xs
xsm
sm
md
lg

ขออย่างเดียว-อย่าเข้าไปกินก็แล้วกัน

เผยแพร่:   โดย: ยอดรัก ตะวันรอน

.
เหตุการณ์ที่สำคัญในเมืองไทยที่เกิดขึ้นในวันๆ หนึ่งหรือในอาทิตย์ๆ หนึ่ง น่าจะเป็นข่าวประเภทนี้ที่ให้ความสนใจแก่ผู้คนมากที่สุดหรือขายดีที่สุดเท่าๆ กับข่าวดารา นางแบบ และดาราขายตัวทั่วๆ ไป

นี่เป็นข่าวแรกข่าวหนึ่งที่น่าสนใจ

“ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคมัชฌิมาธิปไตยว่า เบื้องหลังการรวมพรรคในครั้งนี้ เกิดจากกรณีที่นายประชัยได้พูดคุยว่า จะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ในวันที่ 22 ต.ค.นี้ ทำให้สมาชิกพรรคจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันว่า จะเป็นการนำพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร รองปลัดกระทรวงกลาโหมเข้ามาร่วมงานกับพรรคหรือไม่ แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ เพราะนายประชัยบอกว่าได้ไปเจรจากับหลายพรรคหลายกลุ่ม และมีหลายพรรคจะขอมาร่วมกับพรรคมัชฌิมาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นประชาราช รวมใจไทย ชาติพัฒนา และอีกหลายคนที่จะตามมาอยู่ด้วย รวมถึงพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ด้วย ทำให้สมาชิกพรรคยังแปลกใจว่าจะมารวมกันจริงหรือ ในตอนเย็นวันศุกร์นายประชัยได้โทรศัพท์ไปบอกข่าวนี้กับนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรคมัชฌิมาธิปไตยว่าจะมีหลายคนมาอยู่ร่วมกับพรรคมัชฌิมาธิปไตย และบอกให้ติดต่อไปยังบ้านสมศักดิ์ที่อยู่สุโขทัยให้กลับมาพูดคุยกันที่บ้านของพล.อ.ชาติชายในวันรุ่งขึ้น” (ไทยรัฐ 24 ตุลาคม 2550)

อีกข่าวหนึ่งรายงานต่อไปว่า

“ในขณะนี้ ส.ส.อีสานของมัชฌิมาธิปไตยไม่พอใจการทำงานของนายประชัย เพราะเท่าที่ผ่านมาไม่ค่อยให้เกียรติกับคนของมัชฌิมาธิปไตย และรู้สึกอึดอัดในการทำงานร่วมกับนายประชัยที่มักพูดจาไม่คำนึงถึงจิตใจของคนในพรรค ทำงานคล้ายกับหลงจู๊ ไม่ไว้ใจคนในพรรค โดยเฉพาะให้นายการุณ ใสงาม ดูแลการจัดทีมผู้สมัครลงพื้นที่ภาคอีสาน ทำให้ ส.ส.อีสานของมัชฌิมาธิปไตยเกิดความไม่พอใจจนเป็นเหตุให้นายโสภณ เพชรสว่าง อดีตหัวหน้าพรรคถึงกับทนไม่ไหวขอลาออก และมี ส.ส.อีสานหลายคนทยอยออกตามไป” (ไทยรัฐ,วันเดียวกัน)

อีกข่าวหนึ่งซึ่งก็ต้องเป็นข่าวประจำวันที่สำคัญมาก เพราะเป็นเรื่องของชายชาติทหารของบ้านเมือง นั่นคือข่าว “รมว.กลาโหมเตรียมเฉ่งบรรณวิทย์” ซึ่งมีรายละเอียดว่า พล.ท.พิษณุ ปุจฉาการ โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า กรณีที่ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ไปร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นตัวแทนพรรครวมใจไทยพัฒนานั้น พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหมได้มอบหมายให้พล.อ.พิษณุ อุไรเลิศ เจ้ากรมเสมียนตราดำเนินการตรวจสอบในเรื่องระเบียบวินัยและข้อบังคับของข้าราชการประจำว่ามีสิ่งใดไม่ถูกต้องบ้าง เพราะตามปกติแล้วข้าราชการประจำต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง การตรวจสอบระเบียบของกระทรวงกลาโหมจะพิจารณาในความผิดทางวินัย (ไทยรัฐ, วันเดียวกัน)

เรื่องราวข่าวเหล่านี้ ว่าโดยสรุปแล้วข่าวในแต่ละวันของคนกรุงเทพฯ โดยทั่วไปเต็มไปด้วยความสกปรกทางการเมือง ความขัดแย้ง และความชั่วทางการเมืองนานาชนิดขุดกันขึ้นมา หรืออาจจะเป็นการมีชีวิตอยู่ไม่ไกลจากนรกหมกไหม้อะไรสักแห่งหนึ่งไม่ปาน ส่วนมากจะเป็นเรื่องของการเห่าและกัดระหว่างสัตว์ร้ายกับสัตว์ที่อ่อนแอกว่าอะไรทำนองนั้น ทั้งๆ ที่เมืองไทยเป็นเมืองพุทธศาสนาที่โอบล้อมด้วยศีลธรรม ทั้งๆ ที่เมืองไทยเป็นเมืองพระ คนไทยนับถือพระพุทธศาสนา โลกทั้งโลกเคยเดือดร้อนและเจ็บปวดสาหัส แต่เมืองไทยไม่เคยมีอะไรที่เลวร้ายระแคะระคาย เราอยู่กันได้อย่างสุขกายสบายใจอย่างหาที่เปรียบมิได้

แต่เมื่อมาถึงวันนี้ คือวันที่การเมืองเริ่มต้นขึ้นเมืองไทยก็เปลี่ยนไป

การเห่าและกัดเริ่มต้นขึ้นค่อนข้างจะรุนแรงเป็นลำดับ

ทั้งๆ ที่เรื่องมันขี้ประติ๋ว มันก็ถูกประโคมขึ้นเป็นเรื่องที่อึกทึกครึกโครม และทุกเรื่องเป็นเรื่องไร้สาระทั้งสิ้น

เรื่องแรกก็คือเรื่องคุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ตามรายงานที่ได้นำมาอ้างในหนังสือพิมพ์รายวันข้างต้นนั้น

ผมไม่รู้จักคุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์ เป็นใคร ไม่เคยมีความสนิทสนมคุ้นเคย รู้แต่เพียงว่าคุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์ เป็นนักธุรกิจคนหนึ่งของประเทศ และดูเหมือนจะเป็นคนไทยไม่กี่คนที่ลงทุนทำธุรกิจซึ่งมีผลกระทบกระทือนมานาน และมาถึงวันนี้คุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ก็ขยับตัวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งคือมาตั้งพรรคการเมือง และเตรียมลงสมัครผู้แทนที่บางคนเชื่อว่าคุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์ จะทะเยอทะยานจนกระทั่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศไทยในฐานะหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย

คุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์ เป็นใคร จะทำอะไรผมไม่รู้ แต่ในฐานะที่เป็นคนเขียนหนังสือเกี่ยวกับการเมืองทั้งนิยายและสารคดีทางการเมืองมานานปี และเป็นตัวแทนกลุ่มการเมืองระหว่างประเทศทั่วโลกมานานกว่า 20 ปี ได้พบเห็นอะไรในโลกนี้มามากพอสมควร ผมรู้ดีว่าเมืองไทยเรานั้นยังขาดนักธุรกิจที่มีความรู้ ความชำนาญ มีฐานะและสติปัญญากว้างขวางซึ่งในเมืองไทยที่พอเชื่อถือและไว้วางใจได้ว่ามีประโยชน์แก่ประเทศไทย คุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์ มีความสามารถ และมีประสบการณ์อย่างกว้างขวางพอที่จะสร้างบริษัททีพีไอขึ้นมาให้หมูหมาวิ่งไล่กัดไล่ฟัดจนแทบจะเอาตัวไม่รอด เมืองไทยเรายังต้องการคนอย่างคุณประชัยอีกมาก เมืองไทยมีสิ่งที่ดีงามมากมายและหากินได้แต่เราขาดคนที่มีความรู้ความสามารถ เฉพาะอย่างยิ่งมีความพร้อมทุกอย่างและเชื่อถือได้

เมื่อคุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หันหน้าเล่นการเมืองอย่างเต็มไม้เต็มมือหลังจากเข้ามาเกี่ยวข้องในวุฒิสภาถึง 9 ปี การจะเข้ามาเล่นการเมืองอย่างเต็มตัวและเอาจริงเอาจังไม่ชั่วร้ายเหมือนพวกด็อกเตอร์ทำกัน ผมก็ยกมือสาธุที่คิดว่าเมืองไทยน่าจะต้องมีคนดีอีกคนหนึ่งเข้ามาทำงานให้บ้านเมือง

ผมเองครั้งหนึ่งเคยร่วมมือกับคอมมิวนิสต์ซึ่งมันไม่ใช่คอมมิวนิสต์ แต่มีคนที่จะใช้มันเป็นเครื่องมือทำมาหากินที่เรียกกันยังนั้น ตอนนั้นผมก็ได้ร่วมมือกับพรรคพวกตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาพรรคหนึ่งร่วมกับคุณไขแสง สุกใส และคนอื่นๆ ที่เคยเป็นคอมมิวนิสต์อย่างคุณผิน บัวอ่อน หรือคุณประเสริฐ ทรัพย์สุนทร มั่วการเมืองกันมาตลอดเวลาแรมปี พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาครั้งนั้นเราให้ชื่อว่า “พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย” สำหรับพรรคการเมืองที่ไม่เป็นคอมมิวนิสต์ที่ได้ไปมั่วอยู่ในลักษณะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนได้แก่ “พรรคกิจประชาคม” ของคุณบุญชู โรจนเสถียร และพรรคอื่นๆ อีกหลายพรรคจนสุดท้ายมาที่พรรคของท่าน พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์

ได้พบได้เห็นและคลุกคลีการเมืองไทยมาอย่างถึงไส้ถึงพุงตลอดเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมา ยังไม่ได้ทำอะไรก็ไปช่วยพรรคพวกหลายคนที่สมัครผู้แทนและทำพรรคในจังหวัดต่างๆ เดินทางไปหาเสียงทั่วประเทศ เกือบจะเรียกว่ามีนักการเมืองไทยน้อยคนที่ไม่รู้จักมักคุ้นกันไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองภาคไหน

ในชีวิตที่ต้องอยู่ในวงล้อมของการเมืองมาชั่วชีวิต สิ่งที่ผมรู้ดีในการเข้ามาอยู่ในวงล้อมนี้ก็คือนักการเมืองและเรื่องของการเมือง

การเมืองคือเรื่องของมนุษย์ทั้งโลกที่มีปัญหา เพราะฉะนั้นนักการเมืองจึงมีภาระหน้าที่แก้ปัญหาของมนุษย์ที่มันเป็นปัญหาจริงๆ และปัญหาทางการเมือง เพราะฉะนั้นนักการเมืองจึงต้องรู้แต่เพียงว่า ปัญหาของมนุษย์คืออะไร นักการเมืองจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร?

ไม่มากไปกว่านี้!

แต่ข่าวเกี่ยวกับคุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ที่ครึกโครมเมื่อสองสามวันนี้เป็นข่าวเกี่ยวกับการพบปะกับนักการเมืองเพื่อปรึกษาหารือกันในเรื่องต่างๆ ที่ไม่เป็นเรื่องก็กลายเป็นเรื่องไร้สาระที่คุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หลอกนักการเมืองใหญ่ๆ ทุกคนเข้ามาโม้อะไรต่ออะไรไม่เข้าเรื่องซึ่งทั้งหมดที่พูดกันในการประชุมพบปะวันนั้น ซึ่งมันไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเมืองเลยแม้แต่นิดเดียว แต่มันก็เป็นข่าวที่อย่างน้อยที่สุดมันก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่น่ารำคาญประจำวัน

ข่าวต่อมาก็คือข่าว พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน

นั่นก็ไม่รู้ว่าจะเอาให้สะใจผู้มีอำนาจในบ้านเมืองได้มากไปกว่านี้?

การเข้ามาร่วมสังสรรค์กับกลุ่มนักการเมืองในวันนั้น ไม่น่าจะเป็นความผิดอะไรมากมายถึงกับเดือดร้อนกระทรวงกลาโหมทั้งกระทรวง เพราะพล.ร.อ.บรรณวิทย์ถึงแม้ว่าจะเป็นนายทหารเรือก็ตาม แต่มันก็เป็นเรื่องของอาชีพที่พล.ร.อ.บรรณวิทย์ทำมาหากินเหมือนอาชีพอื่น แต่ความจริงแล้วพล.ร.อ.บรรณวิทย์เป็นคนไทยเหมือนคนอื่นที่ไม่มีกฎหมายหรือมีพระผู้เป็นเจ้าองค์ใดมาบังคับให้ต้องเป็นต้องตายกับทหาร

จะมีการจับผิดสอบสวนและติดตามกันอย่างเอาเป็นเอาตายให้ได้ หรืออย่างน้อยก็เป็นธรรมเนียมประเพณีว่าเกิดมาเป็นคนไทยแล้ว ถ้าใครไม่กินเส้นกับใครก็หาทางกัดมันไปเรื่อยๆ อะไรแบบนั้น!

อีกเรื่องหนึ่งก็เป็นเรื่องของสมัคร สุนทรเวช และพรรคพวกที่ท่านบอกว่ามีคนไทยจำนวนหนึ่งเตรียมการจะฆ่าทำลายทั้งตัวท่านเอง และพรรคพวกของท่าน พร้อมกับทำลายชื่อเสียงทุกอย่างด้วยการออกเอกสารลับเล่นงานท่านยับเยิน

มีคนบอกผมว่าท่านสมัคร สุนทรเวชท่านสำคัญตัวผิด ไม่มีมนุษย์หน้าโง่ที่ไหนมันจะเสียเวลาไปจองล้างจองผลาญอะไรท่านถึงขนาดนั้น เขาบอกว่าไม่ต้องไปทำอะไรท่านหรอก ที่ทำข่าวฮือฮานั้นเป็นเรื่องการสร้างข่าวเท่านั้น!
กำลังโหลดความคิดเห็น...