xs
xsm
sm
md
lg

"ดัยนา"เปิดใจนั่งเอ็มดีไทยสมุทรฯ มุ่งปรับภาพลักษณ์-เน้นการตลาดเชิงรุก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน - ในบรรดาบริษัทต่างๆในธุรกิจประกันชีวิต หากจะเอ่ยถึง"บริษัทไทยสมุทรประกันชีวิต"แล้ว แม้จะคุ้นหูในฐานะบริษัทหนึ่งที่อยู่คู่คนไทยมาแสนนาน แต่อาจจะไม่ค่อยคุ้นตาเพราะภาพลักษณ์ที่ข้างจะเก็บเนื้อเก็บตัวมากพอสมควร แต่เชื่อว่านับจากนี้ภาพลักษณ์ต่างๆของไทยสมุทรประกันชีวิต จะเริ่มเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น หลังจากได้ "ดัยนา บุนนาค" ซึ่งเป็นรู้จักกันดีในแวดวงการเงิน เข้ามารับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ และ"ผู้จัดการรายวัน" ก็ได้สัมภาษณ์หญิงแกร่งผู้นี้ถึงมุมมองเกี่ยวกับธุรกิจประกันชีวิต รวมถึงแผนการดำเนินงานของไทยสมุทรประกันชีวิตที่ช่วงเวลาต่อจากนี้

มองภาพรวมของธุรกิจประกันชีวิตปีหน้าอย่างไร?

ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตปีหน้าคงจะยังคึกคักต่อเนื่องจากปีนี้ ที่ผ่านมา 10 เดือนแรกของปี 50 บริษัทมีเบี้ยประกันรวมโตในระดับ 19% ดังนั้น ปีหน้าก็น่าจะโตต่อเนื่องได้ดีกว่า เพราะยังมีปัจจัยต่างๆที่เกื้อหนุนอยู่ อย่างเช่น เรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำมาอย่างต่อเนื่องมาระยะหนึ่งแล้ว ผู้ลงทุนต้องหาผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝาก แล้วการทำประกันชีวิตก็มีเรื่องของการลดหย่อนภาษี มีกิจกรรมเสริมทั้งด้านการตลาด การโฆษณา ประชาสัมพันธ์กันเยอะ และในธุรกิจนี้ก็มีการแข่งขันมาก มีบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างประเทศเข้ามาเพิ่มขึ้น ก็เลยทำให้วงการคึกคัก แล้วผู้ลงทุนก็ได้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ คือ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายออกมา มีช่องทางใหม่ ๆ เกิดขึ้น และการที่มีคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระเข้ามากำกับดูแล ก็จะเป็นส่วนที่จะช่วยให้ธุรกิจประกันชีวิตเติบโตได้ แต่การแข่งขันในธุรกิจนี้ปีหน้ายังคงยังรุนแรงต่อเนื่องเช่นกัน

แผนและกลยุทธ์ปีหน้าจะเป็นอย่างไรบ้าง?

ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนและกลยุทธ์อยู่ โดยได้นำเอาแผนที่มีอยู่เดิมเอามาคุยกันใหม่อีกรอบ เพิ่มเติมในมุมมองหลังจากดิฉันเข้ามาร่วม ซึ่งก็จะนำเอาประสบการณ์ที่มีจากที่อื่นที่เคยทำงานมาเสริมให้ ทั้งนี้ คาดว่าเดือนมกราคม 2551 แผนและกลยุทธ์ในการดำเนินงานจะแล้วเสร็จทั้งหมด โดยในด้านกลยุทธ์หลักบริษัทจะเน้นเรื่องของคุณภาพ และการบริการลูกค้า กลยุทธ์ของเราจะเน้นที่คุณภาพ เพราะถ้าคุณภาพดีสิ่งต่างๆก็จะตามมา รวมทั้งเน้นรักษาตลาด การบริการลูกค้า ตัวแทน เพิ่มเสริมภาพลักษณ์ให้กับองค์กร สร้างแบรนดิ้งที่ชัดเจน รวมถึงจะมีการจัดกิจกรรมทางการตลาดให้มากขึ้น

"กลยุทธ์ที่จัดทำนี้จะเป็นภาพที่มาจากทุกฝ่ายงาน เพื่อให้ทราบว่าลูกค้าต้องการอะไร และสิ่งไหนที่เป็นจุดแข็งและอะไรที่จะเป็นจุดอ่อนที่เราต้องแก้ไข ซึ่งปีหน้าคงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของไทยสมุทรที่ชัดเจนมากขึ้น"

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บริษัททำธุรกิจประกันชีวิตก็ประกาศตัวจะเข้ามาชิงในตลาดรากหญ้าหรือตลาดระดับล่างมากขึ้น ซึ่งเราก็ต้องพยายามรักษาตลาดของเราอย่างเหนี่ยวแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ และนับเป็นเรื่องสำคัญเรื่องแรกที่เราจะทำ โดยหลักการใหญ่ๆคือจะมุ่งไปที่การเข้าใจลูกค้า เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดี รวมถึงด้านการบริการที่จะต้องเน้นการดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด ตามสโลแกนของบริษัทที่ว่า "เรายึดมั่นคำสัญญา" และอีกเรื่องที่สำคัญคือความเชื่อมั่นที่ลูกค้าต้องมี เพราะซื้อประกันชีวิตเป็นเรื่องที่ต้องมีความสัมพันธ์ระยะยาว 20 หรือ 30 ปี

ส่วนกลุ่มเป้าหมายของนั้น นอกจากจะรักษากลุ่มลูกค้ากรมธรรม์ประชาสงเคราะห์ กลุ่มรากหญ้าแล้ว ก็จะพยายามรักษาและเจาะไปยังตลาดอื่นบ้าง โดยนโยบายตัวแทนจะเป็นหัวใจในการทำงานหรือเป็นหน้าด่านและเป็นภาพพจน์ทั้งหมด จากเดิมเราก็เน้นเรื่องของตัวแทนอยู่แล้ว แต่ต่อจากนี้จะมีอะไรที่ทำให้ลูกค้ามากขึ้น เพราะเราได้เริ่มเข้ามาเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน ระดับกลางมากขึ้น โดยเน้นลูกค้าในเมือง

"ในเรื่องกลยุทธ์ที่นอกเหนือจากการรักษาตลาดเดิมไว้ให้ได้แล้ว ก็จะเน้นในเชิงรุกมากขึ้น เพราะคนอื่นก็จะมาเจาะกลุ่มตลาดเรา เราก็จะไปบุกตลาดคนอื่นกลับคืนไปบ้างเหมือนกัน"

มองว่าสิ่งที่ต้องเร่งปรับปรุงมีเรื่องอะไรบ้าง?

ภายหลังเข้ารับตำแหน่งนี้ สิ่งที่มองว่าจะต้องปรับปรุงเรื่องเร่งด่วน คือ เรื่องของการดูแลลูกค้าและตัวแทนให้ดีที่สุด ซึ่งจริงๆแล้วไทยสมุทรฯก็ดูแลเป็นอย่างดีและมีความใกล้ชิดและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าค่อนข้างเหนี่ยวแน่นแล้ว ในส่วนของความสัมพันธ์ของบริษัทกับตัวแทนก็เหมือนกัน ก็มีสิ่งที่เป็นจุดเด่นและจุดแข็งของไทยสมุทรฯ แต่ก็จะต้องเสริมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังจะต้องมีการเสริมในเรื่องของการจัดวางทักษะในการปฏิบัติงานของทุกตำแหน่งว่าจะต้องทำอะไรบ้าง รวมถึงเรื่องของการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน การเป็นนักวางแผนทางการเงินให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ามีความมั่นใจในชีวิตทั้งส่วนของตัวเองและครอบครัว และอีกตัวที่จะเน้นคือเรื่องของการให้บริการที่ครบถ้วน การมีผลิตภัณฑ์และช่องทางที่ครบถ้วน ซึ่งในส่วนของการขยายประกันผ่านธนาคารพาณิชย์นั้นยังคงเป็นเรื่องที่เราต้องพัฒนาต่อไป

สำหรับส่วนที่ได้เริ่มมีการปรุงไปไปแล้วคือเรื่องของการทำตลาดด้วยการเข้าถึงบริษัทและองค์กรต่างๆ เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจและให้รู้จักบริษัทไทยสมุทรฯ มากขึ้น รวมถึงเรื่องการพัฒนาระบบไอทีซึ่งได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว

มองเศรษฐกิจปีหน้าจะเอื้อหรือจำกัดการทำธุรกิจออย่างไร?

ในแง่ของดอกเบี้ยคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงมากนัก ยกเว้นปัจจัยเสี่ยงจากเรื่องของราคาน้ำมัน ซึ่งหากราคาน้ำมันมีการปรับขึ้นรุนแรง ก็จะทำให้เกิดเงินเฟ้อ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)คงปรับดอกเบี้ยขึ้น เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ก็จะทำให้กำลังซื้อลดลง

นอกจากนี้ ก็จะกระทบกับกำลังออมของประชาชน เพราะต้องใช้จ่ายเงินเพื่อดำรงชีพและเดินทางที่แพงขึ้น อันนี้ก็เป็นความเสี่ยงต่อธุรกิจประกันชีวิต แต่ในอีกแง่หนึ่งการที่ประชาชนในปัจจุบันยังถือครองกรมธรรม์กันน้อยมาก โดยทั้งประเทศมีเพียง 2% ที่มีการประกันชีวิต ตรงนี้ทำให้มองว่าธุรกิจยังเติบโตได้มาก และปัจจัยบวกที่เสริมก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีปัจจัยลบบ้างเหมือนกัน

"โดยรวมแล้วปัจจัยบวกน่าจะส่งผลได้มากกว่าปัจจัยลบ อีกทั้งจากการมีความไม่มั่นคงทางการเมือง หรือมีความเสี่ยงเกิดขึ้น ไม่ว่าจะจากภาวะชายแดนภาคใต้ หรือการเมืองคนก็จะนึกถึงเรื่องของประกันมากขึ้น โดยการรองรับความเสี่ยงของไทยสมุทรฯ ทั้งที่เกิดจากภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยอื่นๆนั้น เราก็มีการบริหารจัดการ ทั้งคณะจัดการลงทุน ที่จะคอยดูแลเรื่องธุรกิจก็จะมีการประชุมและทบทวนกันโดยตลอดเวลา"
กำลังโหลดความคิดเห็น...