xs
xsm
sm
md
lg

ปิดสุวรรณภูมิขีดเส้นสมชายต้องออกทันที

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ASTVผู้จัดการรายวัน - พันธมิตรฯ”ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 26/2551 เผยรัฐทรราชเพิกเฉยความรับผิดชอบ ไม่คุ้มครองความปลอดภัย บีบให้พันธมิตรต้องยกระดับการชุมนุมแบบอารยะขัดขืน บุกปิดสุวรรณภูมิ เผยช่วงเช้าเคลื่อนทัพต่อเนื่องยึดทำเนียบรัฐบาลชั่วคราวเบ็ดเสร็จแล้ว “สมเกียรติ” เตรียมประกาศมาตรการขั้นที่ 3 ต่อไป “พันธมิตรฯ” ยังคึกต่อเนื่อง หลั่งไหลเข้าสบทบที่ทำเนียบฯ ชั่วคราวดอนเมืองไม่ขาดสาย  ด้านกลุ่มแท็กซี่นปก.สวมบทอันธพาลครองเมือง ฟาดท่อนไม้หวดท่อนเหล็กใส่รถผู้ชุมนุมย่านวิภาวดีรังสิต พันธมิตรฯ เคลื่อนพลสุวรรณภูมิ! หลังกองทัพไทยยืนยันไม่มีประชุม “ครม.” ในพื้นที่ คลื่นมหาชนพร้อมมือตบ ปิดล้อมทางเข้าสนามบินสุวรรณด้านมอเตอร์เวย์ ขวาง “สมชาย” เดินทางกลับ ขณะแท็กซี่ นปก.ยกโขยงเข้าก่อกวน ส่งผลการจราจรติดหนึบ ลิ่วล้อสั่งการท่าเคลียร์ “อู่ตะเภา-สนามบินเชียงใหม่” รอรับฉุกเฉิน ด้านสุวรรณภูมิประกาศปิดบริการ เผย 18 ไฟลท์ต้องยกเลิกบิน

 เมื่อวานนี้ เวลา ประมาณ 20.00 น. พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 26/2551 เรื่องยื่นคำขาดให้นายกรัฐมนตรีลาออกโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข โดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ได้อ่านแถลงการณ์ว่า

ตามที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ชุมนุมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ 2 ประการคือ

 1. คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ยับยั้งมิให้สภาเผด็จการทาสระบอบทักษิณแก้ไข เพื่อฟอกความผิดให้ตัวเองและพวกพ้องทั้งการทุจริตคอร์รัปชั่น และการทุจริตการเลือกตั้ง ยับยั้งมิให้แก้ไขเพื่อทำลายกระบวนการยุติธรรม และยับยั้งมิให้แก้ไขเพื่อล้มล้างสถาบันองคมนตรีซึ่งเป็นการลดพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยตรง

สภาเผด็จการทาสระบอบทักษิณนั้นมีที่มาจากการทุจริตและกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เป็นสภาที่อ้างว่าเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยแต่จริงกระทำตนเป็นทาสรับใช้นายทุนนักการเมือง และที่สำคัญเวลานี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกำลังอยู่ระหว่างพิจารณายุบพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลจำนวนหลายพรรค สะท้อนให้เห็นว่าสภาเผด็จการทาสระบอบทักษิณนั้นมิได้เข้าสู่อำนาจในการปกครองประเทศโดยวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

 2. ขับไล่รัฐบาลทรราชฆาตกร ที่ทำตัวเป็นหุ่นเชิดให้กับนักโทษหนีอาญาแผ่นดิน เอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องและวงศาคณาญาติ สนับสนุนและอยู่เบื้องหลังการเข่นฆ่าประชาชน ใช้สื่อมวลชนของรัฐโกหกหลอกประชาชน สนับสนุนการทำลายกระบวนการยุติธรรม ใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินอย่างไม่โปร่งใสจนประเทศชาติใกล้จะล่มจม สนับสนุนและอุ้มชูบริวารและพวกพ้องที่ดูหมิ่นและอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ กระทำความผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง และกระทำความผิดต่อจริยธรรม จึงย่อมหมดความชอบธรรมและหมดเวลาที่จะบริหารประเทศต่อไป

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงใช้สิทธิในการชุมนุม อย่างสงบ และปราศจากอาวุธ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 63 เพื่อทำหน้าที่ของชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 70 เพื่อพิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้

อย่างไรก็ตามภายใต้ “สิทธิในการชุมนุม” และ “การทำหน้าที่ของชนชาวนไทย” ตามรัฐธรรมนูญนั้น หาได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินโดยรัฐบาลทรราชฆาตกรหุ่นเชิดนี้ไม่ ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่ามีการจัดตั้งอันธพาลของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อใช้ความรุนแรงต่อกลุ่มผู้ชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อีกทั้งยังมีพฤติกรรมสมรู้ร่วมคิด รู้เห็นเป็นใจ ให้มีการใช้อาวุธสงครามประเภทระเบิดยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุมใจกลางพระนคร จำนวนกว่า 10 ครั้ง เป็นผลให้ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมาได้มีประชาชนที่ชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธ ได้เสียชีวิตแล้วรวมทั้งสิ้น 4 คน บาดเจ็บอีกจำนวนหลายร้อยคน และพิการอีกจำนวนมาก ตลอดจนใช้อาวุธสงครามประเภทปืนและระเบิดยิงเข้าใส่สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เอเอสทีวี หลายครั้งเพื่อหวังทำลายการถ่ายทอดสดการชุมนุม โดยที่รัฐบาลทรราชฆาตกรหุ่นเชิด หาได้แสดงความรับผิดชอบแต่ประการใด

ทั้งนี้คณะอนุกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551 กรณีการสลายผู้ชุมนุมหน้ารัฐสภา ภายใต้กรรมาธิการวุฒิสภา 3 คณะ ซึ่งมีผลสรุปอย่างชัดเจนตรงกับคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และคณะรัฐมนตรี เป็นผู้สั่งการทำให้เกิดการสังหารและทำร้ายประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ดังนั้นนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์และคณะรัฐมนตรีต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกอย่างไม่มีเงื่อนไข

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ประกาศระดมพลใหญ่เพื่อหยุดอำนาจรัฐบาลทรราชฆาตกรหุ่นเชิด และหยุดสภาทาสระบอบทักษิณ ตั้งแต่เวลา 14.00 น.ของวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 50 ชั่วโมงแล้ว ที่พี่น้องประชาชนได้เข้าร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคลื่อนไหวกดดัน เพื่อหยุดอำนาจรัฐบาลทรราชฆาตกรหุ่นเชิดอย่าง สงบ สันติ อหิงสาโดยเคร่งครัด การเคลื่อนไหวโดยมวลชนสองมือเปล่าไปตามสถานที่ต่าง ๆ อันได้แก่ บริเวณรอบรัฐสภา กระทรวงการคลัง กองบัญชาการตำรวจนครบาล และทำเนียบรัฐบาลชั่วคราวที่สนามบินดอนเมือง แต่ทว่ารัฐบาลทรราชฆาตกรหุ่นเชิดยังไม่แสดงความสำนึกยอมรับความผิดที่เกิดขึ้น ดึงดันจะอยู่ในอำนาจบริหารต่อไป และยังดื้อรั้นที่จะหาทางแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อพรรคพวกของตัวเองต่อไป

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องยกระดับการชุมนุม และเพิ่มมาตรการอารยะขัดขืนโดยการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อยื่นคำขาดผ่านพี่น้องประชาชนทั่วประเทศและทั่วโลกไปยัง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และคณะรัฐบาลให้ลาออกจากตำแหน่งโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข

 ทั้งนี้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกราบขออภัยมายังพี่น้องประชาชนทุกท่านที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการดำเนินการในครั้งนี้ แต่เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนินการเพื่อหยุดอำนาจของรัฐบาลทรราชฆาตกรหุ่นเชิดให้ได้อย่างถึงที่สุด

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอเรียกร้องต่อพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกอาชีพร่วมมือกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ช่วยกันเรียกร้องให้รัฐบาลคณะนี้ลาออกโดยเร็วที่สุด ขจัดเภทภัยของสังคมไทย นำประเทศไทยที่ดีงามด้วยจริยธรรมกลับคืนมาสู่สังคมโดยเร็วที่สุด

   ด้วยจิตคารวะ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
***รวมพลบุกดอนเมือง

อย่างไรก็ตามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ยังคงมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

       เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 25 พ.ย. เวทีปราศรัยของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ทำเนียบรัฐบาลได้เปิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากปิดไปเมื่อเวลา 24.00 น. เพื่อให้ผู้ร่วมชุมนุมได้มีโอกาสพักผ่อน โดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ได้ขึ้นมาชี้แจงบนเวทีถึงการออกเดินทางไปยังสนามบินดอนเมืองเพื่อชุมนุมยึดทำเนียบรัฐบาลชั่วคราวกดดันรัฐบาลไม่ให้ประชุม ครม. ได้ และหลังจากนั้นผู้ร่วมชุมนุมได้เริ่มทยอยออกจากทำเนียบไปยังสนามม้านางเลิ้งเพื่อขึ้นรถออกเดินทาง

ต่อมาเวลา ประมาณ 05.05 น. นายศรัณยู วงศ์กระจ่าง แกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 2 ได้ขึ้นเวทีแจ้งว่า พี่น้องเราได้เคลื่อนตัวออกไปแล้วจำนวนไม่น้อย และเชื่อว่าการดำเนินการของเราน่าจะได้ผลดี น่าจะกดดันรัฐบาลได้ตามเป้าหมาย และเป็นความสำเร็จอีกขั้นที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ส่วนที่มั่นที่ทำเนียบรัฐบาลเราก็ต้องรักษาไว้       
       นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 1 ใน 5 แกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 1 ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยว่า ได้ไปส่งกองทัพประชาชนกู้ชาติสู่ดอนเมืองเรียบร้อยแล้ว เป็นปฏิวัติการสายฟ้าไม่แลบ ซึ่งเมื่อถึงทางด่วนเขาไม่ให้เราขึ้น เราจึงใช้มวลชนเดินขึ้นไปหาทางด่วน ปรากฏว่าต้องเปิดทางให้เราอย่างสะดวกโยธิน โดยมวลชนของเราเดินขึ้นทางด่วนเองเลย       
นายสมเกียรติ กล่าวว่า เราได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในกรุงเทพฯเป็นอย่างดี เมื่อวานนี้ที่เราไปดอนเมือง เราบอกว่าขาดน้ำ น้ำก็มาทันที 1 หมื่นขวดภายใน 15 นาที เราบอกว่าไม่มีอาหาร อาหารก็มาทันทีจนล้นภายใน 30 นาที แสดงว่าพลังทางศีลธรรมของในกรุงเทพฯ กำลังจดจ้องพวกเราอยู่ และรอโอกาสที่จะมีส่วนร่วมกู้ชาติ
 “วันนี้ปฏิบัติการหยุดดารใช้อำนาจที่ดอนเมือง สำเร็จโดยสิ้นเชิงแล้ว ส่วนมาตรการขั้นที่ 3 เราจะประกาศต่อไป” นายสมเกียรติกล่าว
สำหรับบรรยากาศที่สนามบินดอนเมือง ได้มีการเปิดเวทีปราศรัยบนเวทีรถหกล้อตั้งแต่เวลา 05.30 น.เป็นต้นมา โดยมีนางมาลีรัตน์ แก้วก่า แกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 2 และนางเสน่ห์ หงษ์ทอง ผู้ประสานงานเครือข่ายกรรมกร ขึ้นเวทีปราศรัย อย่างไรก็ตาม การชุมนุมที่สนามบินดอนเมืองจะมีนายสมศักดิ์ โกศัยสุข เป็นคนนำทั้งหมด
ทั้งนี้ นางเสน่ห์ ได้ประกาศบนเวทีว่า สำหรับพันธมิตรฯที่จะเดินทางไปสนามบินดอนเมืองให้หลีกเลี่ยงเส้นทางถนนวิภาวดีผ่านซอยสุทธิสาร เนื่องจากยังมีกลุ่ม นปก.คอยดักทำร้ายพันธมิตรฯ ตั้งแต่เมื่อวานและยังไม่สลายตัว
ที่ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว สนามบินดอนเมือง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับตั้งแต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทยอยเคลื่อนมาสบทบกับประชาชนที่สนามบินดอนเมืองตั้งแต่เช้ามืดที่ผ่านมา จนถึงเวลา 09.30 น.ประชาชนยังเดินทางมาร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย และบนเวทีชั่วคราวมีวิทยากรผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัยอย่างต่อเนื่อง     
**การ์ดเข้มความปลอดภัย  
       ขณะที่มาตรการความปลอดภัย การ์ดพันธมิตรฯ ได้เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยบริเวณทางเข้าออก โดยมีการตรวจค้นอาวุธอย่างละเอียด และเพิ่มการตรวจตราบริเวณรอบๆ ส่วนการชุมนุมทั่วไป ยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นอกจากนั้นยังมีรายงานความเคลื่อนไหวจากพันธมิตรฯในส่วนต่างจังหวัดด้วย โดยพันธมิตรฯ จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี และชัยนาท กว่า 300 คน ได้รวมตัวกันหน้าอุทยานสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ตั้งแต่เช้า เพื่อเดินทางไปสมทบพันธมิตรฯ ที่กรุงเทพฯ โดยได้รวมกันเช่าเหมารถตู้กว่า 10 คัน พร้อมกันนี้ยังได้นำอาหารและยารักษาโรคเข้าไปสมทบพันธมิตรฯ ที่กรุงเทพฯ อีกเป็นจำนวนมาก
***ไปทุกที่ที่ประชุมครม.
ขณะที่ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยืนยันว่า การเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯจะดาวกระจายไปทุกจุดที่รัฐบาลจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตาม ทั้งกองบัญชาการกองทัพไทย หรือเมืองทองธานี แต่จะไม่ปักหลักชุมนุมยืดเยื้อที่ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว ภายในท่าอากาศยานดอนเมืองต่อไป เพราะพื้นที่ดังกล่าวยากต่อการดูแลรักษาความปลอดภัย เนื่องจากเป็นพื้นที่เปิด อีกทั้งไม่สามารถรองรับประชาชนได้เป็นจำนวนมาก แต่ที่ปักหลักชุมนุมในวันนี้ เนื่องจากปกติวันนี้จะเป็นวันประชุมคณะรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังมั่นใจว่าพันธมิตรฯ ระดมมวลชนไปปักหลักชุมนุมที่กองบัญชาการกองทัพไทยจะไม่เกิดความรุนแรง เพราะทหารต้องอยู่ข้างประชาชน
ส่วนบรรยากาศการชุมนุมของพันธมิตรฯ ภายในท่าอากาศยานดอนเมือง ยังคงเป็นไปด้วยความคึกคัก บรรดาผู้ชุมนมรวมตัวกันนั่งฟังดนตรี และการปราศรัยของแนวร่วมพันธมิตรฯ ส่วนแกนนำรุ่น 1 ที่เดินทางเข้ามายังท่าอากาศยานดอนเมืองนั้น เช่น นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และนายอมร อมรรัตนานนท์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมเพื่อกำหนดท่าทีในการดาวกระจายในวันนี้
ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ยังไม่ยกเลิกประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันนี้ (26 พ.ย.) โดยรัฐมนตรีมหาดไทยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้เจรจากับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งไม่มีแนวคิดสลายการชุมนุม เว้นแต่จะมีการใช้ความรุนแรงหรือทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ส่วนนายกรัฐมนตรียืนยันจะไม่ลาออกตามแรงกดดันของพันธมิตรฯ
**กองทัพประชาชนพร้อมไล่
วานนี้เมื่อเวลา 10.54 น. ที่ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว ดอนเมือง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวปราศรัยว่า ภารกิจที่เราปฏิบัติสองวันที่ผ่านมาคือ หน้าที่ขับไล่รัฐบาลสัตว์นรก อย่างไรก็ตาม วันนี้ที่รัฐบาลบอกว่าจะไปประชุมที่กองทัพไทย ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ของพี่น้องที่ทำเนียบฯ ต้องไล่ไม่ให้ประชุมที่กองทัพไทย กองทัพไทยไม่ใช่กองทัพทักษิณ เป็นกองทัพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเมื่อ ผบ.ทบ.เคยพูดว่าถ้าตัวเองเป็นนายกฯ ลาออกไปนานแล้ว ฉะนั้นถ้าให้คนแบบนี้ไปประชุม พี่น้องก็สามารถเดินไปไล่ได้       
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ประกาศไปได้เลยว่าไม่ให้รัฐบาลใช้ที่นี่ประชุมครม.อีกต่อไป และเมื่อไปประชุมที่ไหน เราจะมีกองทัพประชาชนเฉพาะกิจ มันประชุมที่ไหนไปที่นั่น ไม่ต้องห่วงเตรียมเสบียง อาหารให้พร้อม งานมีทำตลอดไม่มีใครว่างงาน ขณะนี้ประกาศรับสมัครพันธมิตรฯ ตลอดไม่จำกัด เพื่อขับไล่ทรราชไปเรื่อยๆ งานนี้ไม่มีเงินเดือน มีแต่จิตสำนึกที่จะปกป้องชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์เท่านั้น เราจะเดินหน้าต่อสู้ไม่หวั่นอะไรทั้งนั้น ใครจะเอาปืนรถถังมาทำร้ายประชาชน มาเลย เราพร้อมต่อสู้ ม้วนเดียวจบ
ด้านนายอมร อมรรัตนานนท์ พิธีกรบนเวทีพันธมิตรฯ กล่าวว่า ในเวลา 14.00 น.พบกันที่กองบัญชาการกองทัพไทย แจ้งวัฒนะ
**“พิภพ”เน้นย้ำความเสร็จขั้นสาม
     นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวปราศรัยบนเวทีชั่วคราว โดยประกาศยกระดับการต่อสู้เข้มข้นอีกระดับเพื่อให้มีประสิทธิภาพ จนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีต้องลาออก และจะเพิ่มความเข้มข้นในการกดดันรัฐบาลจนกว่าจะได้รับชัยชนะ
       นายพิภพ กล่าวว่า ใครจะคิดได้ว่าเราอยู่มา 6 เดือน แม้จะโดนความรุนแรงต่างๆ ก็ไม่ย่อท้อ อย่างไรก็ตาม และที่สุดก็ต้องเอาทักษิณมาติดคุกในเมืองไทย ไม่แต่ประชาชนคนไทยเท่านั้นที่ร่วมต่อสู้ ประชาชาติก็ร่วมกับเรา เพราะรู้ว่าเราทำสิ่งที่ถูกต้องกับชาติ ต่อสู้กับทุจริตคอร์รัปชัน และการเมืองที่มาจากการเมืองสกปรก
“วันนี้เป็นวันที่ยกระดับความเข้มข้นเป็นระดับๆไป เราสามารถทำให้รัฐสภาประชุมแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ ถือว่าประสบความสำเร็จขั้นที่ 1 ครม.หนีการประชุมถือว่าเป็นความสำเร็จขั้นที่สอง ความสำเร็จขั้นที่สาม คือ นายกฯ สมชายต้องออกไปเท่านั้น ก่อนหน้าความสำเร็จสามขั้น ทำให้คดีเข้าสู่ชั้นศาลตัดสินคดีให้ทักษิณและพจมานติดคุก” นายพิภพกล่าว
นอกจากนั้น นายพิภพยังได้ขอให้ผู้ชุมนุมสงบนิ่ง 1 นาที เพื่อไว้อาลัยแก่วีรชนผู้กล้าทั้งหลายที่เสียชีวิตในการต่อสู้ที่ผ่านมา
**แท็กซี่ถ่อยรุมอัดพธม.
        ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเคลื่อนไปสู่ดอนเมืองนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ซอย 3 กลุ่มคนขับรถแท็กซี่นปก. ประกาศระดมพลที่บริเวณสถานีวิทยุชุมชนคนรักแท็กซี่ ซึ่งตั้งอยู่ที่ซอยวิภาวดีรังสิต 3 ฝั่งขาออก โดยให้เหตุผลว่า ระดมพลมาเพื่อป้องกันสถานีวิทยุชุมชนคนรักแท็กซี่ ที่อาจถูกกลุ่มพันธมิตรฯ บุกได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อกลุ่มแท็กซี่นปก. มาร่วมชุมนุมกันจำนวนหนึ่ง ต่างพากันหาท่อนไม้ และท่อนเหล็กมาถือเตรียมพร้อมไว้ และเมื่อมีรถของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่เดินทางไปยังสนามบินดอนเมือง กลุ่มแท็กซี่นปก. ก็วิ่งกรูกันออกไปจากเส้นทางขนานไปยังกลางถนนช่องทางด่วน ระดมฟาดไม้ และปาสิ่งของใส่รถของกลุ่มพันมิตรฯ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง
ต่อมาเมื่อเวลา ประมาณ 17.30 น. มีรายงานว่า ได้เกิดเสียงปืนดังขึ้นจำนวน 3 นัด ที่บริเวณดังกล่าว อีกทั้งบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ กลุ่มแท็กซี่นปก. ได้นำยางรถยนต์มาเผาไฟด้วย
ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนรักษาการณ์อยู่จำนวนหนึ่ง แต่เมื่อกลุ่มแท็กซี่นปก.กรูกันเข้าไปทำร้ายพันธมิตรฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนดังกล่าวก็ไม่ได้ดำเนินการห้ามปราม หรือกระทำการใดๆ กลับปล่อยให้เหตุการณ์เกิดขึ้น สร้างความตกอกตกใจให้กับผู้สัญจรไปมาบริเวณดังกล่าว
***ทหารย้ำไม่มีประชุมที่กองทัพไทย
เมื่อเวลา 16.00 น. กลุ่มพันธมิตรฯจำนวนหนึ่งได้เคลื่อนพลไปยังกองทัพไทย เนื่องจากมีกระแสข่าวว่า จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีที่นั่น
พล.ท.สุรัช วรรักษ์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กล่าวว่า ขอให้สื่อมวลชนยืนยันกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ชุมนุมบริเวณด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพไทย ทราบว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ยืนยันชัดเจนจะไม่มีการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีในพื้นที่กองทัพไทย และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการขอมาจากทางรัฐบาล และยังไม่ได้รับการประสานใดๆ ให้กองทัพไทยเป็นพื้นที่จัดประชุม ครม.ตามที่มีข่าวว่าจะจัดในวันพรุ่งนี้ (26 พ.ย.)
 ต่อข้อถามที่ว่า ที่ผ่านมากองทัพไทยเคยเป็นสถานที่จัดการประชุมคณะรัฐมนตรีมาแล้วครั้งหนึ่งนั้น พล.ท.สุรัช ยืนยันว่า กองทัพไทยไม่ได้เตรียมพื้นที่จัดประชุม ครม.ไว้ เพราะที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้จัดสถานที่ไว้ที่สนามบินดอนเมืองอยู่แล้ว และได้ประชุมไปแล้ว ซึ่งจากนี้ไปจะไม่มีการใช้พื้นที่กองทัพไทยประชุม ครม. ส่วนจะเป็นพื้นที่ของหน่วยงานทหารด้านใด เช่น กองทัพเรือ กองทัพอากาศ หรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ที่ผู้บัญชาการแต่ละกองทัพต้องชี้แจงเอง
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่พันธมิตรฯ ที่เดินทางมาชุมนุมด้านหน้ากองทัพไทยในวันนี้ ทางกองทัพไทยได้จัดหน่วยแพทย์ พยาบาล ช่วยเหลือกลุ่มผู้ชุมนุมหากแดดร้อนเป็นลม ขณะเดียวกัน ขอความร่วมมือให้พันธมิตรฯ เดินทางกลับไป เพื่อจะได้ไม่ลำบากมาชุมนุม
ทางด้านผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ นายสุชาติ ศรีสังข์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม ได้นำหนังสือมายื่นให้เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร เพื่อเรียกร้องให้ทหารออกมาจัดการกบฏที่คิดล้มล้างชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อีกทั้งต้องการให้กองทัพออกมาจัดการขั้นเด็ดขาด โดยหนังสือดังกล่าวกลุ่มพันธมิตรบางส่วนได้ลงลายมือชื่อรับรองด้วย
“เชื่อว่าพันธมิตรฯ จะเชื่อมั่นในเกียรติของทหารจะเดินทางกลับไปหลังจากที่ยื่นหนังสือเสร็จสิ้น ซึ่งหนังสือก็ได้ระบุว่าต้องการให้ทหารจัดการกับกบฏ เพราะเห็นว่าพรรคพลังประชาชนไม่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศ” เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 16.30 น.กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ที่อยู่บริเวณด้านหน้ากองทัพไทยกว่า 2,000 คนได้สลายตัวเดินทางมุ่งหน้าไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อไปร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ ที่รอนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางกลับจากการประชุมเอเปค ที่ประเทศเปรู ในวันพุธนี้
อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปของกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ขึ้นรถบัส และบางส่วนก็ขับรถมอเตอร์ไซค์ตามขบวนไป โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอนุญาตให้ขึ้นทางด่วนฟรีตลอดเส้นทาง
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้ากองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะว่า เจ้าหน้าที่กองทัพไทยได้ปิดประตูทางเข้า-ออกเปิดให้รถเข้าออกประตูเดียว เพื่อป้องกันพันธมิตรฯ เข้าไปบริเวณภายใน ซึ่งภายในพื้นที่กองทัพไทยได้มีทหารจากกองร้อยสารวัตร สังกัด บก.สส. 1 กองร้อย หรือ 150 นายตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยกระจายทั่วบริเวณอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมรถบรรทุกน้ำจำนวน 2 คันจอดไว้หากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นด้วย
**ทหารหญิงพูดไม่เข้าหู
ทั้งนี้ ได้มีเจ้าหน้าที่หญิงที่ทำงานในกองทัพไทยได้เดินออกมาพูดกับกลุ่มพันธมิตรฯ ในเชิงขอร้องให้กลุ่มพันธมิตรฯ ทั้งหมดเดินทางกลับไป ไม่ควรมาชุมนุม โดยแจ้งว่าถ้าทุกคนรักในหลวงให้กลับออกไปไม่ควรมาปักหลักชุมนุมที่กองทัพไทย ซึ่งทำให้พันธมิตรฯ ที่ได้ยินเจ้าหน้าที่หญิงคนดังกล่าวพูดเช่นนั้นก็ได้ตะโกนด่าทอกลับไปว่าไม่ควรมาพูดเช่นนี้ ทุกคนรักในหลวงอยู่แล้ว และยังยืนกรานจะปักหลักชุมนุมคัดค้านการทำงานของรัฐบาลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจะไม่ยอมให้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้มีขึ้นด้วยถ้าประชุมที่ไหนก็จะไปต่อต้านที่นั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.20 น. พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ นายตำรวจนอกราชการ ได้เดินทางมาร่วมกับผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ พร้อมทั้งได้ขอร้องให้ทหารที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่กองบัญชาการกองทัพไทย ปลดอาวุธที่ถือติดตัวออก เนื่องจากมองดูทำให้พันธมิตรฯไม่สบายใจ เกรงอาวุธปืนที่ถือติดตัวทหารจะเกิดอะไรได้ ซึ่งทางทหารทั้งหมดที่รักษาความปลอดภัยอยู่ก็ทำตามเพื่อให้เกิดความปลอดภัย และสบายใจทั้งสองฝ่าย
       ***นปก.ล้อมพันธมิตรฯ
       
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศเคลื่อนประชาชนไปล้อมกองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อปิดกั้นไม่ให้คณะรัฐมนตรีประชุมได้นั้น ได้มีประชาชนเดินทางไปสมทบพันธมิตรฯ ที่กองบัญชาการกองทัพไทยกว่า 1,000 คนแล้ว และยังคงเดินทางมาสมทบอย่างต่อเนื่อง โดยบางส่วนเดินทางมาจากทำเนียบรัฐบาล และบางส่วนได้เดินทางมาด้วย เมื่อเวลา 15.21 น.มีรายงานว่า มีกลุ่ม นปก.ประมาณ 100 คนเดินทางเข้าล้อมพันธมิตรฯ ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ขณะที่รถของนายสุชาติซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นแกนนำในการเคลื่อนประชาชนไปยังกองบัญชาการกองทัพไทย กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดไว้ แต่อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสามารถผ่านไปได้แล้ว
บนเวทีพันธมิตรฯ ในทำเนียบรัฐบาล แจ้งข่าวเตือนประชาชนที่จะไปร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ ให้ระวังรถเก๋งโตโยต้า เลขทะเบียน กจ-4452 กรุงเทพฯ ที่ทำทีเป็นพันธมิตรฯ และพร้อมจะรับคนเพื่อไปสมทบยังกองบัญชาการกองทัพไทย แต่กลับพาไปปล่อยไว้ที่อื่น

***มวลชนฮือปิด“สุวรรณภูมิ”
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น.ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มประชาชนประมาณ 1,000 คน พร้อมมือตบเดินทางไปปิดล้อมทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิทางด้านมอเตอร์เวย์ เพื่อเตรียมประท้วงนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ที่มีกำหนดเดินทางกลับจากการร่วมประชุมเอเปกที่ประเทศเปรู ถึงไทยในเวลาประมาณ 12.55 น.วันพุธ
อย่างไรก็ตาม ได้เกิดปัญหาเครื่องลากจูงเครื่องบินลำที่นายสมชายจะโดยสารกลับขัดข้อง
ทำให้เครื่องบินต้องออกล่าช้ากว่ากำหนด
มีรายงานข่าวว่า เครื่องบินการบินไทยที่นายสมชายจะเดินทางกลับได้ออกจากกรุงลิมา เมืองหลวงของเปรูแล้ว และจะลงเติมนำมันที่เมืองซูริก สวิตเซอร์แลนด์ ในเวลา 2 ทุ่ม ตามเวลาท้องถิ่น (ประมาณตี 2 ตามเวลาในไทย) แต่เนื่องจากเครื่องบินขึ้นช้ากว่ากำหนด ทำให้คาดว่าน่าจะถึงไปถึงเมืองซูริกหลังเที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่น (ประมาณ 06.00 น.ตามเวลาในไทย) จากนั้นจึงจะบินเข้ามาในไทย ซึ่งตามกำหนดเดิมจะถึงไทยในเวลา 12.55 น. แต่ถ้านับชั่วโมงที่เครื่องบินออกช้า น่าจะช่วงถึงในช่วงเย็นๆ
สำหรับบรรยากาศที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 16.00 น.มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังอยู่เป็นจำนวนมาก และการจราจรติดขัดอย่างหนัก เนื่องจากมีกลุ่มแท็กซี่ นปก.เข้าไปต่อต้านพันธมิตรฯ ทำให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้าออกมีปัญหา
**สั่งเคลียร์อู่ตะเภา-เชียงใหม่
ต่อมาเมื่อเวลา 16.30 น.มีรายงานว่า รัฐบาลได้สั่งให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เตรียมพื้นที่สนามบินอู่ตะเภา ที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และสนามบินเชียงใหม่ ไว้รองรับ หากเที่ยวบินที่นายสมชายเดินทางมาไม่สามารลงที่สนามบินสุวรรณภูมิได้
รายงานข่าวแจ้งว่า ประชาชนในกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ทยอยเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิย่างต่อเนื่อง และได้พากันนั่งบนถนนมอเตอร์เวย์เพื่อปิดทางเข้าสนามบิน โดยมีนายศรัณยู วงศ์กระจ่าง แกนนำพันธมิตรฯ รุ่นที่ 2 และนายอมร อมรรัตนนานนท์ พิธีกรเวทีพันธมิตรฯ เป็นคนนำการเคลื่อนขบวนครั้งนี้
***สมทบปิดสุวรรณภูมิต่อเนื่อง
ต่อมาเมื่อเวลา 18.30 น. นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรฯ ได้ประกาศบนเวทีที่ทำเนียบรัฐบาลว่า เป้าหมายหลักของพันธมิตรฯ คือต้องการปิดสนามบินสุวรรณภูมิไปจนกว่านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
เวลาประมาณ 19.30 น. มวลชนของพันธมิตรฯ ได้เดินทางเดินรถยนต์เข้าสมทบอย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนกว่า 1 หมื่นคนและรถยนต์จำนวนนับพันคันได้ยึดพื้นที่บริเวณทางยกระดับข้างบนและข้างล่าง เป็นระยะทางประมาณ 5-6 กิโลเมตร ก่อนถึงสนามบิน และยังคงมีทยอยเดินทางเข้าสมทบอย่างต่อเนื่อง
       ส่วนการจราจรที่มุ่งเข้าสู่ตัวอาคารท่าอากาศยานจากทางด้านหน้าเริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว ไม่ติดขัดหนักเหมือนช่วงเย็นที่ผ่านมา ส่วนด้านในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณอาคารผู้โดยสาร มีการปิดประตูเข้า-ออกหลายจุดด้วยกัน
ทั้งนี้ มีรายงาน ได้มีการถ่ายทอดสดการชุมนุมของพันธมิตรฯ ทางวิทยุชุมชนคลื่น 99.25 เมกเฮิตซ์ ให้กับผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิได้ติดตามการชุมนุมของพันธมิตรฯ ด้วย
***ประกาศชัยปิดสุวรรณภูมิ
เมื่อเวลา 16.30 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรฯ แถลงล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มข้นว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ได้ปิดสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว เพราะทราบว่า นายกฯ จะเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยในกลางดึกคืนวันที่ ( 26 พ.ย.) นี้ จึงได้เดินทางไปปิดล้อมทางเข้าออกสนามบินไว้ ฉะนั้นมีสนามบินที่ นายกฯ จะสามารถเดินทางกลับมาได้ 4 แห่ง คือ สนามบินอู่ตะเภา ,สนามบินดอนเมือง และสนามบินของกองทัพอากาศอีก 2 แห่ง และ หากเครื่องบินนายกฯ ไปลงจอดที่ใดจะตามไปด้วย และหากนายกฯ ไม่มีสนามบินจะลงจริงๆ ทางกลุ่มพันธมิตรฯ จะโยนร่มชูชีพให้นายกฯ บินลงที่อ่าวไทยให้แทน
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ขอให้ผู้ชุมนุมอย่างสับสนขอให้ฟังแกนนำเพียงผมคนเดียว เท่านั้น และ หากรัฐบาลชุดนี้จะการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ไหนจะตามไปชุมนุมที่นั้นทันที โดยมั่นใจว่า จะม้วนเดียวจบอย่างแน่นอน ดังนั้นพี่น้อง จงอย่าสับสนขอให้สุขุม และ อย่าตระหนกตกใจกับข่าวลือข่าวปล่อยโดยเด็ดขาดขอให้มั่นใจแกนนำ
“ขอให้พี่น้องฟังประกาศจากแกนนำเพียงอย่างเดียว ว่าจะปฏิบัติการที่ไหนอย่างไร และขออย่าไปฟังข่าวปล่อยข่าวลือโดยเด็ดขาด การต่อสู้กู้บ้านกู้เมือง ไม่ใช่ของเล่น แต่จะต้องเอาชีวิตมาสู้เพื่อชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตรย์” นายสมศักดิ์ กล่าว

***แจงเหตุเที่ยวบินสมชายช้า  
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า จากกรณีเที่ยวบินที่นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางกลับจากสาธารณรัฐเปรูถึงประเทศไทยช้ากว่ากำหนด ขอชี้แจงว่า เที่ยวบินทีจี 8849 เส้นทางลิมา-กรุงเทพฯ ที่นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางจากเมืองลิมา วันที่ 24 พ.ย. 51 เวลา 23.00 น. (เวลาท้องถิ่น) ถึงกรุงเทพฯ วันที่ 25 พ.ย. 51 เวลา 12.30 น. (เวลาท้องถิ่น) นั้น เนื่องจากว่ารถลากจูงที่ใช้ระบบไฮโดรลิคล็อกล้อเครื่องบิน เพื่อที่จะออกไปยังรันเวย์เกิดเหตุขัดข้อง ระบบไม่ยอมคลายล็อคล้อเครื่องบินออก ทำให้เที่ยวบินดังกล่าวช้ากว่ากำหนด ขณะนี้ บริษัท Swissport ซึ่งรับผิดชอบงานบริการภาคพื้นที่ท่าอากาศยานกรุงลิมา กำลังแก้ไขอยู่
อย่างไรก็ตามพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รมว.มหาดไทย ได้แจ้งมายังผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า นายกฯ ได้รับทราบสถานการณ์การปะทะกันระหว่างกลุ่มพันธมิตรฯ กับ นปช. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยในเที่ยวบินดังกล่าวจะมีการเปลี่ยนแปลงไปลงยังสนามบินอื่นแทน
**สุวรรณภูมิประชุมด่วน
นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. กล่าวว่า ได้เรียกประชุมทุกหน่วยงานที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่กลุ่มพันธมิตรฯ เดินทางมาที่สนามบิน โดยเบื้องต้นได้มีการส่งเจ้าหน้าที่เจรจาขอให้กลุ่มพันธมิตรรวมตัวชุมนุมกันอย่างสงบ และขอให้เปิดเส้นทางจราจรเพื่อให้รถที่จะเข้าไปรับ ส่งผู้โดยสารสามารถเดินทางเข้าออกสนามบินได้ โดยให้คำนึงถึงการชุมนุมที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้โดยสาร
โดยวานนี้ (25 พ.ย.) ตั้งแต่ เวลาประมาณ 14.00 น. ได้มีกลุ่มพันธมิตรฯบางส่วนเดินทางมาถึงบริเวณปากทางเข้าทางด้านเหนือของสนามบินสุวรรณภูมิ ด้านมอเตอร์เวย์ จึงได้ประสานงานไปยังทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเตรียมการรองรับสถานการณ์
              นายเสรีรัตน์ กล่าวว่า หากกลุ่มพันธมิตรต้องการชุมนุมที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเรียกร้องรัฐบาล ทางสนามบินสุวรรณภูมิได้มีการจัดเตรียมสถานที่ไว้รองรับกลุ่มพันธมิตรแล้วที่บริเวณลานจอดรถ 4 เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้โดยสาร และยังได้เตรียมน้ำดื่มและรถสุขาไว้คอยอำนวยความสะดวกด้วย  อย่างไรก็ตามในขณะนี้ทางตำรวจได้มีการตั้งด่านตรวจค้น ตามเส้นทางเข้าออกสนามบินด้วย จึงอาจทำให้การจราจรติดขัด จึงขอให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางไป สนามบินสุวรรณภูมิเผื่อเวลาเดินทางไว้ด้วย
ทั้งนี้ จากที่การจราจรของถนนทางเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสายมอเตอร์เวย์ติดขัด จึงขอให้ผู้โดยสาร ใช้เส้นทางสายบางนา-ตราดแทน และเมื่อเข้าภายในสนามบินแล้วจะมีเจ้าหน้าที่จราจรอำนวยความสะดวกเพื่อจะไปเข้าอาคารผู้โดยสารที่บริเวณชั้น  1  สำหรับผู้โดยสารขาเข้าที่ต้องการเดินทางออกจากสนามบินโดยใช้บริการรถแท็กซี่สาธารณะให้เดินลงไปขึ้นรถเวียนที่ ทสภ. จัดให้บริการที่ด้านหน้าชานชาลาชั้น 1  เพื่อไปขึ้นรถแท็กซี่สาธารณะที่ศูนย์ขนส่งสาธารณะ
ด้านว่าที่ ร.ท.อนิรุทธิ์  ถนอมกุลบุตร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง กล่าวว่า หลังจากแกนนำพร้อมกลุ่มพันธมิตรฯบางส่วนได้เคลื่อนขบวนออกจากพื้นที่ท่าอากาศยานดอนเมืองไปยังกองบัญชาการ กองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น.และบางส่วนกระจายกำลังไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งกลุ่มพันธมิตรบางส่วนที่ยังคงปักหลักอยู่ที่บริเวณอาคารสำนักงานท่าอากาศยานดอนเมืองไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารและผู้มาใช้บริการท่าอากาศยานโดยสนามบินมีมาตรการที่เข้มงวดและจัดเจ้าหน้าที่ดูแลด้านความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารตลอด 24 ชั่วโมง
***สุวรรณภูมิหยุดบริการ
                   นาย เสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่เวลา 21.00 น. ของวันนี้ (25 พ.ย.51) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จะหยุดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากกลุ่มพันธมิตรได้เดินทางมาชุมนุมบริเวณด้านหน้าอาคารผู้โดยสารแล้ว แม้ว่าจะได้มีการเจรจาขอร้องแล้วก็ตาม แต่กลุ่มพันธมิตรยังยืนยันที่จะเคลื่อนขบวนเข้าปิดล้อมอาคารผู้โดยสาร ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ตนจึงจำเป็นต้องหยุดให้บริการเที่ยวบินและปิดการเข้า-ออกอาคารผู้โดยสารชั่วคราว จนกว่าเหตุการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ
**ต้องยกเลิก18เที่ยวบิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เที่ยวบินที่เดินทางเข้ามาที่สุวรรณภูมิยังเปิดบริการปรกติ ส่วนเที่ยวบินขาออกจะไม่มีการบริการทุกเที่ยวบินงดหมด โดยเที่ยวบินขาออกเที่ยวบินสุดท้ายคือ เวลา 22.30 น. คือ ทีจี 640 สุวรรณภูมิ-ฮ่องกง หลังจากนั้นจะไม่มีเที่ยวบินออกอีก จนถึงพรุ่งนี้เช้าโดยมีเที่ยวบินขาออกที่ต้องยกเลิกจำนวน 18 ไฟลท์ ของการบินไทยตั้งแต่ 23.00 – 01.00 น. แต่หลังจากนั้นต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่บินไปยุโรป
พลอากาศเอกณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สำนักเลขานุการบริษัท ปฏิบัติหน้าที่แทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า ภายหลังจาก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ได้หยุดให้บริการเที่ยวบินขาออก และปิดการเข้า-ออกอาคารผู้โดยสารชั่วคราว  ตั้งแต่เวลา 21.00 น. ของวันที่ 24 พ.ย.51 ทำให้ขณะนี้มีผู้โดยสารตกค้างที่ทสภ.เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้โดยสารที่จะเดินทางในช่วงเวลา หลัง 21.00 น. ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีเที่ยวบินที่บินไปยังทวีปยุโรปหลายเที่ยวบิน
ดังนั้นในการแก้ปัญหา ขณะนี้ได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของสนามบินสุวรรณภูมิ ตรวจสอบเที่ยวบินที่ทำการบินในช่วงเวลาดังกล่าวว่า เที่ยวบินใดบ้างที่มีจำนวนผู้โดยสารเช็คอินมากกว่า 50% ขึ้นไป ก็จะมีการพิจารณาให้เที่ยวบินดังกล่าวสามารถที่จะทำการบินได้ ทั้งนี้ในส่วนของเค้าเตอร์เช็คอินนั้น ก็ได้ปิดให้บริการแล้วเช่นกัน
อย่างไรก็ตามในส่วนของเที่ยวบินขาเข้านั้น ขณะนี้ยังเปิดให้บริการตามปรกติ ส่วนผู้โดยสารที่ได้ลงจากเครื่องบินมาแล้ว และต้องการเดินทางออกจากสนามบิน ทางเจ้าหน้าที่จะคอยอำนวยความสะดวกในการพาผู้โดยสารออกมา และจะดูแล ความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารต่อไป

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการมาให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ดูแลความเรียบร้อยสนามบินสุวรนรณภูมิให้ดี และคาดว่า นายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ในเวลา 15.00 น. วันนี้ ซึ่งคาดว่าเครื่องบินอาจจะไปลงจอดที่สนามบินเชียงใหม่
** เสื้อแดงขน บั้งไฟเข้า กทม.
นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรฯ เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการพูดคุยกับกลุ่มเชียงใหม่ 51 กลุ่มพิษณุโลก กลุ่มลำปาง กลุ่มราษีไศล และกลุ่มโคราช กล่าวว่า วันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ พวกเราจะนัดเจอกันที่ จ.เชียงใหม่ โดยมีตน และตัวแทนจากกลุ่มต่างๆ ทั้ง 5 กลุ่มจะพูดคุยกันที่โรงแรมแกรนด์วโรรส จ.เชียงใหม่ เพื่อจะกำหนดทิศทางของกลุ่มประชาชนต่างจังหวัด        ส่วนที่จะเข้าไป กทม.กันนั้น เราอาจจะมีเวทีประชาชนที่อยู่ที่ท้องสนามหลวง ของกลุ่มคนรักประชาธิปไตย ที่ไม่เกี่ยวกับ นปช. หรือ นปก. หรือกลุ่มชุมชนคนแท็กซี่ ซึ่งเขาจะตั้งเวทีรอไว้ เพื่อให้พวกเราได้ชี้แจงกับประชาชนได้เข้าใจ แต่ผมก็เป็นห่วงสมาชิกที่จะเข้าไป กทม.เพราะเป็นช่วงที่กำลังเกี่ยวข้าวกัน และคิดว่าหากการเมืองไม่นิ่งจริงๆ หลังจากงานประจำปีทุ่งศรีเมือง ของ จ.อุดรธานี พวกเราคงจะเดินหน้าอย่างเต็มที่
        นายขวัญชัย กล่าวอีกว่า การนำสมาชิกเข้าไป กทม.แล้วจะเกิดความรุนแรงหรือไม่นั้นคงไม่มี เพราะเราไม่ได้เตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์อะไรไป แต่เราได้พูดคุยกันไว้ว่า อาจจะทำบั้งไฟไปกลุ่มละ 50 บั้ง ตามประเพณีของคนอีสาน ซึ่งหากโดนจับดำเนินคดีคงจะไม่หนัก โดยให้สมาชิกช่วยกันทำคนละบั้ง
รุกไล่ปิดบัญชีรัฐบาลโจร
รุกไล่ปิดบัญชีรัฐบาลโจร
ASTVผู้จัดการรายวัน - พันธมิตรฯฮึกเหิม บุกล้อมรัฐสภา ยึดหน้าบช.น. สภาเหงา ปล่อย เลขาฯสภาเฝ้า ตั้งแต่เมื่อคืน ส.ส.-ส.ว.หายเกลี้ยง 3ส.ส.ปีนหนีพึ่งบารมีปีนข้ามไปพระที่นั่งพิมานเมฆ ขณะที่ สมเกียรติ-ศิริชัย นำ3พันคนปิดคลังไล่ รมว.คลังพ้นหน้าที่ ตัดกระแสไฟกดดัน พธม.ดาวกระจายบุกทำเนียบดอนเมือง ‘ชวรัตน์’ รักษาการนายกฯ รมต. เสธ.ทบ. ต่างเผ่นแทบไม่ทันได้ประชุม พนง.อากาศยานเปิดทางพันธมิตรฯ ปักหลักชุมนุม ระบุอาจปิดสุวรรณภูมิ วัน สมชาย มาจากเปรู ชู 25 พ.ย.หยุดงานใหญ่ ด้าน “สนธิ”อัดทหารต้องเลิกแทงกั๊ก พธม.นัดอีกครั้ง เช้านี้ตี 4 เคลื่อนพลอีกครั้งไปดอนเมือง การท่าเรือฯยึดมติสรส. เตรียมหยุดงานเข้าร่วมชุมนุมพันธมิตรฯหาก รัฐบาลรุนแรงกับประชาชนและแก้รัฐธรรมนูญ
กำลังโหลดความคิดเห็น...