xs
xsm
sm
md
lg

'ไพร้ซวอเตอร์'แนะตั้งหน่วยงานอิสระ คุมลดหย่อนภาษีดึงดูดทุนนอกเข้าไทย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ราการขยายตัวที่ชะลอลงของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2549 สาเหตุหลักมาจากการลงทุนหดตัว เพราะขาดความเชื่อมั่นในปัจจัยทางการเมือง แม้ว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคมที่จะถึง แต่แนวโน้มการลงทุนยังไม่ส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน เนื่องจากนักลงทุนต่างรอความชัดเจนในนโยบายของรัฐบาลใหม่ภายหลังการเลือกตั้ง ก่อนที่จะลงทุนเพิ่ม...และในสถานการณ์เช่นนี้ "ไพร้ซวอเตอร์เฮ้าส์คูเปอร์ส”บริษัทที่ปรึกษากฎหมายและภาษีอากรระดับโลกที่มีฐานลูกค้าเป็นบริษัทชั้นนำของโลกจำนวนมากที่มีสาขาอยู่ในประเทศไทยและภูมิภาคได้ให้ความเห็นต่อภาวะเศรษฐกิจความเชื่อมั่นตลอดจนปัญหาและอุปสรรคของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย

โดย"ผู้จัดการรายวัน” ได้สัมภาษณ์พิเศษ "ถาวร รุจิวนารมย์" หัวหน้าหุ้นส่วน กรรมการอาวุโสและกรรมการบริหาร และ "พีรพัฒน์ โปษยานนท์” หุ้นส่วน กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท ที่ปรึกษากฎหมายและภาษีอากร ไพร้ซวอเตอร์เฮ้าส์คูเปอร์ส ประเทศไทย จำกัด เพื่อสะท้อนถึงมุมมองนักลงทุนต่างชาติที่ไพร้ซ วอเตอร์เฮ้าส์ฯ เป็นที่ปรึกษานักลงทุนต่างประเทศเหล่านั้น

กิจที่ปรึกษาในปัจจุบันเป็นอย่างไร?

แม้ว่าเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบันยังคงอยู่ในภาวะที่ชะลอตัวลงแต่ในธุรกิจให้คำปรึกษาก็ยังคงมีความต้องการอยู่ โดยเฉพาะบริษัทบางแห่งที่กำลังปรับโครงสร้างเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคนี้ด้วย ซึ่งหลักๆแล้วการแข่งขันในธุรกิจนี้จะมีผู้ประกอบการรายใหญ่อยู่ 4 ราย คือไพร้ซฯ เคพีเอ็มจี เอินส์แอนด์ยังและดีลอยท์ ส่วนที่เหลือจะเป็นบริษัทที่มีขนาดไม่ใหญ่โตมาก

โดยลูกค้าส่วนใหญ่ของไพร้ซ วอเตอร์เฮ้าส์ฯ จะเป็นบรรษัทข้ามชาติ เช่น ฮอนด้า เซเรบอส ไฟเซอร์ พีแอนด์จี เป็ปซี่ ซึ่งเป็นบริษัทท็อป 3 ของแต่ละภาคอุตสาหกรรมที่เน้นเรื่องการสร้างแบรนด์จึงต้องการที่ปรึกษาที่เป็นมืออาชีพ สำหรับลูกค้าในประเทศมีจำนวนไม่มากจะเป็นบริษัทที่มีการเจริญเติบโตในอัตราที่สูงและต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในให้มีธรรมาภิบาลมากขึ้นอาจเพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์หรือลงทุนในต่างประเทศ มีความต้องการเข้าสู่ความเป็นสากลจึงหันมาใช้บริการนี้และถือเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้น

ค้าต่างชาติมีความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยมากน้อยเพียงใด?

เศรษฐกิจของไทยยังไม่ถึงกับแย่แต่ความไม่แน่นอนมันยังสูง เรามีทรัพยากรที่ดี ทำเลที่ตั้งดี โครงสร้างพื้นฐานดีและประชาชนมีทักษะที่ดี ที่ไม่ดีคือความไม่แน่นอนของนโยบาย สิ่งต่างๆ จึงชะลอตัวเพราะความเสี่ยงมันสูง หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายให้ความชัดเจนต่างชาติเขาจึงจะมั่นใจ แม้ว่าการลงทุนในจีนและเวียดนามมีอัตราการเติบโตที่สูงเนื่องจากค่าแรงที่ถูกแต่ส่วนมากจะเป็นค่าแรงในภาคการผลิต ส่วนของภาคบริการที่ต้องใช้ทักษะจะพบว่าค่าแรงสูงมาก

ซึ่งในไทยเองค่าแรงในภาคบริการยังต่ำกว่ามากยังพอเป็นจุดที่ใช้แข่งขันได้หากรัฐบาลมีนโยบายและการนำนโยบายมาปฏิบัติให้เกิดผลขึ้นจริง สิ่งที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับของหลายๆ ประเทศคือภาคบริการเราดีที่สุดในภูมิภาคและถูกกว่า จึงมีความจำเป็นต้องลดภาษีให้เขาซึ่งที่เป็นอยู่ก็ได้มีการลดทางนโยบายแต่ในทางปฏิบัติกลับไม่เป็นเช่นนั้นมีการปฏิบัติที่ซับซ้อนและไม่จูงใจให้มีการลงทุนด้านนี้ทั้งที่เรามีศักยภาพสูงจึงน่าเสียดายโอกาสในการแข่งขันที่ประเทศเราสูญเสียไป

วโน้มการลงทุนยังมีเพิ่มขึ้นไหม?

การลงทุนของลูกค้าในช่วงนี้ต้องแยกดูเป็นรายกลุ่มอุตสาหกรรม ที่เห็นชัดเจนคือกลุ่มยานยนต์ที่มีการเติบโตสูงกลายเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศมีการลงทุนจากผู้เล่นรายใหญ่ทั้ง โตโยต้า ฮอนด้า จีเอ็ม ฟอร์ด ต่างประกาศเพิ่มการผลิตในประเทศไทย ส่วนภาคสิ่งทอไทยคงไม่เป็นที่น่าสนใจ จึงเป็นการยากที่จะมองภาคการผลิตรวมเป็นกลุ่มเดียวกัน

อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นธุรกิจที่ต้องมีซัพพลายเออร์เข้ามาเกี่ยวข้องจะย้ายฐานการผลิตก็เป็นเรื่องยากจึงต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ไทยจึงสามารถสร้างจุดแข็งในด้านนี้ อีกทั้งเรามีตลาดภายในประเทศรองรับทำให้สามารถเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกได้ด้วย อีกอุตสาหกรรมที่บีโอไอให้ความสำคัญคือฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ซึ่งทั่งโลกมีผู้ผลิตเพียง 4-5 รายและไทยเริ่มกลายเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่มาก

ภาวะการลงทุนหลังเลือกตั้งจะฟื้นตัวไหม?

หลังมีการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาแล้วนโยบายหลายๆ อย่างคงมีความชัดเจนมากขึ้น มีการตัดสินใจในนโยบายต่างๆ มากขึ้น แต่จะยั่งยืนแค่ไหนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเมื่อมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้วน่าจะมีเงินทุนไหลเข้ามา หากมีความชัดเจนเพียงพอที่เขาจะตัดสินใจลงทุน

โดยในแง่นโยบายภาษีอากรรัฐบาลต้องพิจารณาว่าจะงดหรือยกเว้นภาษีส่วนใดให้นักลงทุนบ้าง โดยเฉพาะในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) หากเหลือ 0% เขาก็สนใจเข้ามาลงทุน ซึ่งรัฐบาลต้องมองในระยะยาวว่าจะทำให้เขาสนใจลงทุนเกิดการจ้างงานและรัฐบาลมีรายได้มากกว่าการที่รัฐบาลจ้องจะเก็บVATจากเขาโดยตรง ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาจำเป็นต้องนำไปพิจารณาด้วยเพราะหากเก็บส่วนนี้จะทำให้สูญเสียความสามารถในการแข่งขันของประเทศไป

ที่อยากให้ปรับปรุงทางด้านการจัดเก็บภาษี?

การเก็บภาษีอากรมี 2 เรื่องสำคัญคือคนที่ทำผิดกฎหมายและทำถูกกฎหมายแต่เวลาแก้กฎหมายไปโฟกัสคนที่ทำผิดจนทำให้คนที่ทำถูกลำบากไปด้วย กฎที่ออกมาควรเอื้อต่อผู้ประกอบการที่ดีส่วนใหญ่แล้วหาช่องทางลงโทษผู้ที่ทำผิดแทน เจ้าหน้าที่สรรพากรเขาทำงานมีการวัดผล KPI ดังนั้น เขาต้องทำให้หน่วยงานและตัวเขามี KPI ได้ตามเกณฑ์คือการเก็บภาษีเข้าเป้า แต่ไม่คิดว่าศักยภาพการแข่งขันของประเทศจะเป็นอย่างไรเพราะเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในตัวชี้วัด ซึ่งเรื่องนี้ต้องถูกกำหนดโดยนโยบาย

"เมื่อมองให้เป็นธรรมจะต้องคิดว่าสรรพากรถือหุ้นในบริษัทเอกชน 30% และได้ส่วนแบ่งเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่ใช่คิดจะถอนขนห่านเพียงอย่างเดียว ต้องมองยาวต่อไปว่าถ้าเลี้ยงให้ห่านอ้วนสรรพากรเองจะได้เนื้อได้หนังที่มีมูลค่ามากกว่าขนห่านหรือไม่ การมุ่งจัดเก็บอย่างเดียวโดยไม่สนใจว่าห่านจะโตหรือไม่ก็จะได้ห่านที่ตัวเล็กๆ ไม่มีเนื้อมีหนังเลย"

แต่ทั้งนี้หลายๆ อย่างเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นต้องทำความเข้าใจทำให้รอบคอบ วิธีการที่ดีในเรื่องการยกเว้นภาษีให้ภาคเอกชนนั้น กระทรวงการคลังควรตั้งหน่วยงานอิสระภายใต้การกำกับดูแลขึ้นมาในลักษณะเดียวกับบีโอไอ เพราะเรื่องการยกเว้นภาษีจะให้คนที่ทำหน้าที่เก็บภาษีทำเรื่องนี้ในทางปฏิบัติก็คงเป็นไปได้ยากและขัดกับความรู้สึกของคนเก็บภาษี
กำลังโหลดความคิดเห็น...