน แน่นอน คงต้องมีคนเถียงว่า ประเทศเขาไม่มีปัญหาการเมืองเหมือนบ้านเรานี่ แต่คงลืมไปว่า ประเทศเขาเป็นประเทศใหญ่และมีปัญหาหมักหมมสะสมมานานพอสมควร ภาระจึงหนักอึ้งไม่น้อยเช่นกัน

ถ้าโอบามาแก้ไขไม่ได้ประเทศนี้ที่เป็นมหาอำนาจอาจจะล้มพังครืนเอาง่าย ๆ ประเทศเขาก็มีชื่อเสียง ความยิ่งใหญ่ และภาระสำคัญที่เหมือนประเทศเรา คือ ความอยู่รอดในวันข้างหน้าเป็นเดิมพันเหมือนกัน และเมื่อมีคนวิพากษ์วิจารณ์ติติงการทำงานของโอบามา ยังไม่เห็นผู้นำประเทศเขาตอบประชาชนว่า “ทำมันไม่ง่ายเหมือนพูด” เพราะเขารู้ตัวเองว่า อาสามาทำไม่ใช่อาสามาพูด

ทางสว่างที่ชี้ให้คนตาบอดนั้น น่าจะลำบากครับ คงมองไม่เห็นเหมือนอย่างเช่น การเข้าเฝ้าฯ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คงคิดแบบตื้นๆ ว่า จะเป็นการดึงเอาพระองค์ท่านมาแปดเปื้อนกับการเมือง หรืออาจกลัวคนเขาจะนินทาว่า ไปดึงเอาพระองค์ท่านมาเป็นเกราะป้องกันตัว

เหตุผลในประการแรกนั้นคงลืมไปกระมังว่า พระองค์ท่านยังทรงเป็นประมุขของประเทศ แม้แต่ประเทศที่เขาเจริญแล้วอย่างประเทศที่ท่านนายกฯ โตมาอย่างอังกฤษที่ท่านอาจารย์ยกตัวอย่างมาให้ดู เขาก็ยังทำเป็นประเพณี และยิ่งองค์พระมหากษัตริย์ของแผ่นดินนี้ แม้แต่นานาชาติยังยกย่องให้เป็นกษัตริย์ที่ยอดยิ่งของโลก นั่นเป็นเพราะนักปราชญ์ทั้งหลายต่างทึ่งในพระปัญญาบารมี ในการแก้ไขปัญหาให้บ้านเมืองและประชาชนได้อย่างมากมาย ทั้งๆ ที่มีพระราชอำนาจอย่างจำกัด ถ้านึกไม่ออกก็ไปศึกษาโครงการในพระราชดำริทั้งหลาย ดูแนวพระราชดำริในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาแต่ละเรื่อง แนวทางเหล่านี้ล้วนเป็นขุมทรัพย์ที่นำมาประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาได้ทุกอย่าง ไม่ใช่รอให้คนในบ้านเมืองนี้เลือดตกยางออก ถึงไปขอพระราชทานความช่วยเหลือ

และถ้าเพราะเกรงเหตุผลในประการที่สอง ก็คงสำคัญตัวผิดอย่างมาก การที่จะเข้าเฝ้าฯ กราบทูลงานราชการแผ่นดินกับพระองค์ท่าน ไม่ได้ทำให้ใครมีอภิสิทธิ์เหนือคุณธรรม ความถูกต้องใดๆ กลับเป็นสิ่งที่ผู้กระทำนั้นต้องพึงระมัดระวังตัวเสมือนหนึ่งศิษย์ที่ต้องสำรวมกาย และจิตเมื่ออยู่กับครูบาอาจารย์ที่สูงด้วยคุณธรรม คนดีคนกล้า คนที่หวังความเจริญของชีวิต ย่อมไม่กลัวการเข้าหาท่านผู้ทรงปัญญาและคุณธรรมฉันใดก็ฉันนั้น แต่ถ้าไม่ใช่ทั้งสองเหตุผล ก็คงต้องกลับไปคิดกันเองครับว่า คนที่กลัวการเข้าหาผู้ทรงปัญญาและคุณธรรมเป็นคนแบบใด “คนผ่านทาง”

ไม่มีคำตอบจากนายปราโมทย์ ท่านผู้อ่านกรุณาช่วยกันตอบหน่อยเถิด

กำลังโหลดความคิดเห็น