xs
xsm
sm
md
lg

แรงงานต่างด้าวต้องแก้ด้วยสติปัญญา

เผยแพร่:   โดย: ยอดรัก ตะวันรอน

หลายรัฐบาลและหลายยุคมาแล้ว ที่ประเทศไทยและชนชั้นปกครองไทยได้พยายามหาสติปัญญาต่างๆ มาใช้แก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวหรือแรงงานหลบหนีเข้าเมือง ไม่ว่าจะใช้มาตรการไหน ก็ปรากฏว่าไม่มีทางประสบความสำเร็จและดูว่าน่ากลัวจะไม่มีทางสำเร็จแม้แต่ในอนาคตอันยาวนานที่ยังมาไม่ถึง

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

ก็มีเหตุผลเดียวเท่านั้นคือนักแก้ปัญหาของไทยที่แก้มาแล้วและกำลังนั่งแก้กันอยู่ในทำเนียบต่างๆ ด้วยรายได้เป็นหมื่นเป็นแสนต่อเดือน จะมีปัญญาเล็กน้อยหรือไม่มีปัญญากันเลยคือวิธีการแก้นั้นจะไม่ใช่วิธีการที่มนุษย์พึงกระทำ โดยเชื่อว่าคำสั่งห้ามหรือกฎหมายที่ตนออกมานั้นศักดิ์สิทธิ์และแก้ปัญหาได้ ซึ่งความจริงมันไม่ใช่!

หลายปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าการแก้ปัญหาแรงงานที่ทำด้วยมาตรการอันยุ่งยาก และสลับซับซ้อนนานาประการซึ่งดูเหมือนว่ามันจะดี แต่ก็เพียงบางส่วนเท่านั้นที่แก้ได้ และที่แก้ไม่ได้นั้นปรากฏว่ามีมากมายหลายเรื่องที่ไม่มีใครคิดกัน เริ่มมีคนงานต่างด้าวเป็นจำนวนล้านๆ คน เฉพาะอย่างยิ่งแรงงานต่างด้าวปัจจุบันนี้ได้กลายเป็นสินค้าที่สามารถนำมาขายได้และมีพ่อค้าเจ้าของสินค้าประเภทนี้ในจังหวัดต่างๆ หลายจังหวัดที่สามารถใช้เป็นสินค้านำไปขายได้ในราคาหัวละ 12,000 บาทถึง 14,000 บาท โดยที่กฎหมายบ้านเมืองและเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือแรงงานประจำจังหวัดจะไม่เคยรู้เคยเห็น

เป็นยังงั้นไป!

แรงงานต่างด้าวคือคนที่มีชีวิต

คนที่กินได้นอนได้และยอมเสียเงินได้หรือยอมทำทุกอย่างเพื่อให้มีงานทำและเพื่อการมีชีวิตอยู่ ถ้าหากการหางานทำเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดนั้น มันไม่ใช่นรกที่มีกระทะน้ำร้อนรออยู่ คนหาเงินพวกนี้จะต้องไปหากินยอมลงทุนทำทุกอย่าง

เพราะฉะนั้น คนหลบหนีเข้าเมืองจึงไม่ใช่เรื่องใหม่หรือเหตุการณ์ใหม่ แต่เป็นเรื่องเก่าที่เกิดขึ้นมาในโลก ประเทศไหนที่จะมีกินหรือมีโอกาสทำมาหากินได้ทุกคนจะหลั่งไหลเข้าไปโดยไม่สนใจว่ามันจะเป็นประเทศไหนของใคร แม้ว่าจะต้องเข้าไปฆ่าคนเพื่อแย่งชิงที่ทำกินก็ต้องทำ คนผิวขาวอย่างอเมริกันที่วิ่งแย่งแผ่นดินต่างๆ ของอเมริกาทุกวันนี้ก็เป็นมนุษย์ที่เข้ามาแย่งคนอื่นเขาทำมาหากิน เพราะฉะนั้น เรื่องคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองไม่ว่าประเทศไหนเป็นเรื่องที่จะไปโทษใครไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าของประเทศหรือเจ้าของแผ่นดินจะไม่พอใจก็ต้องแก้ไขเอาเอง

ปัญหามันมีอยู่แต่เพียงว่าจะแก้ไขกันยังไง?

แต่ทุกชาติทุกประเทศจะแก้ไม่เหมือนกัน เพราะมันขึ้นอยู่กับปัญหาทางการเมืองและมนุษยธรรม

และปัญหาที่สำคัญก็คือปัญหาการมีสติปัญญาที่จะแก้ของคนที่จะเข้าไปแก้ด้วย และมีความห่วงใยบ้านเมืองที่จะต้องอาศัยเลี้ยงชีวิตกันต่อไป

เมืองไทยเรื่องนี้น่าเป็นห่วงมากที่สุด เพราะคนที่จะแก้ไขในบ้านเมืองของเราที่เชื่อว่ามีสติปัญญานั้นน่าจะไม่มีหรือมีก็น้อยมาก

ประเทศไทยทุกวันนี้เป็นประเทศที่มีสติปัญญาของผู้คนกำลังเสื่อม

หรือจะโง่เสียแหละมาก!!!

การแก้ปัญหานี้มันอยู่ที่ทางฝ่ายเรารัฐบาลไทยหรือคนไทยเจ้าของประเทศจะไม่เล่นด้วยหรือไม่ยอมให้คนต่างด้าวมาทำผิดกฎหมายหรือข้อห้ามของเราเท่านั้นที่จะแก้ได้

และในกรณีที่เรามีผู้รับผิดชอบทุกระดับชั้นตั้งแต่รัฐบาลไทยมีคณะรัฐมนตรี และผู้แทนราษฎรที่เคยมีอยู่ที่จะพากันพูดถึงเสนอความคิดเห็นหรือท้วงติงความเฮงซวยของผู้รับผิดชอบเหล่านั้นเสียบ้าง แต่ก็ไม่เคยมีใครได้ยินเสียง!

นอกนั้น ก็ยังมีส่วนอื่นที่จะต้องรับผิดชอบโดยตรงซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ทุกคนซึ่งที่ไปนั่งประจำอยู่ในนั้นล้วนแต่ได้รับเงินเดือนจากภาษีอากรของประชาชนจำนวนเป็นแสนๆ บาท สุขกายสบายใจล้นเหลือ กระทรวงทบวงกรมอย่างกระทรวงแรงงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกรมตำรวจ และนักการเมืองสกปรกทั้งหมดที่เรามีคนอ้างตัวว่าเป็นผู้ที่ได้รับเลือกเข้ามาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ก็จะพากันมองปัญหาเหล่านี้เหมือนถูกตราสังเพื่อรอวันไปผุดไปเกิดกันอยู่

เรื่องปัญหาแรงงานต่างด้าวเคยคาราคาซังอยู่อย่างไรก็อย่างนั้น

หน้าที่ของคนพวกนี้ที่ประชาชนได้เห็นในแต่ละวันจะไม่เปลี่ยนแปลงไปก็คือ (1) กะล่อนและโกหกไปวันๆว่าอ้ายนั่นเป็นอ้ายนี่ อ้ายนี่เป็นอ้ายนั่น (2) ใช้อำนาจหน้าที่รีดไถเอาเงินเท่าที่จะทำได้ หรือถ้าไม่มีอะไรมากทุกสิ่งที่คนงานเหล่านี้มีติดตัวไปที่พอจะเอาได้ก็จะปล้น ถ้าเป็นผู้หญิงที่ไม่คุ้นเคยกับความชั่วในเมืองไทยจะมีรถมาขนเอาไปเพื่อข่มขืนกระทำชำเราก็ไม่มีใครว่า ความเป็นมนุษย์เราจะไม่ใช้และไม่คำนึงถึง ขอแต่ที่มันจะให้ประโยชน์แก่ตัวเท่านั้นเป็นอันใช้ได้ (คนงานต่างด้าวที่ไปถูกเจ้าหน้าที่พวกนี้ตรวจค้นและจับที่บริเวณที่จอดรถสายอีสานที่รังสิตเคยถูกตรวจเป็นประจำเมื่อหลายปีมาแล้ว)

ที่จังหวัดสระแก้ว ชายแดนไทย-กัมพูชาและอรัญประเทศ ว่ากันว่ามีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินทางมาที่ด่านเพื่อจะขออนุญาตเข้ามาในฝั่งไทย เจ้าหน้าที่ที่นั่นขอค่าป่วยการ 150 บาท ทางเด็กคนนั้นก็ขอต่อรองเป็นภาษาไทยนิดหน่อย ปรากฏว่าพูดคุยกันไปมา เจ้าหน้าที่ขอค่าป่วยการ 100 เดียว คืนเงิน 50 บาทให้ และบอกว่า “เฮ้ย, มึงพูดภาษาไทยชัดนี่หว่า ยิ่งกว่าคนกรุงเทพฯ เสียอีก มาทำงานกับกูดีกว่า คัดเลือกดูคนอยากจะเข้าจะออกวันหนึ่งได้เป็นพันนะโว้ย เอามาแบ่งกันสองคน ไม่มีวันอดอยาก”

นี่เป็นคำบอกกล่าวเล่าลือกันในหมู่คนที่ชายแดนไทย-กัมพูชาด้านนั้น มันน่าจะเป็นเรื่องเล่ากันสนุก แต่คนที่นั่นหลายคนยืนยันว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ค่าป่วยการในการเดินทางเข้ามาเมืองไทยของคนกัมพูชาแถบนั้นไม่มากนัก มันเริ่มตั้งแต่ 100 บาทก็ได้ทุกอย่างก็จะเรียบร้อย

ในตลาดขายข้าวปลาอาหารและผักตามตลาดใหญ่ๆ ทั่วไปในกรุงเทพฯ ลูกจ้างตามตลาดที่ทำหน้าที่แบกหามส่วนมากจะไม่มีคนไทย เพราะนิยมไปทำงานเมืองนอกกันมาก เมื่อมีข่าวว่าจะมีตำรวจหรือแรงงานไปรีดเงินจะมีเสียงบอกกล่าวหรือเสียงเพลงเป็นสัญญาณบอกว่าอ้ายวายร้ายมาแล้วให้รีบซ่อนตัวเสียสักพักจนกว่าจะหมดเพลง จากนั้นก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น คนงานต่างด้าวที่รับจ้างแบกหามอยู่ในตลาดจะหลบหนีกันหมด ว่ากันว่าทางตลาดหรือลูกเมียตำรวจซึ่งทำการค้าขายอยู่ในตลาดนั้น จะเป็นผู้ให้สัญญาณเจ้าของตลาดให้ช่วยจัดการให้จนเป็นที่รู้กันทั่วไป เรื่องนี้เป็นความจำเป็น

เพราะว่าถ้าไม่ใช้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานหนักๆ แบบนั้น ไม่รู้ว่าจะใช้ใคร มีเงินจ้างก็ไม่มีคนทำ

นี่คือปัญหาแรงงานที่กำลังมีอยู่ในเมืองไทยและจะต้องมีอยู่ต่อไปนานเท่านานที่เรามีรัฐบาลไทยและแรงงานไทยในประเทศนี้


เพราะฉะนั้น การแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวจึงทำไม่ได้ในอีกหลายร้อยปีข้างหน้า เมื่อวัฒนธรรมและความเป็นไทยของคนไทยส่วนมากที่มีอำนาจมีบุญมันเสื่อมลงอย่างหนักหรือเกือบจะไม่มีเหลืออยู่แล้วทีเดียว

สิ่งที่เราจะต้องยอมรับกันในวันนี้และต่อไปข้างหน้า บ้านเมืองของเราจะขยายตัวมากขึ้น การสร้างงานเพื่อสร้างประเทศชาติให้เติบโตต่อไปนั้นจะต้องมีมากขึ้น และในเวลาเดียวกันเราก็จะต้องมีแรงงานมากขึ้นไม่ว่าแรงงานประเทศไหน เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น

เราต้องมีคนงานอย่างเพียงพอในชาติให้พร้อมที่จะรับงานทุกอย่างได้

แต่แรงงานที่เราจะต้องมีไว้นั้น ไม่มีทางเลือกแรงงานไส้เดือนกิ้งกือที่ไหนมาทำได้ นอกจากแรงงานคน

ไม่ว่าจะเป็นแรงงานที่ใช้แรงงานทางด้านสมองและฝีมือ

วันหนึ่งเราจะต้องเผชิญปัญหานี้ ถ้าเราไม่ได้เตรียมตัวไว้ให้พร้อมอีกในไม่กี่ปีข้างหน้า

และอย่าไปหวังปาฏิหาริย์ใดๆ ว่าเราจะสามารถใช้มาตรการทางกฎหมายหรือวิธีการใดๆ ที่จะห้ามแรงงานจากภายนอกได้ เฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศเพื่อนบ้านมากน้อยเราก็จะต้องมีคนเหล่านี้หนีเข้ามา ถ้าไม่ได้เข้ามาทำงานก็ยังเอามาขอทานเป็นอาชีพได้อย่างที่เราทำกันเป็นงานอดิเรกกันเต็มบ้านเต็มเมืองอยู่ในขณะนี้

การบังคับใช้อำนาจกฎหมายในเมืองไทยเรานั้นมันพิสูจน์ได้แล้วว่าสามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้เงินซื้อแม้แต่ 100 บาทขึ้นไปจนกระทั่ง 14,000 บาทต่อหัวก็ซื้อขายกันได้

เราจะใช้กฎหมายหรือมาตรการอะไรมาแข่งกับจำนวนเงินเหล่านี้ และเราจะเอากฎเกณฑ์หรือประกาศิตอะไรมาห้ามการกินสินบาทคาดสินบนของคนไทยที่เกี่ยวข้องทุกระดับ

แน่นอน, ก็ทำไม่ได้อีก

เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการประชุมเป็นทางการเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวขึ้น พูดกันเรื่อยเปื่อยไปตามมีตามเกิดถึงขนาดที่ว่าจะต้องแก้ด้วยวัฒนธรรมหรือเอาตัววัฒนธรรมเข้ามาอบรมสั่งสอนกันไม่ให้กระทำอะไรที่ทำให้แรงงานเป็นสินค้า

ความคิดเห็นเช่นนั้น เป็นความคิดความอ่านที่ทุเรศสำหรับการแก้ปัญหาเมืองไทย เพราะวัฒนธรรมประเพณีของไทยที่เป็นมาหลายชั่วอายุคน และยึดถือกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษนั้น มันไม่ได้หายไปไหน ทุกอย่างยังอยู่ครบสมบูรณ์ แต่ที่ทุกวันนี้ดูเหมือนมันไม่มีอยู่ก็เพราะคนมันไม่ทำ

มันไม่มีแบบอย่างของคนมีวัฒนธรรม

มันมีแต่โจรครึ่งค่อนประเทศ


ขนาดที่เข้าไปปกครองบ้านเมืองนั้นก็มีแต่โจรเสียเป็นส่วนมาก

ถ้าหากว่าประเทศไทยไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาทางการเศรษฐกิจและการเมืองไม่ได้แล้ว ต่อให้ขุดเอานรกมาให้การศึกษาเรียนรู้มันก็ไม่มีผลดีและไม่มีวัฒนธรรมอะไรที่จะนำมาใช้ได้ แต่ก็อย่าถึงกับหมดหวังอะไรนัก

ในโลกนี้ยังมีหลายประเทศที่ยังมีแรงงานต่างด้าวหรือคนงานหลบหนีเข้าเมืองกันอยู่ทุกมุมโลก เฉพาะอย่างยิ่งในอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย ออสเตรเลียทุกประเทศมีปัญหาแรงงานต่างด้าวทั้งนั้น แต่ทุกประเทศเขาก็พออยู่ได้ ชั่วบ้างดีบ้างก็พอแก้ไขกันไปได้

เฉพาะในยุโรปตะวันออกซึ่งมีดินแดนติดต่อกันหรือมีคนเผ่าเดียวกันแต่แยกย้ายกันเกิดแยกย้ายกันมาตายเป็นพันๆ ปี อย่างสาธารณรัฐเช็กและสโลวักซึ่งเมื่อคอมมิวนิสต์ล่มก็แยกตัวออกไปเป็นประเทศหนึ่งต่างหาก แต่คนสโลวักทั้งประเทศก็เข้ามาทำงานในสาธารณรัฐเช็กดูเหมือนเขาจะไม่มีปัญหาอกแตกตายเหมือนเรา

การจะแก้ปัญหาเหล่านี้ ถ้ายังรู้สึกว่าเราไม่รู้จักโลกเท่าที่ควรหรือยังโง่กันอยู่อย่างไม่มีวันหายอย่างทุกวันนี้ ก็หาทางไปเที่ยวสนุกๆ บ้างเป็นไง เพราะเมืองไทยเรานั้นถ้าเป็นนักการเมืองแล้วเราหาทางเที่ยวได้ทุกวันโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้น

จะเอาพรรคพวกลูกเมียไปเท่าไรก็ได้

เครื่องบินหลวง เงินทองค่าใช้จ่ายเป็นของประชาชนฟรีทั้งนั้น

สนุกฉิบหายว่างั้นเถอะ!

ผมว่าน่าจะลองดูบ้างนะ บางทีอาจจะมีสติปัญญาที่จะแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง !!

หรือไงครับ?
กำลังโหลดความคิดเห็น...